เด็กวัย 1-3 ปี ต้องระวังอันตรายในบ้าน

เมื่อมีเด็กวัย 1-3 ปีอยู่ในบ้าน อย่าชะล่าใจเป็นอันขาดในทุกๆ เรื่อง เพราะเผลอเพียงนิดเดียว ความสนใจใคร่รู้และความไร้เดียงสาของเด็กทำให้เกิดเหตุร้ายขึ้นและได้ทุกเวลา มาดูกันว่าอันตรายในบ้านที่แฝงตัวเป็นภัยแก่เด็กวัย 1-3 ปีมีอะไรบ้าง

toddler_momypedia


น้ำยาล้างจานน่ากิน
น้ำยาล้างจานที่วางอยู่ตามห้องน้ำ เผลอไม่ได้เชีย เคยมีมาแล้วที่เด็กน้อยเดินเข้าไปในครัวคนเดียว แล้วยกขึ้นดื่มอั้กๆๆๆ เหมือนเป็นเครื่องดื่มแสนอร่อย โดยไม่รู้หรอกว่านั่นคือสารเคมีที่เป็นพิษ แต่กรณีนี้โชคดีเพราะคุณแม่เข้ามาเห็น จึงแย่งออกมาจากมือ แล้วพาลูกไปหาคุณหมอที่อยู่ใกล้บ้านได้ทัน

น้ำยาล้างห้องน้ำล้างตัวเอง
คุณแม่คนหนึ่งเล่าว่า กำลังนั่งดูทีวีกันอยู่ และไม่ได้สนใจเมื่อเห็นลูกเดินไปหลังบ้านคนเดียว สักพักเห็นลูกไม่กลับมาจึงเดินตามไปดู พบว่าลูกกำลังใช้น้ำยาล้างห้องน้ำฉีดใส่ตัวเองอยู่ เลอะไปทั้งตัว จึงรีบพาลูกไปอาบน้ำ ผลปรากฏว่าลูกไม่สบายเป็นไข้ไปเลย เพราะอาบน้ำเย็นทันที กรณีนี้ก็โชคดีอีกเช่นกันที่ไม่มีอันตรายมาก เมื่อพาไปหาหมอก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เพราะลูกไม่ได้กินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไปด้วย

ปากลูกเลอะ

เด็กน้อยเวลากินอะไรมักจะเลอะเทอะไปหมดทั้งหน้าตา เนื้อตัว ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ใส่ใจ แค่เช็ดๆ ออก เรื่องนี้ไม่ใส่ใจไม่ได้ เพราะการทิ้งไว้ให้เกรอะกรัง แมลงสาบหรือหนูอาจจะมาแทะลูกเอาก็ได้ เรื่องนี้ไม่ได้ล้อเล่นเพราะมีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้วจริงๆ

ตกเตียง

เป็นเหตุที่มักเกิดขึ้นเสมอในทารกและเด็กวัย 1-3 ปี พ่อแม่มักจะคิดว่า ลูกหลับอาจปล่อยลูกไว้บนเตียงนอนในห้องนอนคนเดียว โดยที่เตียงเด็กไม่มีที่กั้น เคยมีเหตุการณ์ที่ลูกตกลงมาจากเตียงจนสมองได้รับความกระทบกระเทือน และมีปัญหาทางสมองตามมาจนตลอดชีวิตของลูก ความชะล่าใจอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ และก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนต้องเสียใจมานักต่อนักแล้ว

หนูไปเดินเล่น

พอเริ่มเดินได้เตาะแตะ ลูกก็จะชอบเดินใหญ่มากๆ บางครั้งพ่อแม่หรือพี่เลี้ยงก็อาจจะเผลอปล่อยให้ลูกเดินเล่นไปเรื่อย ดังที่เคยมีกรณีที่หนูน้อยเดินออกไปหน้าบ้านที่มีคูคลองและตกลงไปเสียชีวิต

เรื่องเกิดที่สระว่ายน้ำ
ในขณะที่คุณพ่อกำลังเพลินกับการว่ายน้ำ ส่วนคุณแม่ก็ง่วนอยู่กับการดูแล น้องคนเล็กอยู่บนขอบสระ ปล่อยให้พี่คนโตอายุ 4 ขวบกว่า เล่นน้ำอยู่คนเดียวใน ส่วนที่น้ำตื้น พอคุณแม่หันไปดูลูกอีกที ลูกน้อยเสียการทรงตัวลื่นไถลลงไปอยู่ในส่วนที่ น้ำลึกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทั้งสำลักน้ำและตะเกียกตะกายเกือบจะจมน้ำอยู่แล้ว โชคดีมีคนที่ว่ายน้ำอยู่แถวนั้นโผเข้าไปช่วยหนูน้อยไว้ได้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

อาบน้ำก็อย่าวางใจ
เด็กๆ มักจะชอบอาบน้ำในอ่างอาบน้ำ หรือกะละมังเล็กๆ ของตัวเอง ทั้งอาบทั้งเล่นเป็นที่สนุกสนาน บางครั้งพ่อแม่ก็มักจะปล่อยให้ลูกเล่นอยู่คนเดียวในอ่างอาบน้ำ แล้วไปทำธุระอย่างอื่น ชะล่าใจคิดว่าน้ำนั้นจะตื้นนิดเดียว แต่เด็กก็มีโอกาสที่จะเสียหลักสำลักน้ำได้ง่ายๆ และอาจไม่ใช่แค่สำลักน้ำ บางรายมีน้ำเข้าปอดจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเลยทำเดียว

เมล็ดน้อยหน่าเจ้ากรรม

มีเด็กที่สำลักเมล็ดน้อยหน่าแล้วเข้าไปอุดหลอดลม อันตรายมาก เพราะนั่นหมายถึงเด็กอาจเสียชีวิตทันที หรือไม่เช่นนั้นก็อาจเกิดภาวะสมองขาดออกซิเจน และเกิดปัญหาทางสมองไปจนตลอดชีวิต อย่าระวังแค่เมล็ดน้อยหน่าเท่านั้น แต่เมล็ดผลไม้อื่นๆ ลูกอม หรือทอฟฟี่ ที่เด็กๆ ชอบอมไปหัวเราะไปก็เคยเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องเศร้ามาแล้วมากราย

ทิชชูยัดเข้าจมูก

กระดาษทิชชูที่เห็นเป็นแผ่นๆ นี่ล่ะที่เด็กน้อยคนหนึ่งเคยม้วนๆ ปั้นๆ เป็น ก้อนกลมๆ แล้วยัดเข้าไปในรูจมูก พอเริ่มหายใจไม่ออกจึงพยายามจะเขี่ยทิชชูออกจากจมูก แต่ยิ่งเขี่ยมันกลับยิ่งลึกลงไป ทำอย่างไรก็ไม่ออก จนเดือดร้อนต้องไปให้คุณหมอคีบออกให้ก็มีมาแล้ว

หนูอยากชิม

คุณแม่คนหนึ่งเล่าว่า ให้ลูกนอนเล่นอยู่กับพื้นบ้าน หันไปทำธุระเพียงนิดเดียว หันมามองดูเห็นลูกกำลังเคี้ยวจิ้งจกตัวเล็กๆ อยู่ และมีอีกเรื่องหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้กันแต่อันตรายกว่า เคยมีเด็กตัวเขียวและเสียชีวิตมาก่อนจะถึงโรงพยาบาล เมื่อแพทย์อ้าปากเด็กตรวจดูพบปลาตัวย่อมๆ ปิดหลอดลมอยู่ สอบถามดูก็ได้เรื่องว่าที่บ้านของเด็กมีตู้ปลาที่ตั้งอยู่เตี้ยๆ แล้วเด็กคนนั้นชอบไปเล่นดูปลาเสมอๆ เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้และนึกไม่ถึง แต่ก็เกิดขึ้นจริง

เหตุเกิดในรถ

มีพ่อแม่หลายคนชอบลงไปทำธุระแล้วปล่อยให้ลูกอยู่ในรถตามลำพัง แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาไม่ถึง 5 นาที แต่อาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ในรถ ดังเช่นที่คุณแม่คนหนึ่งเล่าว่า เคยปล่อยให้ลูกสองคนอยู่ในรถ ด้วยกัน พอกลับมาอีกทีก็เห็นลูกคนเล็กหัวคะมำลงจากเบาะไป ส่วนคนโตก็ไม่รู้ไม่ชี้ถึงอันตรายที่อาจขึ้นกับน้อง ซึ่งก็โชคดีที่หนูน้อยไม่เป็นอะไรมาก แต่ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าโชคร้ายตกลงไปผิดท่าอาจจะแขนหัก หรือกระดูก ส่วนใดส่วนหนึ่งหักก็ได้ใครจะรู้

การเก็บยา

เด็กวัยนี้พอเริ่มรู้ความจะเป็นวัยที่ชอบเลียนแบบผู้ใหญ่มาก เวลาเห็นผู้ใหญ่ไม่สบายกินยา เด็กก็จับจ้องมองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น และวันดีคืนดีก็จะเล่นสมมติว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ที่กำลังไม่สบาย หยิบยามากินบ้าง หรือบางรายสมมติว่าตัวเองเป็นหมอ เอายาไปรักษาคนไข้ที่เป็นเด็กๆ ด้วยกัน ก็เคยมี เพราะฉะนั้นควรเก็บยาให้พ้นมือเด็ก และไม่ลืมวางยาไว้ล่อตาล่อใจเด็กๆเป็นอันขาด


เรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ไม่ได้ต้องการจะขู่ให้กลัวกันจนทำอะไรกันไม่ได้เลย เพียงแต่อยากให้ระมัดระวังมากขึ้น เพราะทุกเรื่องล้วนเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่เสมอ ดังนั้นถ้าทุกคนช่วยกันระวังมากขึ้น ไม่ชะล่าใจ แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็น่าจะช่วยลดภัยร้ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหลานของเราลงได้บ้าง

บทความแนะนำ

จัดสรร เรื่องเงิน ทอง
หนุ่มน้อยวัย 4 ขวบกับอาชีพพนักงานส่งของที่น่ารักที่สุด ณ เวลานี้
ลูกติดขวดนม
พิสูจน์แป้งฝุ่น 35 ยี่ห้อในประเทศไทยยังไม่มีคำเตือนเสี่ยงมะเร็ง

Facebook Comment