ตรวจคัดกรอง ป้องกันคลอดก่อนกำหนด




คุณแม่หลายคนที่ตั้งท้องนอกจากการดูแลหาข้อมูลแล้ว หลายคนก็เริ่มวิตกกังวลกับอาการต่างๆ ที่กลัวจะเกิดขึ้น คุณแม่ที่ใกล้คลอดหลายคนก็กลัวการคลอดก่อนกำหนด เพราะทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีโอกาสพิการ หรือเสี่ยงชีวิตได้มากขึ้นกับอายุครรภ์ที่คลอดและสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด ยิ่งคลอดขณะอายุครรภ์น้อยกว่า 34 สัปดาห์หรือคลอดจากภาวะติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำก็จะยิ่งอันตรายขึ้น


ปัจจัยเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด มีหลายปัจจัย

  • อายุมารดามากกว่า 35 ปี หรือน้อยกว่า 18 ปี
  • มีประวัติการคลอดก่อนกำหนดมาก่อน
  • มีความผิดปกติของโพรงมดลูกหรือปากมดลูก
  • การตั้งครรภ์แฝด หรือมีภาวะน้ำคร่ำมาก
  • การติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ/ระบบสืบพันธุ์
  • การสูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติดในมารดา
  • ภาวะทุพโภชนาการ

จะเห็นได้ว่าปัจจัยเสี่ยงของภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดนั้น มีทั้งปัจจัยที่ป้องกันได้และป้องกันไม่ได้ สตรีตั้งครรภ์จึงควรให้ความใส่ใจในการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ตรวจคัดกรองและแก้ไขปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดในครรภ์นั้นๆ เมื่อเริ่มตั้งครรภ์แล้วควรรีบไปฝากครรภ์เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินความเสี่ยงและให้การป้องกันด้วยยา


การตรวจคัดกรองเพื่อลดภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด


  • การพิจารณาประวัติคลอดก่อนกำหนด/ แท้งบุตรไตรมาส 2


กรณีมีประวัติคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อนหน้า แพทย์มักจะแนะนำให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนชนิดฉีดเข้ากล้าม สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุครรภ์ 16 สัปดาห์ และตรวจวัดความยาวปากมดลูกทุก 2 สัปดาห์ หากพบว่าสั้นกว่า 2.5 cm แนะนำทำการเย็บผูกปากมดลูก (cervical cerclage) กรณีเคยแท้งบุตรไตรมาส 2 ติดต่อกัน 3 ครรภ์ก่อนหน้า จากภาวะที่ปากมดลูกเปิดโดยที่ไม่ได้มีการเจ็บครรภ์ (cervical incompetence) ก็จะแนะนำทำการเย็บผูกปากมดลูกเลย ก่อนอายุครรภ์ 24 สัปดาห์


  • การวัดความยาวปากมดลูกโดยตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงทางช่องคลอด (transvaginal cervical length measurement)


หากไม่มีประวัติคลอดก่อนกำหนดมาก่อน แพทย์จะแนะนำรับการตรวจคัดกรองวัดความยาวปากมดลูกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงตั้งแต่อายุครรภ์ 18 สัปดาห์ขึ้นไป โดยเพิ่มเติมจากการตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางหน้าท้อง ถ้าพบว่า สั้นมากกว่า 2 cm แพทย์จะให้ยาฮอร์โมนเหน็บทางช่องคลอดทุกวัน แต่ถ้าปากมดลูกสั้นกว่า 1.5 cm อาจได้รับการแนะนำให้ทำการเย็บผูกปากมดลูก เพื่อลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนด/แท้งในไตรมาส 2



การตรวจวัดความยาวปากมดลูกนั้นมีความสำคัญและมีประโยชน์ในการคัดกรองความเสี่ยง เพราะเป็นการตรวจที่ทำได้ง่าย และหากพบว่าปากมดลูกสั้น ก็มีวิธีการดูแลด้วยยาฮอร์โมนรองรับ ดังนั้นเมื่อสตรีตั้งครรภ์ไปรับการตรวจดูความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงตามนัดแล้ว ควรได้รับการตรวจประเมินความยาวปากมดลูกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงทางช่องคลอดเพิ่มเติมไปด้วยในคราวเดียวกัน

บทความแนะนำ

อร่อยอย่างมีคาแร็กเตอร์! manycups: ร้านไอศกรีมโยเกิร์ตแนวใหม่
ใส่รีเทนเนอร์ตอนตั้งครรภ์ได้ไหม
เด็กนักเรียนไทยน่าห่วง ถูกแกล้งติดอันดับ 2 ของโลก
Coding คืออะไร ทำไมเด็กๆ ต้องเรียน

Facebook Comment