โรคกรดไหลย้อน แม่ท้องอย่าละเลย! เพราะอาจเสี่ยงหลอดอาหารอักเสบได้



โรคกรดไหลย้อน แม่ท้องอย่าละเลย! เพราะอาจเสี่ยงหลอดอาหารอักเสบได้

คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนมักจะเจอปัญหา "กรดไหลย้อน" เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง แม้กรดไหลย้อนขณะตังครรภ์จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก แต่หากเกิดอาการกรดไหลย้อนบ่อย ๆ ก็ทำให้เกิดความหงุดหงิด ไม่สบายตัว อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ด้านอารมณ์ได้เช่นกันนะคะ

กรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์เกิดจากอะไร

อาการแสบร้อนกลางอก เพราะกรดไหลย้อน เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณหลอดอาหารคลายตัวผิดปกติ สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลงและทำให้กล้ามเนื้อหูรูดบริเวณปลายหลอดอาหารที่อยู่ติดกับกระเพาะคลายตัวบ่อยกว่าปกติ

รวมถึงทารกในครรภ์กำลังเติบโตขึ้นจนมดลูกขยายใหญ่ขึ้นและเบียดกระเพาะอาหารให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น เมื่อรับประทานอาหารมาก ๆ หรือเอนตัวลงนอนหลังรับประทานอาหารเสร็จไม่นาน น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดจึงไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้รู้สึกเจ็บและแสบร้อนบริเวณหน้าอกตามมา



สัญญาณของโรคกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์
  • แสบร้อนบริเวณคอหรือหน้าอกส่วนบน
  • เรอบ่อย เรอเปรี้ยว รู้สึกขมคอหลังจากตื่นนอน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ระคายเคืองคอ หรือเสียงแหบ
ทั้งนี้ ภาวะกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์นั้นไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ เพียงแต่อาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันของตัวคุณแม่เอง และในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะหลอดอาหารอักเสบได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังจากคลอดบุตรแล้ว

อาการแบบใดที่ควรไปพบแพทย์

อาการกรดไหลย้อนทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก มีอาการกลืนลำบาก ไอ น้ำหนักลด หรืออุจจาระเป็นเลือด เป็นต้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา เพราะหากปล่อยไว้อาจส่งผลให้หลอดอาหารเกิดความเสียหายรุนแรง หรือ อาจส่งผลต่ออารมณฺของทารกในครรภ์ได้

คุณแม่ท้องควรลดปริมาณการทานอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลง ทานอาหารรสอ่อน ๆ รวมทั้งเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน และไม่นอนหลังจากเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ ระหว่างวันก็ให้ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะ ๆ นะคะ จะป้องกันกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์ได้ค่ะ







 

บทความแนะนำ

โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ
คลายกังวล ด้วยประกันที่คุ้มครองสุขภาพของเจ้าตัวเล็ก
วิธีปฏิบัติลดปัญหาการกินของเด็กวัย 1-3 ปี
น้ำหนักเพิ่มขึ้น ส่งผลดี ต่อลูกในครรภ์จริงเหรอ ?

Facebook Comment