คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้! อาการและวิธีรับมือ โรคกรดไหลย้อน (GERD)


คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้! อาการและวิธีรับมือ โรคกรดไหลย้อน (GERD)


หลายปัญหาที่แม่ตั้งครรภ์เจอ! รวมไปถึงโรค กรดไหลย้อน เรามาศึกษาอาการกรดไหลย้อน วิธีการป้องกัน-รับมือ กรดไหลย้อน สำหรับแม่ตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณแม่ตั้งครรภ์เองและทารกในครรภ์


กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease : GERD)

คือโรคที่เกิดจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหาร หรือส่วนน้อยเกิดจากด่างในลำไส้เล็ก โดยอาจมีหรือไม่มีอาการของหลอดอาหารอักเสบก็ได้ ซึ่งโรคนี้ไม่ใช่โรคแปลกใหม่สำหรับคนไทย แต่เป็นโรคที่พบมานานแล้ว และมีอัตราการพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ 


อาการกรดไหลย้อน
คุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนจะมีอาการเช่นเดียวกับคนทั่วไป โดยอาการกรดไหลย้อนที่พบได้ มีดังนี้
  1. แสบร้อนบริเวณคอหรือหน้าอกส่วนบน
  2. เรอบ่อย เรอเปรี้ยว หรือรู้สึกขมคอหลังจากตื่นนอน
  3. คลื่นไส้ อาเจียน
  4. ระคายเคืองคอ หรือเสียงแหบ
ทั้งนี้ ภาวะกรดไหลย้อนขณะตั้งครรภ์นั้นไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่อาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันของตัวคุณแม่ตั้งครรภ์เอง และในรายที่มีอาการรุนแรงอาจทำให้เกิดภาวะหลอดอาหารอักเสบได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองหลังจากคลอดบุตรแล้ว



วิธีรับมือ ภาวะกรดไหลย้อน
แม่ตั้งครรภ์สามารถบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้ โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการใช้ชีวิตประจำวัน ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

1.ทานอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ
ควรแบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้นและลดปริมาณการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยลง รวมทั้งเคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน

2.ไม่นอนหลังจากเพิ่งทานอาหารเสร็จ
ควรนั่ง ยืน หรือลุกเดินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารแล้วค่อยเอนตัวนอน

3.หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างทานอาหาร
ควรเปลี่ยนมาดื่มน้ำหลังรับประทานอาหารเสร็จและในช่วงระหว่างมื้ออาหารแต่ละมื้อแทน

4.หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน
เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว อาหารรสจัด อาหารไขมันสูง อาหารที่มีกรดเป็นส่วนประกอบ น้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เป็นต้น

5.รับประทานโยเกิร์ต หรือดื่มนมเมื่อเกิดอาการ
เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนจากกรดไหลย้อนได้

6.ใช้หมอนหนุน บริเวณลำตัวส่วนบน ระหว่างนอนหลับ
เพื่อให้หลอดอาหารอยู่สูงกว่ากระเพาะอาหาร ป้องกันกรดไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร และควรนอนตะแคงซ้าย เพราะการนอนตะแคงขวาจะทำให้ตำแหน่งของกระเพาะอยู่เหนือหลอดอาหาร

7.สวมใส่เสื้อผ้าที่สบายตัว
เพราะการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไปอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้เช่นกัน

8.ควบคุมน้ำหนัก
การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดกรดไหลย้อนในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ได้

9.ใช้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร
ซึ่งเป็นยาที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มีฤทธิ์ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร ช่วยให้มีกรดเกินไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหารน้อยลง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ยาด้วย เพื่อความปลอดภัยต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ค่ะ

10.ไม่เครียด
เพราะความเครียดก็สามารถทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ เพราะเมื่อไหร่ที่มีความเครียด ร่างกายจะกระตุ้นให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งออกมามากขึ้น



ดังนั้น กรดไหลย้อนจะไม่เป็นอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ แต่หากอาการของโรคเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
  • ทำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
  • กลืนลำบาก
  • ไอ
  • น้ำหนักลด
  • อุจจาระเป็นเลือด 
ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษา เพราะหากปล่อยไว้อาจส่งผลให้หลอดอาหารเกิดความเสียหายรุนแรงได้


หากคุณแม่ตั้งครรภ์รู้ว่าสามารถเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ง่ายระหว่างตั้งครรภ์ ก็ควรเตรียมตัวรับมือให้พร้อม เพื่อลดโอกาสการเกิดกรดไหลย้อนนี้ให้น้อยที่สุด โดยแบ่งการดูแลออกเป็นช่วงๆ เริ่มตั้งแต่ ในช่วง 1-3 เดือนแรก และเดือนที่ 7-9 ของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการโปรตีนในการบำรุงร่างกาย ทั้งเพื่อตัวคุณแม่ตั้งครรภ์เองและทารกในครรภ์ ควรเลือกโปรตีนที่ย่อยง่ายและไขมันต่ำ เช่น เนื้อไก่และเนื้อปลา และไม่ควรทานอาหารมื้อละมาก ๆ แต่ให้เปลี่ยนเป็นมื้อละน้อย ๆ แต่บ่อยแทนจะดีกว่า ซึ่งวิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดกรดไหลย้อนได้ด้วย

 

บทความแนะนำ

บอกลาเซลลูไลต์ด้วยอาหาร
เที่ยวแบบไหน! เสริมสร้างพัฒนาการลูกรัก
เมนูตับ เสริมธาตุเหล็กลูกวัย 6-12 เดือน
10 ปัญหาช่องปากของลูก

Facebook Comment