โรงเรียนแบบนี้ ลูกอยู่แล้วปลอดภัย


เวลาเลือกโรงเรียนให้ลูกนอกจากจะพิจารณาจากที่ตั้ง หลักสูตร และความพึงพอใจส่วนตัวแล้ว เรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนก็ไม่ควรมองข้ามค่ะ ซึ่งพ่อแม่จะต้องดูอะไรบ้างนั้น หลักๆ ที่รักลูกเลือกมามี 9 ข้อด้วยกันดังต่อไปนี้ค่ะ   

1. ระบบรักษาความปลอดภัย ต้องมีการจัดการที่ดี เช่น ระบบไฟในอาคาร ปลั๊กไฟควรจะมีที่ครอบ อยู่สูงพ้นจากมือเด็ก หรืออย่างน้อยก็ต้องสูงพ้นจากน้ำท่วม และในอาคารเรียนควรจะมีเครื่องมือดับเพลิงทุกชั้น พื้นของสถานที่และ อาคารเรียนควรจะเป็นระนาบเดียวกัน ไม่ควรต่างระดับมาก กล้องวงจรปิดในจุดลับตาคน มีเวรยามหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยช่วยสอดส่องคนแปลกหน้า เป็นต้น
 
2. บันได ควรจะ มีลูกกรงกั้นทั้งตรงทางขึ้นและทางลงบันได้ให้ชัดเจนเพราะถ้าไม่มีประตูหรือ ลูกกรงกั้นหาก เด็กไปเล่นแถวบันไดอาจพลัดตกลงไปได้

3. ห้องน้ำ ต้องมีจำนวนที่เพียงพอ สะอาด สำหรับเด็กเล็กๆ หรือด็กอนุบาล ขนาดของโถส้วมหรือสุขภัณฑ์ควรจะมีขนาดที่พอเหมาะกับเด็กเล็กๆ ให้เด็กใช้ได้อย่างไม่ลำบาก ไม่ว่าจะเป็นชักโครก หรืออ่างล้างมือ นอกจากนี้สุขภัณฑ์จะต้องมีการติดตั้งอย่างมั่นคงแข็งแรง ห้องน้ำต้องมีแสงสว่างเพียงพอ ไม่มืด พื้นควรทำจากวัสดุที่พื้นผิวไม่ลื่น ควรแห้งสะอาดอยู่เสมอ และห้องน้ำควรจะอยู่ใกล้กับห้องเรียนมากที่สุด ต้องไม่อยู่ในที่ลับตาคนและ ไม่อยู่ไกลจากห้องเรียน ห้องน้ำสำหรับเด็กเล็กอาจไม่ต้องมีประตูหรือมีกลอน เพื่อป้องกัน ไม่ให้เด็กถูกขังอยู่ในห้องน้ำ หรือหากเด็กเกิดอุบัติเหตุขึ้นในห้องน้ำจะได้ช่วยเหลือได้ทัน ท่วงที น้ำยาล้างห้องน้ำต้อง เก็บให้พ้นมือเด็ก
 
4. สนามเด็กเล่น เป็นที่ที่เด็กๆ เจ็บตัวได้บ่อยที่สุด เพราะเป็นที่ที่เด็กมีอิสระในการ เล่นในการเคลื่อนไหวมากที่สุด พื้นสนามจึงต้องเรียบเสมอกันดี ไม่มีหลุมมีบ่อและไม่เป็น พื้นที่ต่างระดับที่อาจทำให้เด็กสะดุดล้มได้ เครื่องเล่นอยู่ในสภาพที่คงทนแข็งแรงดี ไม่ ชำรุดเสียหาย ไม่เป็นสนิม ขนาดของเครื่องเล่นได้มาตรฐาน หรือเหมาะสมกับวัยของเด็ก เช่นโรงเรียนอนุบาลเด็กยังเล็กอยู่ก็ไม่ควรมีเครื่องเล่นที่ขนาดใหญ่หรือสูง จนเกินไป และเมื่อปล่อยให้เด็กๆ เล่นในสนามจะต้องมีครูหรือครูพี่เลี้ยงคอยดูเด็กๆอยู่ตลอดเวลา
 
5. โรงอาหาร ต้องจัดอยู่ในที่ที่เป็นสัดส่วน ไม่ให้เด็กเข้าไปยุ่งได้ เพื่อป้องกัน อันตรายจากเหตุการณ์ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก นอกจากนี้โรงอาหารจะต้องสะอาดเรียบร้อยอยู่ เสมอ รวมทั้งแม่ครัวและคนดูแลทำความสะอาดด้วย สังเกตด้วยว่าแม่ครัวสวมหมวกและผ้า กันเปื้อนหรือเปล่า
 
6. รั้วรอบขอบชิด ทั้งรั้วและประตูต้องแน่นหนาเพื่อป้องกันคนแปลกปลอมเข้ามา และป้องกันไม่ให้เด็กแอบหลบออกไปนอกโรงเรียนได้ง่ายๆ นอกจากนี้ระบบการรับส่งเด็กนักเรียน ตอนเช้าควรมีครูรับเด็กเข้าโรงเรียน และเวลาเลิกเรียนครูควรอยู่กับเด็กจนกระทั่งผู้ปกครองมารับ และคุณครูควร รู้จักผู้ปกครองของเด็กทุกคน ไม่ควรมีการอนุญาตให้คนแปลกหน้ามารับเด็กออกจากโรงเรียน 

7. รถโรงเรียน ต้องอยู่ในสภาพดี มีสัญลักษณ์ติดว่าเป็นรถโรงเรียนที่เห็นชัดเจน คนขับรถต้องมีความชำนาญ ระมัดระวัง และใจเย็น ที่สำคัญต้องมีครูหรือคนดูแลเด็กไปกับรถด้วยทุกครั้ง
 
8. สภาพโรงเรียน เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีสิ่งของวางเกะกะ หรือมีเฟอร์นิเจอร์รกรุงรัง ควรมีระบบการจัดเก็บสิ่งของต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีสิ่งของมีคม เช่น มีด กรรไกร วางล่อตาล่อใจเด็ก โต๊ะ เก้าอี้ โซฟา หรือชั้นวางของต้องจัดวางให้ปลอดภัย ไม่วางขวางทางให้เด็กวิ่งชนหรือปีนป่ายได้
 
9. ครูและครูพี่เลี้ยงเพียงพอต่อจำนวนนักเรียน จำนวนครูและครูพี่เลี้ยงต่อจำนวนนักเรียนต้องเหมาะสม กัน โดยทั่วไปแล้วเด็กเล็ก 2-3 ขวบ จำนวนครูต่อเด็กควรจะเป็นครูอย่างน้อย 1 คน ต่อเด็ก 7 คน ส่วนในวัย 3-6 ขวบ ควรเป็นครูอย่างน้อย 1 คน ต่อเด็ก 12 คน เป็นต้น

ในความเป็นจริง อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมนอกจากนี้ เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด แต่อย่างน้อยๆ ก่อนจะส่งลูกเข้าโรงเรียน เราต้องมั่นใจในระดับหนึ่งแล้วว่าโรงเรียนที่พ่อแม่เป็นคนเลือกให้ลูกนั้นจะต้องมีความปลอดภัยสูง เพราะโรงเรียนก็เหมือนบ้านหลังที่สอง ที่จะดูแลลูกๆ แทนเรา 


 

บทความแนะนำ

โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ
กิจกรรมพัฒนาสมองลูกขวบปีแรก
6 เรื่องที่อย่าบังคับลูก ถ้าลูกยังไม่พร้อม
ข้อดีข้อเสียระหว่าง คลอดธรรมชาติ VS ผ่าคลอด

Facebook Comment