โรงเรียนนานาชาติ ‘โชรส์เบอรี’ พร้อมเปิดแคมปัสใหม่ใจกลางเมือง ในปี 2561


โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ประกาศเปิดตัวโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรีระดับอนุบาลและประถมศึกษา แคมปัสใหม่ บนพื้นที่ 15 ไร่ ใจกลางกรุงเทพ ระหว่างถนนสุขุมวิทและถนนพระราม 9 ด้วยเงินลงทุน 2,600 ล้านบาท เพื่อรองรับเด็กนักเรียน อายุ 3-11 ปี จำนวน 640 คน โดยมีกำหนดเปิดการเรียนการสอนในเดือนสิงหาคม 2561
 
ปัจจุบัน โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส ที่ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ก่อตั้งมาตั้งแต่       ปี 2546 โดยการสนับสนุนของโรงเรียนโชรส์เบอรี ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาอันทรงเกียรติในประเทศอังกฤษได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ดีที่สุดในภูมิภาคมาโดยตลอด มีการจัดการศึกษาในระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา สำหรับนักเรียนอายุ 3-18 ปี มีนักเรียนจำนวน 1,700 คน
 
คุณสตีเฟน ฮอลลอยด์ คุณชาลี โสภณพนิช  และ คุณอแมนด้า เดนนิสสัน 
 
โดยนายชาลี โสภณพนิช ผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ กล่าวว่า “เรามุ่งที่จะสร้างโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาที่ดีที่สุดในประเทศไทย บนทำเลแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างเพื่อรองรับเด็กวัยแรกเรียนโดยเฉพาะ โดยจะช่วยยกระดับมาตรฐานการศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาในประเทศไทยให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น ด้วยสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีพื้นที่สีเขียวของธรรมชาติอันร่มรื่น ซึ่งได้รับการคิดและออกแบบรังสรรค์อย่างละเอียดรอบคอบตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่มเพื่อให้ทุกองค์ประกอบผสานเข้ากันอย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมจัดสรรให้มีครูผู้ชำนาญการสอนระดับอนุบาลและประถมศึกษาที่ดีที่สุด ตอกย้ำและต่อยอดความสำเร็จอันยาวนานตลอดระยะเวลา 15 ปี ในประเทศไทยของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ”
 

นายชาลี กล่าวว่า “การมีสถาบันการศึกษาชั้นเลิศในประเทศไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีต่อระดับความน่าสนใจของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายของการลุงทนจากต่างประเทศ เนื่องจากผู้บริหารระดับสูงชาวต่างชาติจะคำนึงถึงเรื่องการศึกษาของบุตรหลานเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการตัดสินใจเลือกประเทศที่จะเข้าไปอยู่อาศัยและทำธุรกิจ ทั้งนี้ คุณภาพการศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กมีผลการเรียนดีเยี่ยมในระดับมัธยมศึกษา ระดับอุดมศึกษา จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาออกมาเป็นผู้นำที่มีความรอบรู้และความสามารถรอบด้านครบทุกมิติของชีวิต ดังนั้นการสร้างสรรค์โรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียจะเป็นส่วนเติมเต็มที่สำคัญต่อความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันบนเวทีระดับโลก”
 

นายสตีเฟน ฮอลลอยด์ ผู้อำนวยการโรงเรียน โชรส์เบอรี อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย และนักการศึกษา ผู้มีประสบการณ์ 12 ปีในประเทศไทยในฐานะครูใหญ่ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง กล่าวว่า “โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส ซึ่งเปิดสอนทั้งระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากเด็กๆ ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมและมีพรสวรรค์จำนวนมาก เนื่องจากโชรส์เบอรีเป็นโรงเรียนที่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถรอบด้าน และประสบความสำเร็จทั้งในเชิงวิชาการและวิชาชีพหลังจากสำเร็จการศึกษา และเด็กๆ ยังได้รับการปลูกฝังค่านิยมของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบอีกด้วย ผู้ปกครองจึงต้องการส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษาที่โชรส์เบอรีตั้งแต่ช่วงปีแรกๆ ของวัยเรียน ส่งผลให้มีเด็กที่อยู่ระหว่างรอคิวเพื่อเข้าศึกษาเป็นจำนวนมาก ในขณะที่เราสามารถรองรับนักเรียนใหม่เข้าเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาได้เพียงปีละ 75 คน”
 
“ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เราจำเป็นต้องปฏิเสธเด็กที่สมัครเข้าศึกษาในระดับอนุบาลและประถมศึกษา  ที่ริเวอร์ไซด์ แคมปัส และมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์การคัดเลือก มากกว่า 650 คน เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด ดังนั้น การเปิดโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี – ซิตี้ แคมปัส จะช่วยเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่เราไม่สามารถรับเข้าศึกษาได้ในตอนแรก อีกทั้งยังเป็นการสร้างแคมปัสแห่งใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเด็กนักเรียนอายุ 3-11 ปีโดยเฉพาะ” นายสตีเฟน กล่าว
 
ทั้งนี้ นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับอนุบาลและประถมศึกษาจากโรงเรียนนาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส จะได้รับสิทธิเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ–ริเวอร์ไซด์ แคมปัส
 

นายสตีเฟน กล่าวว่า “ความต่อเนื่องของบุคลากรครูผู้สอนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ เราจึงแต่งตั้งนางสาวอแมนด้า เดนนิสสัน ครูใหญ่ฝ่ายอนุบาล จากริเวอร์ไซด์ แคมปัส มารับตำแหน่งครูใหญ่ของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส”
 
“นางสาวอแมนด้าจะรับผิดชอบการบริหารจัดการโรงเรียนนาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส ให้มีมาตรฐานการเรียนการสอนและค่านิยมเฉกเช่นเดียวกันกับที่ริเวอร์ไซด์ แคมปัส ตั้งแต่แรกเริ่ม โดยหนึ่งในพันธกิจสำคัญคือมอบการศึกษาแบบองค์รวมอันเป็นเอกลักษณ์ของโชรส์เบอรี ซึ่งจะช่วยพัฒนาเด็กนักเรียนทั้งในด้านการศึกษาเชิงวิชาการและด้านอารมณ์ พร้อมทั้งปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทต่างๆ ในสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้แบบเกื้อกูล ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนมีความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในระดับมหาวิทยาลัย และใช้ชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต” นายสตีเฟน กล่าว
 
ทั้งนี้ นางสาวอแมนด้า เดนนิสสัน เดิมดำรงตำแหน่งครูใหญ่ฝ่ายอนุบาล ที่โรงเรียนนานาชาติ     โชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส มาเป็นระยะเวลา 7 ปี และก่อนหน้านั้นเคยดำรงตำแหน่งครูใหญ่ของโรงเรียนประถมศึกษาชั้นนำในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และ นางสาวแซลลี เวสตัน ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยครูใหญ่ฝ่ายอนุบาลที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ปัจจุบันได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ฝ่ายอนุบาลที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ริเวอร์ไซด์ แคมปัส แทนนางสาวอแมนด้า
 
 

นางสาวอแมนด้า กล่าวว่า “ผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานเข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งในช่วงปีแรกๆ ของการเรียนรู้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นการสอนให้เด็กๆ ใช้ภาษาแม่ของตัวเองได้อย่างเชี่ยวชาญจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยแม้ว่าที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส จะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน แต่เรายังให้ความสำคัญกับการผนวกหลักสูตรภาษาไทยและภาษาจีนกลางที่ดีที่สุดเข้าไปในกระบวนการเรียนการสอนด้วย ดังนั้น นักเรียนทุกคนจะมีทักษะภาษาอังกฤษที่เป็นเลิศ และสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่วแตกฉาน รวมทั้งมีพื้นฐานการใช้ภาษาจีนกลางที่ดีเยี่ยมอีกด้วย
 
หนึ่งในจุดเด่นด้านนวัตกรรมการออกแบบของโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส คือการจัดวางผังห้องเรียนเป็นกลุ่มอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยห้องเรียนจะตั้งอยู่ภายในอาคารสูง 3 ชั้น สร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างห้องเรียนและเด็กนักเรียน ซึ่งการออกแบบห้องเรียนเป็นกลุ่มในลักษณะนี้ จะกระตุ้นให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นระหว่างชั้นเรียนต่างๆ  พร้อมทั้งส่งเสริมให้เด็กทุกคนมีโอกาสผูกมิตรกับเด็กวัยใกล้เคียงกันราว 80 คนได้เป็นอย่างดี เพื่อสานต่อมิตรภาพที่เริ่มต้นในช่วงวัยที่สำคัญต่อไปในระยะยาวตลอดชีวิตกับเพื่อนๆ กลุ่มนี้
 
นางสาวอแมนด้า กล่าวว่า “การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหลายคนในชั้นปีเดียวกันยังสนับสนุนพัฒนาการทางสังคมที่เหมาะสมของเด็กอีกด้วย เนื่องจากเด็กจะเรียนรู้ได้มากจากการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนของตนเอง
 
“โดยเมื่อเร็วๆ นี้ การวิจัยเกี่ยวกับการออกแบบห้องเรียนพบว่า เด็กจะเรียนรู้ได้ดีกว่า หากไม่ถูกจำกัดพื้นที่ให้อยู่ใน ‘ห้องเย็นคอนกรีต’ ดังนั้น ห้องเรียนในอาคารของเราจึงได้รับการออกแบบให้พื้นที่สำหรับการเรียนการสอนเชื่อมโยงกับพื้นที่สีเขียวภายนอกอาคารผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่” นางสาวอแมนด้า กล่าว
 
ห้องเรียนสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี ถูกจัดสรรไว้ในอาคารและพื้นที่ที่แยกเป็นสัดส่วน มีระบบรักษาความปลอดภัยพิเศษที่เพิ่มเติมขึ้นสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ นอกจากนั้น เด็กๆ ยังมีห้องรับประทานอาหารและโรงครัวเฉพาะ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับช่วงวัยของเด็กๆ โดยเด็กๆ สามารถมองเห็นอาหารที่จัดวางบนโต๊ะเตี้ยๆ ได้ อีกทั้งยังมีที่ว่างที่โต๊ะอาหารสำหรับคุณครูคอยดูแลความเรียบร้อย
 
โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส มีพื้นที่ภายในอาคารรวม (GFA) ทั้งหมด 25,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยห้องประชุมขนาด 520 ที่นั่ง ห้องสมุดที่ทันสมัย ห้องแสดงดนตรี ห้องการแสดงและเต้นรำ ศูนย์ยิมนาสติก และห้องรับประทานอาหาร นอกจากนั้น ภายพื้นที่ 15 ไร่ของโรงเรียนยังประกอบด้วยอาคารออกกำลังกายขนาดใหญ่ซึ่งมีสระว่ายน้ำ และสนามเด็กเล่นที่เป็นสนามหญ้าธรรมชาติ และลู่กีฬาในร่มและกลางแจ้ง
 

ขณะนี้ มีผู้ปกครองจองสิทธิ์เข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส ให้แก่บุตรหลานของตนเองแล้ว 40 ที่
 
ผู้ปกครองที่สนใจส่งบุตรหลานเข้าศึกษาที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส สามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://city.shrewsbury.ac.th และสามารถมาพูดคุยกับ นางสาว อแมนด้า เดนนิสสัน ครูใหญ่ หรือพบปะครูผู้สอน และเยี่ยมชมห้องเรียนตัวอย่างได้ที่ สำนักงานรับสมัครนักเรียน โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ – ซิตี้ แคมปัส  

Facebook Comment