โรงเรียนนานาชาติ International School

โรงเรียนนานาชาติ (International School) เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่อยู่ในความสนใจของพ่อแม่ แต่ก่อนจะส่งลูกเข้าโรงเรียนนานาชาติ มาดูข้อมูลและหลักสูตรของโรงเรียนนานาชาติกันก่อนตัดสินใจเลือกโรงเรียนนานาชาติให้ลูก จำเป็นต้องส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติหรือไม่ รวมถึงจะมีปัญหาอะไรเมื่อส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ


โรงเรียนนานาชาติ (International School) เป็นอย่างไร

โรงเรียนนานาชาติเป็นโรงเรียนที่จัดการศึกษาในระบบโดยใช้หลักสูตรต่างประเทศ หรือหลักสูตรต่างประเทศที่ปรับรายละเอียดเนื้อหา รายวิชาใหม่หรือหลักสูตรที่จัดทำขึ้นเองที่ไม่ใช่หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ และใช้ภาษาต่างประเทศเป็นสื่อในการเรียนการสอนให้กับนักเรียน โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และไม่ขัดต่อศีลธรรมและความมั่นคงของประเทศ

โรงเรียนนานาชาติ, international school, หลักสูตรต่างประเทศ, หาโรงเรียน, เลือกโรงเรียน, โรงเรียนอนุบาล, โรงเรียนประถม, แนะนำโรงเรียน, ข้อมูลโรงเรียน, ประเภทโรงเรียน, หลักสูตรการเรียน, หลักสูตรการศึกษา, school zone, โรงเรียนใกล้บ้าน, โรงเรียนดี, โรงเรียนเด็กเก่ง, สอบเข้าเรียน, สมัครเข้าเรียน, นักเรียน, วัยเรียน, เด็กอนุบาล, การศึกษา, การเรียน, โรงเรียนใหม่แห่งประเทศไทย (NIST), โรงเรียนโรงเรียนเซนต์ สตีเฟ่นส์ นานาชาติแห่งใหม่

หลักสูตรโรงเรียนนานาชาติ
โรงเรียนนานาชาติจะมีอยู่ 3 หลักสูตรใหญ่ๆคือ

1. โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอเมริกัน หรือ American English การสอนและบทเรียนใช้ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการของประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีหลักการที่สำคัญ คือ คำนึงถึงความต้องการของผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นการสร้างความรู้ โดยผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยเรียกระดับชั้นป็น Grade ซึ่งจะแบ่งดังนี้

อนุบาล 1 - 3 เรียกว่า kindergarten (KG)

        • อายุ 3-4 ปี อนุบาล 1 = kindergarten.1
        • อายุ 4 ปี อนุบาล 2 = kindergarten.2
        • อายุ 5 ปี อนุบาล 3 = kindergarten.3

ระดับประถมศึกษา หรือ ป.1 – ป.6 = elementary school (ES)

        • อายุ 6 ปี - 11 ปี เรียน ป.1 - ป. 6 = grade 1 – grade 6

ระดับมัธยมศึกษา 1 - มัธยมศึกษา 3 = middle school (MS)

        • อายุ 12 ปี - 14 ปี เรียน มัธยม 1 - มัธยม 3 = grade 7 - grade 9


ระดับมัธยมศึกษา 4 - 6 = high school (HS)

        • อายุ 15 ปี - อายุ 17-19 ปี เรียน มัธยม 4 - มัธยม 6 = grade 10 – grade 12

ในระดับไฮสกูล( มัธยม 5 ถึงม. 6) จะเรียนหลักสูตร Business คือหลักสูตร International Baccalaureate Diploma Programme หรือเรียกย่อว่า IB ถ้าจบหลักสูตรนี้แล้วจะสามารถศึกษาต่อมหาวิทยาลัยได้ทั่วโลก

หลักสูตร IB นอกจากเรียนแล้ว ยังเน้นกิจกรรม เน้นทักษะ การเรียนรู้การเอาตัวรอด การแก้ปัญหา หรือ ปรัชญาการเรียนรู้เน้นเรื่อง การเปลี่ยนวิกฤตต่างๆ ให้เป็นเรียนรู้ หรือโอกาสเน้นกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เน้นการเข้าสังคมอีกด้วย


2 .โรงเรียนนานาชาติหลักสูตรสหราชอาณาจักร หรือประเทศอังกฤษ มีรูปแบบการสอนและแบบเรียนตามกฏตามกระทวงศึกษาธิการของประเทศอังกฤษ โดยหลักสูตรจะเน้นการใช้ภาษาที่ถูกต้อง และเน้นการเรียนมากกว่ากิจกรรม เมื่อเรียนถึงชั้นไฮสกูลจะเรียนหลักสูตร A-Level แบบ British American เรียกระดับชั้นเป็น year

        • อายุ 5 ปี เรียนอนุบาลปีเดียว เรียก year 1
        • อายุ 6 – 11 ปี เรียนประถมศึกษาปี 1 – 6 เรียก year 2 – year 7
        • อายุ 12 – 14 ปี เรียนมัธยมศึกษาปี 1 – 3 เรียก year 8 – year 10
        • อายุ 15 – 17 ปี เรียนมัธยมศึกษา ปี 4 – 6 ไฮสกูล เรียก year 11 – year 13

3.ระบบนานาชาติ (International Baccalaureate Program) เป็นหลักสูตรที่เน้นกระบวนการที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามช่วงพัฒนาการของเด็ก โดยหลักสูตร Early Years และ Middle Years นี้ จะนำไปสู่หลักสูตร IB Diploma ขั้นต่อไปเพื่อเป็นการเตรียมนักเรียนที่มุ่งเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย นอกจากเด็กจะเรียนรายวิชาทั้งสิ้น 6 วิชา (รวมทั้งภาษาต่างประเทศหนึ่งภาษา เช่น ภาษาไทย) ก็ยังมีการเขียน essay และการทำกิจกรรมสร้างสรรค์บริการและช่วยเหลือสังคม (CAS:Creative Action and Services) อีกด้วย ระบบนี้จะเน้นที่ความเป็นนานาชาติและสากล

โรงเรียนนานาชาติ, international school, หลักสูตรต่างประเทศ, หาโรงเรียน, เลือกโรงเรียน, โรงเรียนอนุบาล, โรงเรียนประถม, แนะนำโรงเรียน, ข้อมูลโรงเรียน, ประเภทโรงเรียน, หลักสูตรการเรียน, หลักสูตรการศึกษา, school zone, โรงเรียนใกล้บ้าน, โรงเรียนดี, โรงเรียนเด็กเก่ง, สอบเข้าเรียน, สมัครเข้าเรียน, นักเรียน, วัยเรียน, เด็กอนุบาล, การศึกษา, การเรียน, โรงเรียนใหม่แห่งประเทศไทย (NIST), โรงเรียนโรงเรียนเซนต์ สตีเฟ่นส์ นานาชาติแห่งใหม่
หลักคิดก่อนส่งลูกเข้าโรงเรียนนานาชาติ

การตัดสินใจส่งลูกเข้าเรียนที่โรงเรียนนานาชาติ ว่าเป็นทางเลือกที่ดีหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทั้งตัวเด็กและพ่อแม่ ซึ่งมีประเด็นหลักๆ ที่ต้องพิจารณา เพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

        • พ่อแม่ต้องมีความเชื่อและให้คุณค่าว่าภาษาอังกฤษมีความสำคัญต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพของลูกในอนาคตจริงๆ เพราะการเรียนในโรงเรียนนานาชาตินั้นค่าเทอมสูง และต้องสนับสนุนลูกทั้งด้านกิจกรรมการเรียนและกำลังใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในระยะ 3 ปีแรกเด็กป.1 ที่ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักนั้นเป็นภาระที่ค่อนข้างหนัก
        • เด็กต้องมีพื้นฐานภาษาไทยที่ดี มีความพร้อม ความสนใจและชอบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งจะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาที่ดีขึ้นมาก จนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน
        • ถ้าลูกมีความพร้อมน้อย ประกอบกับเป็นเด็กที่ขาดความอดทน อดกลั้น การต้องเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก อาจทำให้เด็กทุกข์และคับข้องใจ จนเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปเลยก็ได้
        • ต้องยอมรับว่าโรงเรียนนานาชาตินั้น ลูกจะซึมซับค่านิยม ประสบการณ์ความเป็นตะวันตกของเพื่อนและครูต่างชาติที่จะส่งผลต่อความประพฤติและความรู้สึกนึกคิดของลูก ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ยอมรับได้ และพร้อมที่จะเอาใจใส่ ส่งเสริมและปลูกฝังความเป็นไทยให้ลูกด้วย
        • ดูข้อมูลว่าโรงเรียนนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานตามมาตรฐานโรงเรียนนานาชาติสากลหรือไม่ ทางกระทรวงศึกษาให้การรับรองแล้วหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบดูว่าโรงเรียนนั้นสามารถสอบเทียบเพื่อไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้หรือไม่ เป็นต้น

ตัวอย่างโรงเรียนนานาชาติ

โรงเรียนนานาชาติใหม่แห่งประเทศไทย (NIST)
โทร.02-6512065 ต่อ 102
Website : http://www.nist.ac.th

โรงเรียนนานาชาติจักรวาล เขาใหญ่
โทร. 044-365507
Website : http://www.sis.edu/khaoyai/school-khaoyai-thai.php

โรงเรียนนานาชาติเกศินี
โทร. 02-2743444
Website : http://www.kis.ac.th/

โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา
โทร. 02-7852200

โรงเรียนนานาชาติเซนต์จอห์น
โทร. 02-5138575, 02-5130166


รายชื่อโรงเรียนนานาชาติเพิ่มเติม http://www.moe.go.th/inter_school/schoolname_in.htm


ขอขอบคุณข้อมูล :

    • มุมมองของพหุวัฒนธรรมทางการศึกษาInternational : ผศ.ดร.ธงชัย สมบูรณ์ ภาควิชาพื้นฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
    • นิตยสารรักลูก
    • นิตยสาร Modern Mom
    • นิตยสาร Kidscovery


*** บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลจากเว็บไซต์การศึกษาและเว็บไซต์โรงเรียน ชื่อโรงเรียนที่ปรากฎจึงเป็นเพียงการยกตัวอย่างให้สอดคล้องกับแนวการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การจัดอันดับหรือชี้แนะว่าเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุด การนำเนื้อหาไปใช้ประกอบการพิจารณาเลือกโรงเรียนจึงอยู่ที่ดุลยพินิจและวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

บทความแนะนำ

สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เก่งอังกฤษคู่ขนานความเป็นไทย
พฤติกรรม “กัด” ในเด็กวัย 1-2 ปี
Q&A ลูกขวบกว่ามีกลิ่นปาก
3 ท่า ลาขาดตะคริวคุณแม่

Facebook Comment