Heguru สถาบันพัฒนาศักยภาพสมองซีกขวาจากญี่ปุ่น


Heguru, สถาบันพัฒนาศักยภาพสมองซีกขวาจากญี่ปุ่น, สมองซีกขวา,เสริมทักษะ,สถาบันเสริมทักษะ,HGL,Heguru Thailand,เฮกูรุ



คอนเซ็ปต์การศึกษาเพื่อพัฒนาสมองด้านขวา

การศึกษาเพื่อพัฒนาสมองด้านขวาคืออะไร?

ที่ Heguru โปรแกรมเน้นการพัฒนาศักยภาพของสมองทั้ง 2 ด้าน ตามช่วงอายุที่เหมาะสม Heguru เชื่อในแนวทางการสอนที่สร้างสรรค์ ซึ่งนอกจากเด็กๆสนุกและได้ความรู้ ยังช่วยเสริมสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ไปจนโต โปรแกรมพัฒนาสมองด้านขวาของ Heguru ช่วยส่งเสริมการศึกษาแบบสมองด้านซ้ายแบบเดิมให้เข้าสู่มิติใหม่ด้วย ที่สำคัญที่สุดเป็นพื้นฐานในโปรแกรมของเราคือ ความรัก เมื่อประกอบกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการเลี้ยงดูลูกด้วยแนวทางบวก จึงเป็นโปรแกรมที่หล่อเลี้ยงทั้ง IQ และ EQ ของเด็ก

Heguru, สถาบันพัฒนาศักยภาพสมองซีกขวาจากญี่ปุ่น, สมองซีกขวา,เสริมทักษะ,สถาบันเสริมทักษะ,HGL,Heguru Thailand,เฮกูรุ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ของสมองแต่ละด้าน

ช่วงตั้งครรภ์ เป็นช่วงเวลาของการกระตุ้นสมองด้านขวา ประสบการณ์เริ่มมีผลต่อสมองของลูกตั้งแต่ในครรภ์ ดังนั้นประสบการณ์ที่สุขสงบ การรับรู้ถึงความรักจากพ่อและแม่ มีผลต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อยอย่างมหาศาล

ช่วง 3 ปีแรกของชีวิต เด็กๆวัยนี้เรียนรู้สิ่งต่างๆรอบข้างราวกับซึมซับเข้าสู่สมอง จึงเรียนรู้ได้เร็วและแม่นยำมาก ซึ่งเป็นวิธีการเรียนรู้ของสมองด้านขวานั่นเอง ช่วงโอกาสนี้สำคัญที่สุดในการส่งเสริมการพัฒนาสมองด้านขวาให้เต็มศักยภาพ เป็นพื้นฐานของพัฒนาการด้านต่างๆในอนาคดของลูก

3-6 ปี เด็กวัยนี้เริ่มพูดจามีเหตุผลแล้ว เป็นช่วงที่สมองด้านซ้ายเริ่มเชื่อมต่อกับด้านขวา โปรแกรมจึงส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างสมองด้านขวาและซ้าย ฝึกหัดการรู้จักเหตุและผลที่เกิดมากขึ้น



Heguru, สถาบันพัฒนาศักยภาพสมองซีกขวาจากญี่ปุ่น, สมองซีกขวา,เสริมทักษะ,สถาบันเสริมทักษะ,HGL,Heguru Thailand,เฮกูรุ

ทำไมจึงควรส่งเสริมการศึกษาแบบสมองด้านขวา?

คุณพ่อคุณแม่อาจจะพอทราบมาอยู่บ้างแล้วว่า สมอง 2 ด้านที่มองผิวเผินไม่ได้มีความแตกต่างกันอันที่จริงแล้วทำงานแตกต่างกันมาก พูดง่ายๆว่าการเรียนรู้โดยสมองซ้ายและขวาเป็นคนละวิธีกันถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะทำงานร่วมกันออกมาเป็นความคิด เป็นการเรียนรู้ของคนคนหนึ่ง

สมองด้านขวาทำงานด้านอารมณ์ สร้างสรรค์ รับข้อมูลและประมวลผลเป็นภาพ หมายความว่า จัดการกับข้อมูลได้ครั้งละมากและแม่นยำ ในขณะที่สมองด้านซ้ายทำงานด้านภาษา ตรรกะและเหตุผล มีการประมวลข้อมูลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต้องอาศัยการเรียนซ้ำๆหลายๆครั้งจึงจำได้

การศึกษาส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นระบบของสมองด้านซ้าย การวัดผลก็เป็นแนวของสมองด้านซ้าย อย่างไรก็ตาม Heguru พบว่าเมื่อเด็กๆได้รับการศึกษาแบบสมองด้านขวา ทำให้มิติของการใช้สมองด้านซ้ายและการเชื่อมโยงของสมองทั้งสองด้านดีขึ้นอย่างมาก สมองด้านขวาเก็บข้อมูลครั้งละมากและแม่นยำ สมองด้านซ้ายจัดการเรียบเรียง จากนั้นทำงานร่วมกันเพื่อแสดงผลออกมาเด็กๆมีเครื่องมือที่ดีขึ้นในการเรียนทุกชนิด ไม่จำกัดแค่การเรียนหนังสือ ยังรวมไปถึงการเรียนดนตรีและเล่นกีฬาด้วย เครื่องมือนั่นคือ ทักษะ 9 ชนิด ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของ Heguru


เป้าหมายของการเรียนที่ Heguru

Heguru พยายามให้เด็กๆได้พัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็น 9 ชนิด ทักษะเหล่านี้เปรียบได้กับเครื่องมือซึ่งเด็กสามารถนำไปใช้เพื่อการเรียนรู้เมื่อเติบโตขึ้น เครื่องมือนี้นอกจากจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในด้านการเรียนแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสำเร็จทางด้านกีฬาและดนตรีด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ เด็กเติบโตขึ้นมามีความสุข มีจิตใจที่ดี รู้จักรักเคารพทั้งตัวเองและผู้อื่น มีความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง รู้จักการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่ตั้งใจทำ


ทักษะ 9 ชนิด คือ
1. การมีสมาธิจดจ่อ
2. การรู้จักการอดทนอดกลั้น ควบคุมตนเอง
3. ทักษะในการเห็นภาพ
4. การมีความจำที่แม่นยำรวดเร็ว
5. การคิดและเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมได้อย่างรวดเร็ว
6. การมีความคิดสร้างสรรค์
7. นำสิ่งที่รู้ไปใช้ได้
8. วิเคราะห์แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
9. อ่านหนังสือได้เร็วและมาก


ทักษะ 1-3 เป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นทักษะที่ 4-9 เป็นสิ่งที่ฝึกฝนในห้องเรียนของ Heguru สุดท้ายแล้วเด็กๆจะได้รับการฝึกฝนระดับสูงอีก 2 ทักษะ คือ ความสามารถในการเรียนพร้อมกัน 2 อย่างเวลาเดียวกัน และ ความสามารถในการจัดการความรู้สึกกับเวลา ทักษะทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นการฝึกฝนความสามารถในระดับของอัจฉริยะ


อะไรคือ Hado Reading
โรงเรียน Heguru ก่อตั้งโดย คุณครูรุยโกะ เฮนมิ และ ฮิโรตาดะ เฮนมิ ผู้ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 30 ปี ในการพัฒนาโปรแกรมสำหรับการเปิดศักยภาพสมองโดยเฉพาะด้านขวา และต่อยอดไปจนถึงการพัฒนาสมองด้านซ้าย จนกระทั่งสร้างผลลัพธ์ที่โด่งดัง เมื่อปี 1997 เมื่อมีการแพร่ภาพผ่านทางโทรทัศน์เรื่องที่เด็กในโรงเรียน Heguru สามารถอ่านหนังสือได้เร็วยิ่งกว่าการอ่าน


speed reading ทั่วไปที่คนเคยรู้จัก รุยโกะเรียก การอ่านแบบนี้ว่า HADO เด็กๆกรีดหนังสือเร็วเพียง 30 วินาที ก็เข้าใจเนื้อหาในหนังสือทันที รุยโกะอธิบายว่าเธอค้นพบว่าวิธีที่เธอสอน ทำให้เด็กๆเมื่ออ่านหนังสือเร็วแบบนี้ ตัวหนังสือจะเปลี่ยนเป็นภาพเข้ามาในสมองทันที รุยโกะยังคงสอนและทำการค้นคว้าต่อไป มีเด็กที่สามารถอ่านแบบ HADO ได้มากขึ้นเรื่อยๆ และเด็กบางกลุ่มถึงขนาดสามารถอ่านหนังสือ 10,000 เล่มได้ภายใน 1 เดือนโดยไม่เคร่งเครียดเหน็ดเหนื่อย เมื่อมีเด็กทำได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดจึงมีการตั้งเป็นชมรมเรียก กลุ่มเด็กที่สามารถอ่านหนังสือได้ 10,000 เล่มภายใน 1 เดือนว่า อิจิมังไคเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า 10,000 เล่ม มีหลายคนตั้งคำถามว่าให้เด็กอ่านหนังสือมากมายขนาดนี้เพื่ออะไร รุยโกะตอบว่าการอ่านแบบ HADO ในโรงเรียน Heguru เป็นเครื่องมืออันหนึ่งในการเปิดศักยภาพสมองด้านขวา และการอ่าน 10,000 เล่ม เป็นการบ่งบอกว่าเด็กคนนั้นสามารถใช้เครื่องมือนี้ได้คล่องแคล่วแล้ว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่อาณาจักรของอัจฉริยะ


ทำไม Heguru จึงมุ่งเน้นการพัฒนาสมองด้านขวา
เด็กๆเรียนรู้ด้วยการดูดซับสิ่งต่างๆราวกับฟองน้ำ ซึ่งต่างจากวิธีการเรียนของผู้ใหญ่อย่างชัดเจน นี่คือวิธีการเรียนรู้โดยใช้สมองด้านขวา ดังนั้นการพัฒนาสมองด้านขวาในช่วงที่เด็กกำลังใช้สมองด้านขวาอยู่แล้ว ด้วยโปรแกรมที่จัดสรรครู สื่อการสอน จังหวะ และบรรยากาศที่เหมาะสม จึงเป็นเวลาที่เราสามารถดึงศักยภาพออกมาได้มากที่สุด


สมองด้านซ้ายกับขวาทำงานต่างกัน

การกระตุ้นสมองด้านขวาช่วงนี้เน้นปริมาณข้อมูลที่ใส่เข้าไป เด็กยังไม่จำเป็นต้องเข้าใจ เพราะสมองด้านขวาที่เก็บข้อมูลไว้ จะนำมาใช้ในเวลาต่อมา



หลักสูตร (Course)

คลาสทารกและวัยเตาะแตะ

อายุ 4 เดือน – 6 ปี
50 นาทีต่อครั้ง (คอร์สละ 42 ครั้งต่อปี)

โปรแกรมของ Heguru ที่จัดขึ้นสำหรับเด็กวัยนี้มุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นสมองด้านขวาเป็นหลัก เด็กๆจะต้องรู้สึกสนุก และไม่ถูกบังคับ เพราะการจะให้สมองด้านขวาทำงานได้เต็มที่ จะต้องไม่เครียด สำหรับเด็กจะคิดว่าเป็นการเล่น การเล่นสำหรับเด็กเปรียบได้กับการทำงานของผู้ใหญ่นั่นเอง การที่เด็กได้มีความรู้สึกว่าตัวเค้าเองทำได้ แม้จะเป็นสิ่งที่ดูเล็กน้อยสำหรับสายตาผู้ใหญ่ ที่ Heguru จะสนับสนุนให้ชื่นชมต่อความสำเร็จก้าวเล็กๆเสมอ

สาระสำคัญของโปรแกรม
1.เพิ่มศักยภาพสมอง
2.เนื่องด้วยมีครู 2 คนในคลาส ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างรวดเร็ว
3.มีการใช้แสง เสียงและจังหวะ อย่างเหมาะสมในชั้นเรียนเพื่อสร้างบรรยากาศในการปลดปล่อยความเป็นอัจฉริยะของลูกน้อยของคุณพ่อ คุณแม่
4.คุณพ่อ คุณแม่ ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับลูกน้อยช่วยกระตุ้นศักยภาพของลูก
5.พูดคุยแลกเปลี่ยนแง่มุมต่างๆ ในการเลี้ยงดูลูก
6.โปรแกรมช่วยกระตุ้นให้ลูกกับคุณพ่อ คุณแม่ เติบโตไปพร้อมกันในสภาพแวดล้อมที่มีความสุข
7.มีการตรวจติดตามผลแยกแต่ละครอบครัว


คลาสคุณแม่ตั้งครรภ์
ทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง
สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป

เรียนรู้การสื่อสารกับทารกน้อยตั้งแต่ในครรภ์ รวมทั้งการกระตุ้นสมองด้านขวาของคุณแม่ซึ่งเป็นความถนัดของเฮะกุรุ และเรียนรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย อาหารและอื่นๆ ร่วมพูดคุยถามตอบปัญหาที่กังวล

สาระสำคัญของโปรแกรม
1.ส่งเสริมความสามารถในการสร้างจินตนาการของคุณแม่ และการใช้สมองด้านขวา โดยการฝึกฝนที่นำไปใช้ได้จริงรวมถึงการฝึกการใช้ศักยภาพของจิตสำนึก
2.ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลมากการได้รวมกลุ่มกัน ช่วยให้มีกำลังใจและมีคนเข้าใจซึ่งช่วยให้คุณแม่มีอารมณ์และจิตใจที่เบิกบาน
3.แบ่งปันความรู้เรื่องสารอาหารตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ จนถึงระยะคลอด รวมถึงเคล็ดลับการใช้ชีวิตให้สุขภาพดี
4.ผู้บรรยายจะให้คำแนะนำและข้อมูล พร้อมทั้งตอบข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ให้แก่คุณแม่โดยตรง

ตลอดช่วงที่ตั้งครรภ์ คุณพ่อคุณแม่ควรจะผ่อนคลายและพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เค้ารู้สึกปลอดภัยและช่วยให้คุณแม่รอคอยช่วงเวลาคลอดอย่างมีความสุข



คอร์สก่อนวัยเรียน

เริ่มการพัฒนาสมองด้านซ้ายควบคู่ไปกับสมองด้านขวาเมื่อสมองด้านขวาพัฒนาขึ้น สถาบันมีโปรแกรมเพิ่มอีก 84 โปรแกรม ที่ออกแบบมาเพื่อการพัฒนาสมองด้านซ้าย

  • วัยก่อนเข้าเรียน 1

เวลา 70 นาที/ครั้ง
อายุ 4-5 ปี
จำนวนครั้ง 42 ครั้ง/ปี

เริ่มการกระตุ้นสมองด้านซ้ายเพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง เป็นเวลาที่เด็กจะได้ใช้สิ่งที่เรียนรู้มาจากชั้นเรียนเด็กเล็ก เพื่อเชื่อมโยงสู่สมองด้านซ้าย ในชั้นเรียนก่อนเข้าเรียน 1 เด็กๆ เรียนรู้การพึ่งพาตนเองเพราะไม่มีคุณพ่อคุณแม่เข้ามาในชั้นเรียนด้วย เด็กต้องดูแลข้าวของของตนเอง เรียนรู้จักการยอมเพื่อนๆ สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน จะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กรู้จักการพึงพาตนเองมากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ดีอันหนึ่งในการเตรียมเด็กสำหรับการใช้ชีวิตในการเรียนชั้นประถมต่อไป
ชั้นเรียนแต่ละครั้งนาน 70 นาที โดยการทำแบบฝึกหัด และการฝีมือ เด็กๆพัฒนาทักษะความสามารถที่เป็น 3 มิติ ซึ่งไม่มีในชั้นเรียนสำหรับเด็กเล็ก


จุดเด่นของโปรแกรม
1.เด็กๆ เริ่มเข้าเรียนด้วยตัวเอง ดังนั้นการสื่อสารกับคุณครูให้รู้เรื่องเป็นสิ่งสำคัญ
2.สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของสมองทั้งซีกซ้ายและขวา ด้วยการทำแบบฝึกหัดและงานฝีมือ
3.จิตใจของเด็กๆ ค่อยๆ เติบโตขึ้น ผ่านการฟังเรื่องเล่าที่น่าสนใจหลากหลายชนิดที่จะจับใจเด็กๆ
4.เด็กๆ จะได้รับการกระตุ้นและสอนให้รู้จักรับผิดชอบตนเองเป็นการปลูกฝังเรื่องการพึ่งพาและช่วยเหลือตนเอง


  • วัยก่อนเข้าเรียน 2

เวลา 90 นาที/ครั้ง
อายุ 5-6 ปี
จำนวนครั้ง 42 ครั้ง/ปี



โปรแกรมออกแบบมาเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างสมองด้านขวาและด้านซ้ายอย่างยอดเยี่ยม

เมื่อเด็กเริ่มเข้าชั้นเรียนก่อนวัยเรียน 2 นี้แล้ว คนที่รู้จักเด็กๆ จะประหลาดใจกับการพัฒนาของเด็กอย่างมาก ชั้นเรียนแต่ละครั้งนาน 90 นาที เหมือนชั้นเรียนเด็กประ ซึ่งจะช่วยพัฒนาพลังสมาธิของเด็กๆ ให้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้การพัฒนาสมองด้านซ้าย ก็จะลึกซึ้งกว่าชั้นก่อนวันเรียน 1 เพื่อจะสร้างเครื่องมือพื้นฐานเตรียมพร้อมเมื่อเด็กๆไปเป็นนักเรียนประถม เครื่องมือพื้นฐานเหล่านี้สำคัญมากในการจะทำให้สมองด้านขวาเบ่งบานในโรงเรียนชั้นประถมของเด็กๆ โปรแกรมออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อส่งเสริมความสมดุลระหว่างสมองด้านขวาและซ้าย เมื่อเด็กๆ เข้ามาถึงโปรแกรมนี้แล้วการพัฒนาของเด็กจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว

จุดเด่นของโปรแกรม
1.เพิ่มศักยภาพของสมองและการเชื่อมโยงที่มีประสิทธิภาพระหว่างสมองด้านขวาและซ้าย
2.ปลูกฝังทักษะในการประมวลผลด้วยความเร็วสูง
3.ปลูกฝังพลังในการแสดงออก และความสามารถในการทำความเข้าใจ
4.สนับสนุนความร่วมมือผ่านกิจกรรมกลุ่ม
5.เพิ่มพัฒนาการของสมองซีกซ้ายและการเพิ่มศักยภาพของสมองซีกขวา ผ่านการทำแบบฝึกหัด


คอร์สวัยประถม

เวลา 90 นาที/ครั้ง
อายุ 7-12 ปี
จำนวนครั้ง 42 ครั้ง/ปี

การสอนนั้นได้ถูกออกแบบมา เพื่อให้ได้นำทักษะจากสมองทั้งซีกซ้าย และซีกขวามาใช้ปฎิบัติงานได้จริง เด็กนักเรียนในโปรแกรมประถมถือเป็นดาวเด่นของ Heguru เพราะพวกเค้าสามารถใช้ความสามารถของสมองทั้งด้านขวาและซ้ายซึ่งได้รับการพัฒนามาตั้งแต่เค้ายังเล็กจนวัยก่อนเรียน คนอื่นๆ จะเริ่มอิจฉาความสามารถของพวกเค้า ไม่ว่าจะเป็นการอ่านแบบกรีดหนังสืออย่างเร็ว (HADO Reading) หรือความสามารถในการจำแบบทันทีทันใด อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสมองด้านขวาไม่ใช่เพียงแค่การจำสิ่งต่างๆ ที่ละมาก และการฟังเสียงความเร็วสูง สถานที่สำคัญมากในการพัฒนาสมองด้านขวา คือที่ที่จะเป็นแหล่งกำเนิดของคนที่มีความสามารถพิเศษ โปรแกรมเด็กประถมของ Hwguru มีทั้งชั้นเรียนเล็กและใหญ่ความเร็วของบทเรียนและกิจกรรมในชั้นเรียน เป็นการแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของครู


จุดเด่นของโปรแกรม
1.การฝึกฝนเพื่อที่จะเปิดใช้งานสมองซีกขวา
2.การใช้พลังของสมองข้างขวาเพื่อที่จะไปทำให้สมองข้างซ้ายได้มีทักษะเพิ่มขึ้น
3.การเพิ่มความสามารถของ IGZ, IZ และ BZ
4.การเพิ่มความสามารถในการจินตนาการและความสามารถด้านอื่นๆ ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือแบบ Wave (Hado Reading) และการท่องจำแบบต่อเนื่อง
5.การสอนแบบไม่แบ่งแยกชั้นเรียนของเด็ก ทำให้มีปัจจัยในการกระตุ้นหลายอย่างที่จะทำให้เด็กแต่ละคนมีวุฒิภาวะมากขึ้น
6.ระบบการฝึกฝนรายบุคคลได้ถูกออกแบบมา เพื่อให้เด็กแต่ละคนประสบความสำเร็จ


Heguru, สถาบันพัฒนาศักยภาพสมองซีกขวาจากญี่ปุ่น, สมองซีกขวา,เสริมทักษะ,สถาบันเสริมทักษะ,HGL,Heguru Thailand,เฮกูรุ

สถานที่ติดต่อสถาบัน HEGURU

  • สถาบัน HEGURU สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ฝั่ง ZEN ชั้น 15 (กรุณาต่อลิฟท์แก้วที่ชั้น 7 ในห้าง zen)

โทร 080-591-4949

  • สถาบัน HEGURU สาขา The Walk ราชพฤกษ์ ชั้น 2

โทร 080-964-9795


อีเมล์ สถาบัน HEGURU Thailand
E-mail: Heguru_thailand@hotmail.com


เว็บไซต์สถาบัน HEGURU Thailand
http://www.heguruschool.com/


บทความแนะนำ

จัดใหญ่! เนสท์เล่ ระดมพลังสังคมสร้าง 3 สุขนิสัยเพื่อเยาวชนสุขภาพดี
ผ้าเปียก preservative free ดียังไง? ทำไมคุณแม่หลายๆ คนถึงเลือกใช้?
Q & A ลูก 9 เดือน ดุลูกได้แค่ไหน
20 ความมหัศจรรย์ของลูกขวบปีแรก

Facebook Comment