อนุบาลอังสนา รับน้องใหม่ ไม่มีร้อง (ไห้)

เปิดเทอมใหม่ทีไร มักต้องเจอกับปัญหาน้องหนูโยเยไม่ยอมไปโรงเรียน แต่ที่โรงเรียนอนุบาลอังสนาไม่ต้องเจอกับปัญหานี้ค่ะ เพราะที่โรงเรียนอนุบาลอังสนามีการรับน้องใหม่ ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไร อยากรู้ต้องตามมาเลยค่ะ

โรงเรียนอนุบาลอังสนา, อังสนาเนอสเซอรี่, โรงเรียนอนุบาลอังสนา & อังสนาเนอสเซอรี่, โรงเรียน, หาโรงเรียน, เลือกโรงเรียน, แนะนำโรงเรียน, ย้ายโรงเรียน, โรงเรียนอนุบาล, อนุบาล, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนบูรณาการ, school tour,โรงเรียนอนุบาลอังสนา,อังสนาเนอสเซอรี่


โรงเรียนอนุบาลอังสนา, อังสนาเนอสเซอรี่, โรงเรียนอนุบาลอังสนา & อังสนาเนอสเซอรี่, โรงเรียน, หาโรงเรียน, เลือกโรงเรียน, แนะนำโรงเรียน, ย้ายโรงเรียน, โรงเรียนอนุบาล, อนุบาล, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนบูรณาการ, school tour,โรงเรียนอนุบาลอังสนา,อังสนาเนอสเซอรี่คุณอุไรวรรณ เจริญการพาณิช (ครูป๋วย) คุณครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลอังสนา บอกถึงหลักสูตรที่ใช้ในโรงเรียนว่า

"โรงเรียนใช้หลักสูตรสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ระดับปฐมวัย และบูรณาการนวัตกรรมต่างๆ ให้เหมาะกับบทเรียน โดยมีการตีความและวางแผนหลักสูตรร่วมกับครูในโรงเรียน แล้วจึงนำมาทำเป็นหน่วยการเรียน แต่จะเลือกกันก่อนว่าเคยทำกิจกรรมอะไรมาบ้างในแต่ละปี ส่วนด้านวิชาการทางโรงเรียนก็ให้ความสำคัญ โดยมีการเรียนการสอนแบบโครงงานหรือ Project Approach ที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้กัน"

ครูป๋วยบอกเหตุผลที่เลือกกิจกรรมรับน้องมาอยู่ในแผนปฏิบัติงานของปีนี้ ว่า กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านๆ มา และทำให้น้องใหม่อย่างชั้นเตรียมอนุบาลและอนุบาล 1 สามารถปรับตัวได้ ส่วนพี่ๆ อนุบาล 2 และ 3 เมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นพี่แล้ว ก็ให้ความสำคัญกับตัวเอง พร้อมปรับตัวและพยายามช่วยเหลือตัวเองมากขึ้นค่ะ

บรรยากาศวันรับน้อง

วันนี้...ครูป๋วยบอกว่าเด็กๆ เขาจะเริ่มทำกิจกรรมรับน้องประมาณ 9 โมงเช้ากว่าๆ อยากเห็นบรรยากาศการรับน้องของเด็กๆ แล้วสิคะ ว่าจะอบอุ่นและสนุกสนานเพียงใด เดี๋ยวเราขึ้นไปรอเด็กที่ห้องประชุมชั้น 3 กันเลย...ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงพวกเด็กๆ เดินเข้ามาที่ห้องประชุมทีละ 2 คู่ โดยพี่อนุบาล 2 คู่กับน้องอนุบาล 1 และพี่อนุบาล 3 คู่กับน้องเตรียมอนุบาล

การรับน้องกำลังเริ่มขึ้นแล้ว

ซุ้มธงต้อนรับ นั่นไงเด็กๆ เดินจูงมือกันออกมาจากห้องเก็บตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเดินมาถึง เด็กๆ ก็จะเจอกับซุ้มธงต้อนรับ ซึ่งมีพี่ๆ สาวสวยของชั้นอนุบาล 2 คอยโบกธงต้อนรับพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ และเสียงเพลงมาร์ชอังสนาก็ดังขึ้น เพื่อเป็นการต้อนรับน้องใหม่ และบอกให้เขารับรู้ว่าเขาได้เข้ามาสู่รั้วของอังสนาและการตอนรับอันอบอุ่น จากพวกพี่ๆ ได้เริ่มขึ้นแล้ว

ซุ้มคานทรงตัว พี่ๆ จะช่วยพาน้องข้ามอุปสรรค บรรยากาศที่ซุ้มนี้จะมีดอกไม้สวยงามประดับเรียงราย แต่จะมีอุปสรรค คือคานทรงตัว ที่พี่จะต้องช่วยให้น้องเดินข้ามอุปสรรคด่านนี้ไปให้ได้ แต่ก็ไม่เกินความสามารถของเด็กวัยนี้

ซุ้มลอด ทำให้เด็กรู้สึกตื่นเต้นเพราะมองไม่เห็นข้างหน้าว่ามีอะไรรออยู่ โดยพี่ๆ จะต้องส่งน้องลอดอุโมงค์ จากนั้นจึงลอดอุโมงค์อีกทางหนึ่งแล้วไปเจอกันข้างหน้า แล้วก็พากันไปสู่ลานดอกไม้ที่ห้อยลงมาจากเพดาน

โรงเรียนอนุบาลอังสนา, อังสนาเนอสเซอรี่, โรงเรียนอนุบาลอังสนา & อังสนาเนอสเซอรี่, โรงเรียน, หาโรงเรียน, เลือกโรงเรียน, แนะนำโรงเรียน, ย้ายโรงเรียน, โรงเรียนอนุบาล, อนุบาล, ชั้นอนุบาล, เตรียมประถม, โรงเรียนบูรณาการ, school tour,โรงเรียนอนุบาลอังสนา,อังสนาเนอสเซอรี่ซุ้มป้อนขนม ซุ้มนี้เป็นซุ้มที่เด็กๆ ชอบมากที่สุดค่ะ เพราะพี่ๆ จะต้องป้อนขนมให้น้อง เป็นการแสดงความเอื้ออาทร แต่มีน้องบางคนไม่ยอมกิน ได้แต่อายบอกพี่ว่าหนูอิ่มแล้ว สุดท้ายคุณพี่เลยต้องแก้ปัญหาด้วยการกินเองค่ะ

ซุ้มแต่งตัว เมื่อมาถึงซุ้มนี้พี่ๆ จะต้องดูความเรียบร้อยของน้อง ตั้งแต่เสื้อผ้า ตลอดจนความเรียบร้อย ถ้าเห็นว่าหน้าน้องมีเหงื่อผมยุ่ง พี่ก็จะช่วยเช็ดเหงื่อทาแป้งและหวีผมให้น้อง

พิธีบายศรีสู่ขวัญ เมื่อแต่งตัวให้น้องเรียบร้อยแล้ว เด็กๆ ก็เดินจูงมือมานั่งรวมกันที่หน้าเวที จากนั้นคุณครูจอยก็ทบทวนให้เด็กๆ ฟังถึงซุ้มกิจกรรมที่ผ่านมา และอธิบายถึงพิธีการต่อไปว่ามีความสำคัญมาก "คนสมัยก่อนเชื่อว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งไม่ดี และต้อนรับเอาสิ่งไม่ดีกลัมมา เพื่อที่จะได้เป็นสิริมงคลกับตัวเองนะคะ" นั่นคือ พิธีบายศรีสู่ขวัญ จากนั้นเด็กๆก็จูงมือน้องเดินขึ้นไปบนเวทีให้คุณครูผูกข้อไม้ข้อมือทีละคู่ ซึ่งคุณครูป๋วยบอกว่าจริงๆ แล้วควรเป็นพี่ผูกข้อมือให้น้อง แต่เนื่องจากเขายังเด็ก จึงให้พี่เป็นคนจูงน้องไปบายศรีจากคุณครูแทน

มอบของให้น้อง ถึงเวลามอบให้น้องใหม่กันแล้ว เป็นของขวัญที่พี่ๆ เขาช่วยกันทำขึ้นระหว่างเรียนชั่วโมงศิลปะกับคุณครูชัยค่ะ คุณครูจอยแจกของให้พี่ๆ เตรียมมอบของขวัญให้กับน้องของตัวเอง "เอ้าหันหน้าเข้าหาน้องของเราไว้ค่ะ แล้วรอมอบพร้อมกัน " คุณครูจอยบอกพร้อมส่งสัญญาณ นับ 1 2 3 พอสิ้นสัญญาณเด็กๆ จึงมอบของให้น้อง พร้อมทั้งกอดน้องเป็นการรับขวัญด้วยค่ะ

ป้อนข้าวน้อง กิจกรรมต่อไปพี่ๆ จะป้อนข้าวผัดอเมริกันเมนูสุดโปรดให้น้องๆ แต่มีกติกาอยู่ว่า จะต้องป้อนข้าวน้องอย่างเดียว ห้ามแอบตักเข้าปากตัวเองและที่สำคัญต้องป้อนให้หมดด้วยนะ ซึ่งพี่ๆ ก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียว นอกจากจะป้อนข้าวน้องจนหมดจานแล้ว ยังช่วยน้องเก็บถาดอาหารด้วยค่ะ

ภารกิจสุดท้ายของพี่ๆ วันนี้คือ พาน้องไปส่งที่ห้องจากนั้นจึงถึงเวลาลงมารับประทานอาหารของพี่ๆ อ. 2 และ อ. 3 ทุกๆ กิจกรรมพวกเราจะได้ยินเสียงคุณครูคอยย้ำว่า "อย่าลืมจูงน้องนะ อย่าลืมดูแลน้องด้วย" ครูป๋วยบอกว่าเป็นการเน้นย้ำให้เด็กๆ รับรู้ว่าเขาเป็นพี่แล้ว เขาจะได้ภูมิใจ ต่อไปจะไม่โยเยแล้ว

กิจกรรมรับน้อง

กิจกรรม รับน้องมีมา 5 ปีแล้ว ซึ่งเหมือนเป็นประเพณีของที่นี่ค่ะ แต่รูปแบบในอดีตนั้น คุณครูป๋วยบอกว่า ครั้งแรกๆ กิจกรรมจะไม่ได้เน้นไปที่ความหมายมากนัก แต่เน้นไปที่ความสนุกสนานมากกว่า เช่น ให้เด็กๆ ลอดเครื่องเล่นต่างๆ และยังไม่ได้ให้พี่เข้าไปช่วยน้องเหมือนในปัจจุบัน

แล้วค่อยพัฒนามาจนเป็นรูปแบบปัจจุบันที่พี่มีโอกาสช่วยน้องมากขึ้น และตัวคุณครูเองก็มีประสบการณ์มากขึ้นว่าจะคิดรูปแบบกิจกรรมอย่างไรให้พี่ ได้มีโอกาสทำให้น้องมากที่สุด อย่างเรื่องการประดิษฐ์ของให้น้องหรือเรื่องของการจัดซุ้ม ที่วางให้อยู่ในวิชาศิลปะเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาในเรื่องของการทำกิจกรรมหรือ ด้านหน่วยการเรียนอื่นๆ ด้วย

จุดประสงค์หลักของการรับน้อง

คุณครูป๋วยบอกว่า อยากให้น้องเตรียมอนุบาลและอนุบาล 1 รู้สึกอบอุ่น ใจเมื่อได้เข้ามาสู่รั้วของอังสนา ไม่ใช่แค่มีคุณครูดูแลเขา แต่จะมีพี่ๆ ที่ดูแลเขาด้วย ความสัมพันธ์ตรงนี้ บางครั้งอาจดูเหมือนขาดหายไปในสังคมปัจจุบันมาก เหมือนกับว่าเด็กๆ แค่มาหาความรู้ในโรงเรียน แต่ทางโรงเรียนต้องการให้ได้ในเรื่องของความสัมพันธ์

เนื่องจากโรงเรียนเป็นสังคมหนึ่งของเด็กๆ จึงอยากให้เขาได้รู้ว่าในสังคมเรามีทั้งพี่ ทั้งน้อง มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีการดูแลซึ่งกันและกัน และในแง่ของพี่จะได้ฝึกการเป็นพี่ที่ดี ฝึกการปรับตัวของตัวเองในการเป็นพี่ และรู้ว่ายังมีน้องหรือคนอื่นในสังคมที่เด็กกว่าเขา เขาจะต้องเอื้อเฟื้ออย่างไร

ฉะนั้นในเรื่องของการรับน้อง นอกจากที่พี่และน้องจะได้รับแล้ว คุณครูก็จะได้รับด้วย คือได้รู้จักเด็กมากขึ้น ยิ่งมีกิจกรรมมากเท่าไหร่ ต้องลงไปสัมผัสเด็กมากเท่านั้น คุณครูที่นี่อาจมองว่า เป็นคุณครูสอนระดับ อนุบาล แต่สิ่งหนึ่งที่เห็น คือ ครูรู้จักเด็กทุกคน ฉะนั้นจะไม่มีการแบ่งแยกเด็กว่าเป็นลูกศิษย์ใคร

คุณครูป๋วยทิ้งท้ายกับเราว่า "อยากเห็นเด็กๆ มีความสุข คุณครูทุกคนจึงพยายามสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ ให้เขารู้สึกสนุกและมีพัฒนาการที่ดีตามวัยของเขาด้วย"


alt

โรงเรียนอนุบาลอังสนา & อังสนาเนอสเซอรี่

หมู่บ้านกฤษดานคร 21 ถนนบางนา-ตราด กม.7 ตรงข้ามโรงพยาบาลปิยมินทร์

โทรศัพท์ 02-751-7199, 02-751-7200

โทรสาร 02-752-8600

บทความแนะนำ

รวมภาพสุดซึ้ง เมื่อพี่สาวพี่ชายพบหน้าน้องๆ เบบี๋เป็นครั้งแรก
คลิปสุดซึ้งรับวันแม่ ผู้หญิงที่สวยที่สุดหน้าตาเป็นอย่างไร
เสริมพัฒนาการดูด เคี้ยว กลืนลูกขวบปีแรกด้วยอาหาร
จัดกระเป๋าเตรียมไปคลอด

Facebook Comment