ทำไมจึงปวดท้องเวลามีประจำเดือน

ทำไมจึงปวดท้องเวลามีประจำเดือน,ประจำเดือน,ปวดท้องประจำเดือน,ปวดท้องเมนส์,ปวดเมนส์,เมนส์,เป็นเมนส์,ปวดท้อง,ปวดมดลูก,

การมีประจำเดือนเป็นธรรมชาติของสตรีเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ จากการศึกษาของศิริราช เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา พบว่าอายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนครั้งแรกของเด็กผู้หญิงไทยประมาณ 12 ปี 7 เดือน เด็กผู้หญิงทางภาคเหนือมีอายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนเร็วกว่าภาคอื่น ๆ ส่วนเด็กภาคใต้มีอายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนช้ากว่าภาคอื่น ๆ

เมื่อเริ่มมีประจำเดือนผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้องขณะมีประจำเดือน บางคนจึงคิดว่าอาการปวดประจำเดือนนั้นเป็นสิ่งธรรมดาที่เกิดขึ้นระหว่างการมีประจำเดือน ถ้าคิดแบบนี้ก็คงจะใช้ได้กับคนที่มีอาการปวดประจำเดือนไม่มาก คือ ปวดพอรู้สึกรำคาญ ไม่ต้องรับประทานยาอาการก็หายไปเอง อาการปวดประจำเดือนนี้ส่วนใหญ่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-2 ของการมีประจำเดือน และจะหายไปภายใน 1-2 วัน แต่มีผู้หญิงบางรายที่มีอาการปวดท้องมากขณะมีประจำเดือนทุกครั้ง จะต้องรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล 2 เม็ด อาการจึงทุเลา ซึ่งลักษณะการปวดประจำเดือนทั้ง 2 อย่างที่กล่าวมาแล้วถือว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดได้ในผู้หญิง เป็นอาการปวดประจำเดือนที่ไม่รู้สาเหตุ แต่ส่วนใหญ่เมื่อแต่งงานแล้วอาการจะหายไป



โรคที่อาจเกิดเมื่อมีการปวดประจำเดือนที่ผิดปกติ

เมื่อมีอาการปวดประจำเดือนมากหรือผิดปกติ อาจเป็นที่มาของการเกิดโรคต่างๆ ดังนี้

1. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) สามารถแบ่งเป็น 3 ชนิดย่อย คือ
- ช๊อกกาแลตซีสต์ : จะเกิดเฉพาะที่รังไข่ จึงเรียกว่าช๊อกโกแลตซีสต์
- จุดเลือดออกในอุ้งเชิงกราน : ส่องกล้องเข้าไปดูในท้องว่ามีจุดเลือดออกหรือไม่ บางครั้งใช้การตรวจภายในช่วย เพื่อดูจุดที่เจ็บการใช้อัลตร้าซาวด์ไม่สามารถเห็นได้
- ชนิดที่อยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก มีอาการปวดท้องมาก เลือดออกกระปริกระปรอยหรือออกมากผิดปกติ อาจต้องได้รับการผ่าตัด

2. เนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูก ก้อนเนื้องอกแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูก เวลามีประจำเดือนมดลูกจะบีบตัว เพื่อขับเลือดออกมา
3. ปีกมดลูกอักเสบ เกิดจากการติดเชื้ออุ้งเชิงกรานอักเสบ มีอาการตกขาวบ่อย เป็นทั้งช่วงที่มีหรือไม่มีประจำเดือน ถ้ามีประจำเดือนอาการปวดท้องจะมากขึ้น



ปวดประจำเดือนเพราะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

หลายคนมีอาการปวดท้องมากจนต้องหยุดงานทุกครั้งที่มีประจำเดือน บางทีมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมด้วย ถ้ามีอาการมากจำเป็นต้องพบแพทย์ แพทย์จะแนะนำให้ตรวจภายใน เพราะอาการไม่ใช่การปวดท้องธรรมดา ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากเยื่อบุมดลูกอยู่ผิดที่ เช่น เยื่อบุมดลูกไปอยู่ที่ในอุ้งเชิงกราน รังไข่ หรือแทรกเข้าไปในเนื้อมดลูก เป็นต้น


สาเหตุของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

ปัญหานี้คงตอบได้ยากเพราะยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง แต่เหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้มี 2 ประการคือ


1. เป็นมาแต่กำเนิด จากสาเหตุใดไม่ทราบทำให้มีเนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุมดลูกไปอยู่ในรังไข่ ๆ จึงโตเป็นถุงน้ำที่เรียกว่า ช็อคโกแลตซีส ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถ้าแพทย์ตรวจพบซีสที่รังไข่โตเกิน 6 เซนติเมตร จะแนะนำให้ทำผ่าตัด

2. เกิดจากการไหลย้อนกลับของเลือดประจำเดือนเข้าในช่องท้อง โดยไหลผ่านท่อนำไข่เข้าไป ซึ่งพิสูจน์ได้ โดยมักพบโรคนี้ในสตรีที่เคยมีบุตรแล้ว เพราะในเลือดประจำเดือนจะมีส่วนของเยื่อบุมดลูกลอกหลุดออกมาปนอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อเลือดไหลเข้าในช่องท้องจึงมีส่วนของเยื่อบุมดลูกหลุดเข้าไปฝังตัวได้



การรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

การมีเยื่อบุมดลูกอยู่ผิดที่นั้น หญิงบางรายเป็นมากแต่ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลย ส่วนบางรายเป็นไม่มากกลับมีอาการปวดท้องมาก ในรายที่เป็นไม่มากแพทย์อาจจะรักษาด้วยการให้ยา เช่น ยาพ่นจมูก ยารับประทานหรือยาฉีด แต่การใช้ยาเหล่านี้มักมีปัญหาคือยาค่อนข้างแพง และผลการรักษาไม่แน่นอน บางรายอาจกลับมาเป็นอีกหลังจากหยุดยา แต่ในบางรายที่มีอาการมาก แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำผ่าตัด



เรียบเรียงจาก
รศ.พญ.มานี ปิยะอนันต์
ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


นายแพทย์ ธิติกรณ์ วาณิชย์กุล
หัวหน้าศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท 2 สนามเป้า

บทความแนะนำ

แม่ฟื้นขึ้นจาก “ความตาย” หลังพยาบาลนำลูกเพิ่งคลอดมาวางไว้แนบอก
คุณค่าผู้สูงวัยกับครอบครัวไทยและลูกหลาน
รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว
จัดการฝ้าขาวในปากลูกอย่างไรดี (มีคลิป)

Facebook Comment