แก้อาการปวดประจำเดือนง่ายๆ เพียง 7 วิธี

คุณแม่หลายคนคงจะรู้ซึ้งอาการปวดประจำเดือนใช่ไหมคะ บางครั้งก็หงุดหงิด บางครั้งก็ครั่นเนื้อครั่นตัว ทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวก ลำบ๊ากลำบาก

อากาศปวดประจำเดือน คืออาการปวดบีบบริเวณท้องน้อยไปถึงบริเวณหลัง บริเวณก้นหรือต้นขา อาจมีอาการคลื่นใส้ อาเจียน หน้ามืด เป็นลมร่วมด้วย การปวดประจำเดือนนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับเด็กผู้หญิงที่เริ่มมีประจำเดือน จะเริ่มมีการปวดในช่วงแรกและจะปวดลดน้อยลง แต่ถ้าเวลาผ่านไปมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น ควรพบแพทย์ค่ะ

 

 
7 วิธีช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
  1. คุมน้ำหนักให้เหมาะสม เพราะว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายของผู้หญิงถูกสร้างมาจากเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตไขมัน ถ้าร่างกายมีการสะสมไขมันมากเกินไป ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะถูกสร้างเพิ่มขึ้นไปด้วย ทำให้ฮอร์โมนไม่เกิดความสมดุล จะส่งผลให้ปวดมดลูกได้
  2. ดื่มน้ำให้มากๆ โดยเฉพาะน้ำอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนั้นการดื่มน้ำสมุนไพร เช่น น้ำตะไคร้ น้ำมะตูม น้ำขิง จะช่วยบรรเทาการปวดท้องลงไปได้
  3. ประคบร้อนด้วยถุงน้ำร้อน จะช่วยให้ผ่อนคลายได้ดีมากทีเดียว วิธีการคือนอนลงแล้วเอาผ้ารองไว้ 1 ชั้น ก่อนจะวางถุงน้ำร้อนไว้บนหน้าท้องของคุณ แล้วอาการปวดท้องจะดีขึ้น
  4. กินกล้วยสิ เพราะกล้วยมีโพเทสเซียมสูง ควรทานอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าทานตอนที่เป็นประจำเดือนแล้วจะเห็นผลได้ช้ากว่านะคะ
  5. เลี่ยงการดื่ม กาแฟ โคล่า ชา รวมไปถึงช็อกโกแลต เพราะส่วนผสมของกาเฟอีน มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ซึ่งจะส่งผลให้อาการปวดท้องเพิ่มขึ้น
  6. ออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยลดความเครียดได้ เพราะความเครียดเป็นสาเหตุที่ทำให้อาการปวดประจำเดือนหนักขึ้น การออกกำลังกายยังหลั่งสารความสุขที่จะช่วยลดอาการปวดได้อีกด้วย
  7. งดของทอด ปกติร่างกายจะสร้างสารพรอสตาแกลนดินส์ขึ้นมา ให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัวขับเลือดประจำเดือนออกมา แต่ถ้าทานอาหารที่มีน้ำมันเข้าไป ร่างกายจะผลิตสารนี้ออกมามากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัวแรงขึ้นและจะทำให้อาการปวดท้องเลวร้ายมากขึ้น
การกินยาอาจช่วยให้คุณแม่หายปวดประจำเดือนได้จริง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หายขาด อย่างไรก็ตามการใช้วิธีแก้ปวดทั้ง 7 ข้อที่กล่าวมา น่าจะลดผลข้างเคียงจากการกินยาได้ดีกว่าค่ะ

บทความแนะนำ

รีวิวผ้าอ้อม BabyLove Nano Power พลังเม็ดเจลซึมซับเยี่ยมที่สุดในเวลานี้
อย่าปล่อย..ให้พัฒนาการทางสมองช้า
รู้ยัง! ลูกคุณไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน
ดูแลลูกวัย 0-1 ปี ช่วงหน้าหนาว

Facebook Comment