มะเร็งเต้านม ดูแลได้ตั้งแต่เป็นสาวถึงแม่ให้นมลูก

จากสถิติการเสียชีวิตจากมะเร็งในผู้หญิงไทยพบว่า มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่ผู้หญิงไทยเป็นมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งปากมดลูก แพทย์กล่าวว่าผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงพอๆ ในการเป็นมะเร็งเต้านม เพราะการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ความตื่นตัวเรื่องการป้องกัน ดูแล และรักษา รวมถึงการให้กำลังใจผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมมีอยู่ทั่วโลก แต่ผู้หญิงหลายๆ คนก็ยังชะล่าใจเพราะคิดว่าไกลตัว และคงไม่เป็นกันได้ง่ายๆ

จากกรณีดาราฮอลลีวูด แองเจลินา โจลี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมมากถึง 87% เนื่องจากตรวจพบว่ามียีนผิดปกติในกลุ่มของ BRCA1 และพบว่าแม่ของเธอก็เคยเป็นมะเร็งเต้านมมาแล้วเช่นกัน แองเจลินาจึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเป็นมะเร็งเต้าตม จึงได้ตัดสินใจตัดเต้านมทั้งสองข้างทิ้ง

มะเร็งเต้านม
ผศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน หัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์เต้านมและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า จริงๆ แล้วมะเร็งเต้านมที่เกิดจากยีนผิดปกติมีประมาณ 5% เท่านั้น แต่ในปัจจุบันที่เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้นเ้นื่ิองจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป เช่น การทานอาหารไขมันมาก ไม่ออกกำลังกาย การทานฮอร์โมนมากๆ และต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพา่ะฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจน หรือกินยาคุมกำเนิดต่อเนื่องยาวนาน

รวมถึงอายุของผู้หญิงที่มีลูกในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ซึ่งแต่เดิมผู้หญิงมักจะมีลูกเมื่ออายุประมาณ 20 กว่าๆ แต่ปัจจุบันมีลูกเมื่ออายุ 30 ขึ้นไป ซึ่งทำให้ผู้หญิงที่มีลูกช้า่มีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมเช่นกัน

ดังนั้นการจะลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้นั้นจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทำลายสุขภาพแบบเดิมๆ ที่ทำอยู่ โดยเปลี่ยนด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้
  • ทานผักผลไม้มากขึ้น และลดการบริโภคอาหารประเภทไขมัน อาหารปิ้งย่าง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ในผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด หากยังใช้ต่อเนื่องไม่เกิน 5 ปี อาจจะยังมีความเสี่ยงไม่มาก แต่ถ้าเกิน 5 ปี ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรทานต่อเนื่องดีหรือไม่ หรือรับการตรวจหาความผิดปกติของเต้านมเพื่อป้องกัน
  • ในผู้หญิงวัยทองที่มีการกินฮอร์โมนเอสโตรเจนเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย จะต้องได้รับคำปรึกษาและแนะนำจากแพทย์ว่าควรกินในปริมาณเท่าไหร่ ต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน เพื่อป้องกันการรับฮอร์โมนมากเกินไป
  • ในผู้หญิงที่มีลูก ควรให้ลูกดูดน้ำนมจากเต้านมให้บ่อยที่สุด และนานที่สุด ซึ่งจะดีที่สุดหากให้ลูกดูดนมจากเต้าจนน้ำนมหมดไปเอง หรือจนลูกหย่านมไปเอง เพราะการดูดนมจากเต้าจะช่วยกระตุ้นให้เต้านมมีการทำงานและป้องกันการเกิดยีนผิดปกติได้
  • ในผู้หญิงอายุเกิน 30 ปี และยังไม่แต่งงานมีลูก ควรตวรจสอบความผิดปกติของเต้านมตัวเองอยู่เสมอ


วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
  • ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น แล้วใช้มืออีกข้า่งหนึ่งคลำกดเบาๆ ว่ามีก้อนเนื้อเป็นลูกๆ เล็กๆ หรือไม่
  • ลองยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะแล้วสังเกตว่าที่เต้านมมีรอยบุ๋มลงตรงจุดไหนหรือไม่ เพราะหากมีก้อนเนื้อแปลกปลอม เต้านมบริเวณนั้นจะบุ๋มลงไปเพราะเกิดผังผืดรั้ง
  • ลองกดที่หัวนมว่ามีน้ำหนองหรือเลือดไหลออกมาหรือไม่
  • ที่หัวนมมีตุ่มผื่นแดงขึ้นหรือไม่
  • ยกแขนขึ้นข้างหนึ่งแล้วลองคลำบริเวณใต้รักแร้ว่ามีอาการเจ็บ บวม หรือมีก้อนเนื้อแปลกปลอมหรือไม่ เพราะเชื้อมะเร็งเต้านมไม่ได้ปราฏกอยู่เฉพาะที่บริเวณเต้านมเท่านั้น แต่ยังมีเชื่ออยู่ใต้รักแร้ด้วย
  • สังเกตว่าสีของเต้านม ลานนม หัวนม มีสีคล้ำ ผิวด้านเปลี่ยนไปหรือไม่

หากพบอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ทำการตรวจและรับการรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมอย่างทันท่วงทีค่ะ

ขอขอบคุณ
  • ผศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน
    หัวหน้าหน่วยศัลยศาสตร์เต้านมและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

บทความแนะนำ

ลูกตัวเหลืองหลังคลอด
ท้องแหลม ท้องกลม บอกเพศลูกในท้องได้จริงหรือ?
คลอดลูกเท่ากับความสุข
ปฎิกิริยาตอนนอนของลูกบอกอะไรบ้าง

Facebook Comment