Single Mom สร้างความสุขให้กับชีวิตที่เปลี่ยนไป

เริ่มต้นอย่างไรกับชีวิตที่เปลี่ยนไป เป็นคำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดของ Single Mom ทุกคนแต่ก่อนที่จะดูแลชีวิตและก้าวเดินต่อไปอย่างมีความสุขในฐานะของ Single Mom คุณอาจต้องปรับตัวตั้งรับสถานภาพใหม่ Single Mom นี้ให้ได้เสียก่อน

ปรับความคิดและจิตใจ
ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว เพราะฉะนั้นควบคุม ความคิดและจิตใจของเราเองให้ได้ก่อน เมื่อใจนิ่ง จะช่วยทำให้เราตั้งรับสิ่งที่จะตามมาได้ค่ะ

+ Single Mom ตั้งสติ ความคิดของตัวเองห้ามได้ยาก เผลอนิดเดียวก็คิดวนไปเรื่อยๆ คิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องหรือเป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่เราควรจะพยายามนึกให้ได้ และรู้ให้ทันว่า ความคิดของเราตอนนี้เป็นแบบไหน เพียงแค่รู้ทันความคิดของตัวเอง ก็สามารถหยุดคิดได้ชั่วคราว และถ้าเราหมั่นรู้ทันจิตใจของตัวเองได้บ่อยๆ เราจะหยุดคิดได้บ่อยๆ เหมือนกัน ซึ่งการรู้ทันความคิดของตัวเองแบบนี้ เรียกว่ามีสติค่ะ

+ Single Mom คิดเชิงบวก เมื่อเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน สถานการณ์ก็เปลี่ยน ให้เรามองหลายๆ มุม เพราะบางทีมุมมืดก็มีสิ่งดีๆ ซ่อนอยู่มากมาย เพียงแค่เราจะมองเห็นหรือไม่เท่านั้นเอง เริ่มต้นด้วยการคิดเชิงบวก นึกถึงแต่ข้อดีของการเป็นครอบครัวแบบนี้ให้ได้ก่อน เพราะการคิดในแง่ดีจะช่วยให้เราประคับประคองชีวิตฝ่าวิกฤตได้ค่ะ

+ Single Mom ปล่อยวาง อย่ากังวลกับเรื่องเล็กน้อย ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ดูแค่ว่าเรื่องพื้นฐานหรือที่จำเป็นในชีวิตของเรากับลูกไม่ขาดตกบกพร่อง เช่น ลูกกินข้าวหรือยัง ให้ความรักลูกพอไหม ฯลฯ พอแล้วค่ะ แต่ถ้าบ้านจะสกปรกไปบ้างเพราะไม่มีคนช่วยดูแลก็ปล่อยไป คิดซะว่าเรื่องแค่นี้เองไม่ถึงกับคอขาดบาดตายไปหรอกค่ะ

our_family_single_mom_momypedia
เปลี่ยนการดำเนินชีวิต
เมื่อก่อนการใช้ชีวิตของเราอาจเป็นไปอย่างเรียบง่าย สบายๆ รู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากกว่าทุกวันนี้ แต่เมื่อชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เราจำเป็นต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิตที่ต่างไปจากเดิมเช่นกัน
1. บอกความจริง อย่าพยายามหลอกลูกว่า “พ่อไปทำงาน” “พ่อกำลังยุ่งอยู่” ฯลฯ เพียงเพื่อปัดความรำคาญ หรือไม่รู้จะอธิบายกับลูกอย่างไร แต่เด็กๆ สามารถรับรู้ได้ดี และรู้ด้วยว่าแม่ปิดบังอะไรอยู่ ถ้าลูกเดินเข้ามาถามว่า “พ่อหนูไปไหน” ก็ตอบลูกด้วยคำตอบง่ายๆ ที่คิดว่าลูกพอจะเข้าใจ หลีกเลี่ยงการต่อว่าหรือตำหนิอดีตสามี และย้ำเสมอว่าแม้จะแยกกันอยู่แต่ทั้งพ่อและแม่ก็รักลูก เพราะเมื่อลูกเข้าใจว่าพ่อไปไหน เขาก็จะสามารถตอบคำถามคนอื่นที่ถามถึงพ่อของเขาได้อย่างมั่นใจ

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนในสังคมที่รู้จักเราและอดีตสามี พอเจอเราฉายเดี่ยวกับลูกๆ จึงมักมีคำถามถึงคนที่หายไปเสมอ อย่ากลัวที่จะตอบไปตามตรง โดยเฉพาะต่อหน้าลูก และอย่ากังวลว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับสถานภาพของเรา เพราะทุกวันนี้สังคมไทยยอมรับครอบครัวแบบพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวได้มากขึ้นแล้วค่ะ


2. ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน
เลิกรู้สึกผิดที่ไม่มีพ่อของลูกมาช่วยดูแล เลิกรู้สึกผิดที่ลูกไม่ได้โตมามีพ่อแม่ครบเหมือนคนอื่นเขา มาตั้งจุดหมายที่เป็นไปได้ให้แก่ครอบครัวด้วย แต่ขอให้ชีวิตสมดุล มีความสุข และก้าวไปถึงยังจุดที่คาดหวังก็เพียงพอ

3. จัดการภาระหนักอึ้ง เมื่อก่อนเรามีอดีตสามีคอยช่วยเหลือ แต่ต่อจากนี้ไป ภาระหน้าที่และความรับผิดขอบต่างๆ จะตกอยู่ที่เราเพียงคนเดียว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด ด้วยการสร้างตารางการใช้ชีวิตของเราและลูก เช่น ขอความช่วยเหลือจากคนอื่นบ้างเมื่อจำเป็น มอบหมายหน้าที่ในบ้านให้ลูกทำ ฯลฯ แต่ตารางการใช้ชีวิตนี้ต้องปลอดภัยทั้งเราและลูก ไม่เคร่งครัด และบีบรัดจนเกินไป เพราะเราต้องการความผ่อนคลาย ลูกก็อยากสนุกตามประสาเด็กเหมือนกัน

4. ดูแลตัวเอง เป็นสิ่งสำคัญมาก เราจะดูแลลูกได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับว่าเราดูแลตัวเองได้ดีแค่ไหนเหมือนกัน ถึงแม้คุณจะมีภาระมากมาย แต่ควรให้ความสนใจกับการคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย จัดการความเครียด และการนอนหลับเต็มตื่นเสียบ้าง รู้จักพักผ่อน เล่นโยคะ นั่งสมาธิ หรือกิจกรรมใดก็ตามที่ช่วยให้คุณคลายความเคร่งเครียด อย่างน้อยได้ทำสิ่งที่ดีๆ ให้ตัวเองอาทิตย์ละครั้งก็ยังดีค่ะ

5. หาตัวช่วย การเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งขาดคนเป็นเพื่อนคู่คิด ไม่มีคนปรึกษาด้วยแล้ว ตัวช่วยที่ไว้ใจได้และเข้าใจจึงสำคัญสำหรับ Single Mom ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท เครือข่ายคนที่มีประสบการณ์เหมือนกัน หรือแม้แต่เครือข่ายที่ช่วยเหลือแม่เลี้ยงเดี่ยวต่างๆ ถ้ารู้สึกว่าตัวเองและลูกต้องการความช่วยเหลือ อย่ากลัวที่จะเอ่ยปากบอกใคร

หากรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือเหนื่อย ลองหันไปมองสิ่งที่เราทำ ทั้งเลี้ยงลูก ดูแลบ้าน ทำงานนอกบ้าน แล้วยังมีอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายที่ Single Mom อย่างเราทำได้ เราควรภูมิใจในการเป็นนักบริหารจัดการของตัวเองกันดีกว่าค่ะ

Facebook Comment