เตรียมพร้อมเป็น พ่อ

การจะมีลูกสักคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องของแม่คนเดียวนะ พ่อก็มีบทบาทสำคัญอยู่ไม่น้อยในการที่จะต้องเตรียมตัวเพื่อต้อนรับลูกน้อยที่จะเกิดมา แต่เท่าที่ผ่านมา กลับเห็นบทความที่แนะนำการเตรียมตัวเป็นพ่อในสื่อต่างๆ น้อยมาก ที่เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะสังคมไทยรวมทั้งประเทศทางตะวันออกอื่นๆ เช่น จีน เกาหลีและญี่ปุ่น ยังคิดว่าการเลี้ยงลูกเล็กเป็นเรื่องของผู้หญิง ผู้ชายไม่เกี่ยวเพราะต้องทำงานนอกบ้าน

ความคิดเช่นนี้ต่างกับในประเทศตะวันตกซึ่งมักอยู่กันเป็นครอบครัวเล็กหาคนมาช่วยเลี้ยงลูกยาก ครั้นจะจ้างคนมาช่วยเลี้ยงลูก ค่าจ้างก็แพงมาก บางครั้งมากกว่ารายได้ที่คุณแม่ได้จากการทำงานเสียอีก จึงทำให้คุณแม่จำนวนไม่น้อยต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยเพราะคุ้มกว่า ส่วนคุณพ่อก็ต้องช่วยรับหน้าที่ในการเลี้ยงลูกหลายอย่าง เช่น ช่วยอาบน้ำลูก ซักผ้าอ้อมหรือบางทีช่วยให้นมลูกก็มี ฟังดูแล้วน่าตลกแต่เรื่องจริงครับ เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีใครช่วยทำ

สังคมไทยในปัจจุบันโดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ สถานการณ์เริ่มจะเหมือนกับสังคมตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ คือมักจะอยู่กันเป็นครอบครัวเล็ก และหาคนมาช่วยเลี้ยงลูกยากขึ้นทุกที ผมเลยอยากชวนคุณพ่อคุยกันถึงการเตรียมตัวที่จะเป็นคุณพ่อคนใหม่กันเพื่อที่ว่าเมื่อมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นจะได้ให้การดูแลได้อย่างราบรื่นและทำให้ครอบครัวเป็นสุข

เตรียมตัวเป็นพ่อ

ผมอยากแนะนำให้คุณพ่อเตรียมตัวเสียตั้งแต่คุณแม่ยังตั้งครรภ์อยู่เลยครับ ไม่ใช่มาเตรียมกันตอนคุณแม่คลอดลูกแล้วเพราะช้าเกินไป นอกจากนี้ตอนที่คุณแม่ตั้งครรภ์หรือกำลังจะคลอด ตัวคุณแม่เองก็ต้องการความช่วยเหลือและ กำลังใจจากคุณพ่อไม่น้อยเลย การดูแลคุณแม่ตลอดช่วงการตั้งครรภ์ ขณะคลอด และหลังคลอดจึงเป็นสิ่งที่ คุณพ่อควรจะได้ทำอย่างต่อเนื่อง ความรักและความผูกพันที่มีต่อกันและต่อลูกที่จะเกิดขึ้นมาก็จะมากตามไปด้วย

family

"พ่อ" นี่แหละ... สำคัญกว่าใคร

เมื่อมีการตั้งครรภ์คุณแม่ส่วนมากก็มักจะไปฝากครรภ์กับคุณหมอที่ตัวเองไว้วางใจ เพื่อให้คุณหมอช่วยดูแลสุขภาพของตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ ผมขอเรียนให้ทราบว่าคุณหมอที่ดูแลคุณแม่ไม่สามารถช่วยดูแลอะไรได้มากมายนักหรอกครับ ส่วนมากก็จะเป็นการดูแลเกี่ยวกับเรื่องทางการแพทย์เสียมากกว่าและเวลาที่ให้กับคุณแม่แต่ละครั้งก็ไม่ได้มากมายอะไร ดังนั้นตัวคุณพ่อเองซึ่งมีเวลาอยู่กับคุณแม่มากกว่าจึงควรที่จะรับบทบาทในการดูแลคุณแม่อย่างเต็มที่

มีเรื่องที่ผมอยากจะบอกให้คุณพ่อทราบเกี่ยวกับคุณแม่ก็คือ เมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแม่มากมายทั้งเรื่องของร่างกายและอารมณ์ ในระยะแรกของการตั้งครรภ์คุณแม่จะเหนื่อยง่าย ง่วงนอนบ่อย กินอาหารไม่ค่อยได้ คลื่นไส้ อาเจียน

เมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปก็จะรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง หายใจไม่ค่อยออก นอนลำบาก บางคนก็นอนไม่หลับ ปวดหลัง ปวดขาสารพัด ผลดังกล่าวนอกจากจะทรมานกายแล้ว ยังมีผลให้คุณแม่มีอารมณ์ไม่ดีได้ง่ายด้วย บางรายก็โกรธง่าย บางรายก็เศร้าซึม คุณพ่อควรจะต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและช่วยเหลือดูแลให้กำลังใจคุณแม่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะด้วยการพูดจาให้กำลังใจ ช่วยเหลือทำงานบ้าน หาอาหารให้กิน หรือช่วยบีบนวดแก้อาการปวดน่องปวดขา เป็นต้น

เวลาไปฝากครรภ์กับคุณหมอ คุณพ่อควรจะเป็นคนที่พาคุณแม่ไปฝากครรภ์เพราะจะได้คอยให้กำลังใจคุณแม่เวลาไปฝากครรภ์ นอกจากนี้เวลาคุณหมอตรวจหรือแนะนำอะไรกับคุณแม่ คุณพ่อก็จะได้รับรู้ด้วยและถ้าหากมีปัญหาที่ต้องตัดสินใจ เช่น คุณหมออาจต้องทำการตรวจพิเศษบางอย่างกับคุณแม่ เช่น เจาะน้ำคร่ำ ตรวจเลือดจากสายสะดือลูก คุณพ่อจะได้ช่วยตัดสินใจและให้กำลังใจคุณแม่อย่างใกล้ชิด

กำลังใจยามคลอด
ช่วงเวลาที่คุณแม่เจ็บครรภ์คลอด โดยเฉพาะถ้าเป็นการคลอดครั้งแรก คุณแม่ส่วนมากก็มักจะมีความรู้สึกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึกกลัว วิตกกังวล ไม่มั่นใจและอีกสารพัดความรู้สึก การมีคุณพ่ออยู่ด้วยขณะเจ็บครรภ์และขณะคลอดจะเป็นการสร้างความมั่นใจและอบอุ่นใจที่ดีที่สุดของคุณแม่ เพราะการอยู่กับคนที่เรารักหรือรู้ใจย่อมดีกว่าคนแปลกหน้าอยู่แล้ว

ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศตะวันตกจะค่อนข้างเปิดกว้างในการที่มีพ่อหรือคนในครอบครัวมาอยู่ในห้องคลอด (แน่นอนมีเงื่อนไขในการเข้าห้องคลอดด้วยเช่นกัน) ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลจำนวนไม่น้อยในบ้านเราเริ่มให้คุณพ่ออยู่ร่วมกับคุณแม่ขณะคลอดด้วย แต่หลายโรงพยาบาลก็ยังไม่ยอมแม้จะยอมรับการที่คุณพ่ออยู่กับคุณแม่ขณะคลอดจะเป็นเรื่องดีก็ตาม ทั้งนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น คุณพ่อบางคนพอเห็นเลือดก็อาจเป็นลมหน้ามืดได้กลายเป็นภาระให้หมอต้องมาดูแลพ่อแทนดูแลแม่ บางคนก็ไม่ยอมทำตามกฎเกณฑ์ที่ทางโรงพยาบาลสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการติดเชื้อในห้องคลอด หรือบางคนก็ไปวุ่นวายที่ห้องคลอดหลายอย่างจนบุคลากรในห้องคลอดไม่ต้องทำงาน ดังนั้นก่อนจะเข้าไปในห้องคลอดคุณพ่อควรจะได้มีการเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมเสียก่อน มีโรงพยาบาลบางแห่งจัดให้มีการอบรมเพื่อการเตรียมตัวเป็นคุณพ่อด้วย

ช่วยเลี้ยงลูกหลังคลอด
การเลี้ยงลูกหลังคลอดใหม่ๆ เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสไม่น้อย จนคุณแม่หลายคนมาบ่นให้ผมฟังว่าตอนลูกอยู่ในท้องก็ว่าแย่แล้ว พอคลอดออกมายิ่งแย่หนักเข้าไปอีก อยากให้ลูกกลับเข้าไปอยู่ในท้องใหม่จังเลย เพราะตั้งแต่ออกมาพ่อแม่ไม่ได้หลับนอนเลย เนื่องจากเจ้าตัวน้อยตื่นนอน แหกปากร้อง และกินนมตอนดึกๆ ทุกคืน แต่เวลากลางวันที่ควรจะตื่นกลับนอนเอ้านอนเอาแถมหลับตาพริ้มให้น่าหมั่นไส้อีกต่างหาก คุณแม่บางคนหลังคลอดแค่สัปดาห์เดียวก็ต้องอดนอนจนซูบซีดคล้ายผีดิบเดินได้เลยก็มี บางคนเล่าให้ผมฟังว่าคลอดลูกแค่คนเดียวก็รู้สึกรักแม่ของตัวเองขึ้นอีกมากเลย เพราะแม่มีลูกตั้งหลายคนแต่ไม่เคยปริปากเล่าเรื่องความทุกข์ยากเวลาเลี้ยงลูกให้ฟังเลย มาเจอด้วยตัวเองถึงเข้าใจ

ในช่วงหลังคลอดคุณพ่อควรจะเป็นผู้ช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงลูกของคุณแม่ ไม่ว่าจะสลับกันนอนกับคุณแม่เพื่อให้นมลูก ช่วยคุณแม่ชงนม ล้างขวดนม หรือช่วยซักผ้าอ้อมเป็นต้น ในประเทศทางตะวันตกมีการนำคุณพ่อมาอบรมในเรื่องการดูแลลูกหลังคลอดมากมายหลายหลักสูตร เพื่อให้แน่ใจว่าคุณพ่อจะช่วยเลี้ยงดูลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี บางโรงพยาบาลก็อบรมให้ฟรี บางโรงพยาบาลก็เก็บค่าอบรมมากน้อยแล้วแต่แต่ละที่

ในบ้านเราการอบรมดังกล่าวยังไม่แพร่หลายและยังไม่ได้รับความนิยมเหมือนในต่างประเทศ อาจจะเป็นเนื่องจากปัญหาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยก็ได้ที่ผู้ชายยังไม่กล้าไปอบรมเรื่องที่ดูเหมือนเป็นงานของผู้หญิง ถ้าผู้ชายคนไหนไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าไปอบรมวิธีชงนม หรือซักผ้าอ้อมลูกมา สงสัยว่าเพื่อนคงจะหาว่าไม่สบายหรือพิการทางจิตแหงเลย แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานการอบรมดังกล่าวในบ้านเราจะได้รับการยอมรับมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในบ้านเราโดยเฉพาะในเมืองใหญ่นับวันจะเหมือนกับประเทศทางตะวันตกเข้าไปทุกทีแล้ว

การทำหน้าที่เป็นคุณพ่อคนใหม่เป็นบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าหน้าที่การงานอีกหลายอย่าง เพราะหน้าที่นี้คือการทำงานเพื่อสร้างคนและโดยเฉพาะเป็นคนที่จะมาเป็นตัวแทนของตัวคุณพ่อนั่นเองแหละครับ การที่คุณพ่อได้มีส่วนในการดูแลทั้งตัวคุณแม่ขณะตั้งครรภ์และลูกน้อยที่เพิ่งคลอดออกมา จะก่อให้เกิดความรักและความผูกพันที่คุณพ่อจะมีให้แก่คุณแม่และลูกน้อยไปอีกยาวนาน เพราะฉะนั้นมาเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคนใหม่กันเถิดครับ

บทความแนะนำ

Play + Learn เพลิน ที่ มิวเซียมสยาม
เงินฝากให้เจ้าตัวน้อย เท่าไหร่ แค่ไหน อย่างไร
เทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าลูกไม้เด็ก น่ารักสุดแบ๊ว
หนาวนี้..ระวังโรคทางเดินหายใจ

Facebook Comment