ค่าขนมลูก... ให้เท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ

ค่าขนมลูก,ค่าขนม,ออมเงินลูก,ประหยัด,ให้เงินลูก,วินัยการเงิน,ฝึกลูกใช้เงิน,

คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตไหมว่า วันๆ หนึ่งลูกเราใช้เงินไปกับอะไรบ้าง เพราะให้ค่าขนมไปไม่ทันข้ามสัปดาห์ ก็กลับมาขอเพิ่มอีกแล้ว บางเดือนให้เพิ่มมากขึ้นแล้วแต่สุดท้ายก็ยังมาอ้อนขอค่าขนมเพิ่มอีกทั้งที่ยังไม่ทัน หมดเดือน อยากรู้ไหมว่าลูกเราเอาเงินไปทำอะไร



จากการสำรวจค่าใช้จ่ายของเด็กประถมศึกษาถึงมหาวิทยาลัยพบว่า มีการใช้จ่ายค่าขนมรายเดือน หรือรายสัปดาห์หมดไปกับ 3 อันดับต่อไปนี้

อันดับที่ 1 : ค่าความบันเทิงและของฟุ่มเฟือย
อันดับที่ 2 : ค่ากิน
อันดับที่ 3 : ค่ารถ

ผลการสำรวจทำให้พ่อแม่หลายคนแปลกใจว่า ทำไมลูกถึงหมดค่าใช้จ่ายเรื่องของฟุ่มเฟือยมากนัก ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติของเด็กที่อยู่ในกลุ่มเพื่อน เที่ยวตามเพื่อน และอยากมีตามเพื่อนจึงใช้ไปกับของฟุ่มเฟือยจนมากเป็นอันดับ 1 ในทางกลับกัน เด็กจะให้ความสำคัญกับเรื่องจำเป็นต่อชีวิต อย่างเรื่องกิน เรื่องเรียน เช่น เด็กบางคน ยอมอดข้าวนานกว่า 2 เดือนเพื่อเก็บเงินค่าขนมไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตหรือไปเที่ยวกับเพื่อน


พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยปฏิเสธการขอเงินค่าขนมเพิ่มของลูกซักเท่าไหร่ (ถ้ายังอยู่ในฐานะที่ให้ได้) แต่การให้ค่าขนมเพิ่มทุกครั้งที่ขอจะทำให้พ่อแม่ไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ ที่สำคัญคือจะสร้างนิสัยที่ไม่ดีสำหรับลูก โดยเพราะการไม่รู้จัก ใช้เงินและไม่จัดอันดับความสำคัญของการใช้เงินค่าขนม แต่เมื่อรู้แบบนี้แล้วพ่อแม่จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้ค่าขนมพอดีกับการใช้ของลูก เรามีคำแนะนำ


1. แยกทุกค่าใช้จ่ายออกจากกัน เช่น ค่ากิน ค่ารถ ค่าเสื้อผ้า ค่าของใช้ส่วนตัว ฯลฯ เพราะทุกครั้งที่ให้ค่าขนมลูกเป็นเงินก้อนเดียวกัน จะทำให้คำนวนค่าใช้จ่ายจริงๆ ของแต่ละส่วนยาก และส่วนมากพ่อแม่จะให้น้อยกว่าที่ลูกใช้จริง ลูกจึงมักขอเพิ่ม


2. ให้เฉพาะค่าใช้จ่ายจำเป็นก่อน ให้เฉพาะค่ากินและค่ารถ ส่วนค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าใช้จ่าย พิเศษอื่นๆ จะให้ลูกมาขอเป็นครั้งๆ ไป


3. ปรับค่าขนมรายเดือนมาให้รายวัน พ่อแม่ที่จะทำตามข้อนี้จะต้องจิตแข็งมากพอสมควร โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เพราะมักจะต้องปะทะต่อรองกับ ลูกแทบทุกครั้งว่าให้น้อย ไม่พอใช้ หรือการยกเหตุผลทำนองว่า ถ้าเผื่อมีเรื่องฉุกเฉินแล้วเงินวันนี้ไม่พอจะทำยังไง ถึงวิธีนี้จะช่วยให้คุมค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลูกได้อยู่หมัด แต่ก็ต้องแลกกันการขัดใจลูกมากเลยทีเดียว


จริงๆ แล้วไม่มีสูตรหรือเคล็ดลับในการให้ค่าขนมลูกให้พอใช้ที่ได้ผลดีที่สุด พ่อแม่ส่วนใหญ่จึงใช้วิธีประมาณและเหมาจ่าย ภายใต้คอนเซปต์ “น่าจะพอ” แต่อย่าลืมด้วย ว่าลูกเราอยู่ท่ามกลางเพื่อนและสิ่งเร้าที่พร้อมจะทำให้เสียเงินตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่ทำได้เป็นอันดับแรกคือการคำนวนค่าขนมลูกโดยเฉลี่ย เช่น ค่ากิน ค่ารถ และ จัดให้เป็นค่าใช้จ่ายอันดับ 1 แล้วค่อยบวกเพิ่มอีกเล็กน้อยสำหรับค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ลูกอาจจะต้องใช้ ที่สำคัญคือการสอนลูกเรื่องการใช้เงิน การเก็บเงินที่จะช่วยแบ่งเบา ภาระการเงินในครอบครัวได้


ถ้าครอบครัวไหนยังคำนวนการให้ค่าขนมของลูกในแต่ละวัย แต่ละเดือนไม่ถูก เรามีเครื่องมือในการคำนวนที่จะช่วยให้พ่อแม่วางแผนการเก็บเงินและการ ใช้เงินกับลูกได้แบบไม่เกินงบ www.tmbbank.com/family/calculate

Facebook Comment