เงินฝากให้เจ้าตัวน้อย เท่าไหร่ แค่ไหน อย่างไร

การออม,ออมเพื่อลูก,ฝากเงิน,ฝากเงินลูก,ฝากให้ลูก,เงินออมลูก,TMB Bank,เงินฝากลูก

วิธีเก็บเงินให้ตัวเล็กด้วยการหยอดกระปุกยังคงจำเป็นเสมอ ทุกครอบครัวควรปลูกฝังเจ้าตัวเล็กนะคะ เริ่มจากการหยอดกระปุกให้ลูกดูก่อน และที่สำคัญคือต้องบอกเขาว่า หยอดทำไม เพื่ออะไร ได้ประโยชน์อย่างไร และเมื่อเขาออมได้ก็ควรจะมีรางวัลของการออมให้ด้วย เพื่อที่เด็กจะได้รู้สึกมีกำลังใจในการออม


ปัจจุบันรูปแบบการออมเงินยังมีหลากหลาย โดยเฉพาะการออมผ่านธุรกรรมของธนาคารก็กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ไม่มีสูตรในการออมเงินให้เจ้าตัวน้อยแบบตายตัวอีกเช่นกันค่ะ แต่ทั้งนี้มีหลักพิจารณาบางประการก่อนที่จะเริ่มวางแผนการออมให้ลูก

1. จัดสรรรายได้ให้สอดคล้องกับรายจ่าย อันนี้เป็นขั้นแรกของการเริ่มออมเลยค่ะ คือต้องรู้กำลังตัวเอง เริ่มสำรวจเลยค่ะว่าในครอบครัวมีรายได้ทั้งหมดกี่ทาง ทางละเท่าไหร่ และยอดรวมเป็นเท่าไหร่ จากนั้นจึงเริ่มลิสต์รายจ่ายที่สำคัญในบ้านก่อน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เนต ค่ากับข้าว ค่าของใช้ในบ้าน ฯลฯ เมื่อรู้ว่ามีรายจ่ายจำเป็นเท่าไหร่ ก็หักออกจากรายรับทั้งหมด จากนั้นจึงมาเริ่มที่ค่าใช้จ่ายของคุณพ่อคุณแม่เอง เช่น ค่ารถ ค่าน้ำมันไปทำงาน ค่าอาหารกลางวัน แล้วจึงหักออกจากรายได้ส่วนที่เหลือ ขั้นตอนต่อไปนี้ล่ะค่ะสำคัญ เพราะจะต้องแบ่งเงินออมออกเป็น 2 ส่วนคือ เงินออมของครอบครัวในยามฉุกเฉินต่างๆ และเงินออมเพื่อการศึกษาของลูก วิธีนี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ประมาณได้เบื้องต้นว่าในแต่ละเดือนจะต้องฝากเงินให้ลูกเท่าไหร่หากบางเดือนได้รายได้เพิ่มก็อาจเพิ่มเงินออมของลูกขึ้น แต่หากบางเดือนมีรายจ่ายฉุกเฉินมากขึ้นก็อาจจะลดเงินออมลูกลงบ้าง ซึ่งยืดหยุ่นไปตามสัดส่วน เพื่อให้การใช้เงินและการออมไม่ทำร้ายการใช้ชีวิตจนลำบากมากเกินไปค่ะ


2. เลือกประเภทของการออม เดี๋ยวนี้มีรูปแบบการออมที่หลากหลายนะคะ ศึกษาให้ดี และออกแบบได้เลยว่าจะออมแบบไหน ลูกจะได้ใช้เงินเมื่อไหร่ หรือจะให้ใครได้รับผลประโยชน์บ้าง ไล่ตั้งแต่บัญชีเงินฝาก ฉลากออมสิน ประกันชีวิต กองทุน สหกรณ์ออมทรัพย์ LTF ผ่อนทอง ฯลฯ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความมั่นคง และ ความเสี่ยงเป็นหลักค่ะ สาระของการออมเงินให้ลูกไม่ใช่การฝากเงินเยอะๆ ในทุกๆ เดือนนะคะ แต่ควรคำนึงถึงกำลังของเรา แล้วก็ความมั่นคงของการลงทุนมากกว่า



3. ประกันชีวิตจำเป็นหรือไม่ ไม่ว่าจะประกันอุบัติเหตุ หรือประกันเพื่ออนาคตทางการศึกษา เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอแม้จะระวังตัวมากแค่ไหนก็ตาม และถ้าได้รับอุบัติเหตุ การทำประกันจะช่วยแบ่งเบาภาระได้ หรือกรณีเงินออมเพื่อการศึกษา ให้คิดเสมอว่าอนาคตทางการเงินมันไม่แน่นอน ยังมีเงินค่าเทอมให้ลูก แต่เทอมหน้าเกิดมีเรื่องฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินเยอะจนไม่เหลือเงินค่าเทอมลูกพ่อแม่บางคนอาจตัดสินใจกู้ยืมและเกิดเป็นภาระทางการเงินและค่าใช่จ่ายในแต่ะเดือนเพิ่มขึ้น การออมเพื่อการศึกษาก็เข้ามาช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ได้ในกรณีนี้หากตัดสินใจเปิดบัญชีเพื่อการศึกษาลูกไว้ตั้งแต่แรก


4. จับตาเงินพิเศษไว้ให้ดี เงินพิเศษในที่นี้คือเงินที่เจ้าตัวเล็กได้มาเนื่องในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ หรืออาจจะเรียกว่าเงินพิศวาสนั่นเองค่ะ เงินจำนวนนี้ก็เป็นเงินออมชั้นดีของลูกได้เช่นกันค่ะ เงินส่วนนี้ถ้าเราเก็บเข้าบัญชีแทนลูก และเป็นหลักประกันในอนาคตให้เขาได้ด้วย ที่บอกต้องจับตาเพราะเจ้าตัวเล็กเวลาเห็นเงินพิเศษพวกนี้แล้วมักจะอยากได้ของเล่น หรือ สิ่งของไม่จำเป็นค่ะ ถามว่าซื้อให้ได้ไหม ได้แน่นอนค่ะ เพราะลูกอาจจะย้อนกลับว่า “เงินหนูนะ” แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ควรมีข้อตกลงที่ขัดเจน เช่น ซื้ออะไร ราคาไม่เกินเท่าไหร่ เพื่อเก็บเงินที่เหลือเข้าบัญชีลูกนั่นเองค่ะ



5. ดอกเบี้ยมากๆ ดีกว่าหรือเปล่า ข้อนี้มักจะเป็นหลักข้อแรกที่พ่อแม่ใช้พิจารณาออมเงินให้ลูก แต่จะบอกว่าไม่จริงเสมอไปหรอกค่ะ เพราะยิ่งดอกเบี้ยมาก เงื่อนไขในการฝาก-ถอนก็ยิ่งมาก ในทางกลับกัน “บางครั้ง” วิธีบ้าน ๆ แบบการหยอดใส่กระปุกที่ไม่มีดอกเบี้ยเลยกลับช่วยได้ดีกว่าเมื่อยามเดือดร้อน เพราะฉะนั้นการจะเปิดบัญชีเงินออมให้ลูกจะใช้ดอกเบี้ยเป็นเกณฑ์อย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องดูที่ประโยชน์ที่ลูกจะได้รับด้วย เช่น ผลตอบแทนรายปี มีประกันสุขภาพเสริมในการออม สามารถเบิกถอนได้ในเงื่อนไขที่สบายกับครอบครัว ซึ่งแน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบบัญชีเงินออมของลูกให้ดี ก่อนตัดสินใจเลือกค่ะ




อย่างที่บอกแต่แรกค่ะว่า เงินออม บัญชีเงินออมของลูกยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับบ้านที่ต้องการวางแผนอนาคตทางการเงินให้ลูก และเรื่องนี้ก็ไม่ได้ยากหรือไกลตัวอย่างที่คิด เพราะถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังคิดแค่ว่าทุกวันนี้ยังมีกิน มีใช้ มีให้ลูกได้ทุกวันก็พอแล้ว... ผิดแล้วค่ะ เพราะอนาคตไม่มีอะไรแน่นอน ดังนั้นการสร้างหลักมั่นคงในเรื่องการออมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาภาระหลายๆ ด้านได้ และที่สำคัญที่สุดคือ การให้ลูกได้มีส่วนร่วมในบัญชีเงินออมของตัวเอง หรือได้ออมด้วยตัวเอง จะยิ่งทำให้เขาเห็นภาพชัดเจนว่าเขาจะต้องดูแลเงินส่วนนี้เพื่ออนาคตของตัวเองค่ะ

บทความแนะนำ

กระดูกสันหลังทับเส้นประสาท...อาจมีปัญหาเรื่องเซ็กซ์
บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ปลุกกระแสกินเจส่งเรียลลิตี้ออนไลน์ Big C J Challenge Big C J Your Fat Off
ทำอย่างไรเมื่อลูกไม่ยอมนอนกลางวัน
ยาม่วงทาตัวได้หรือ คุยกับคุณพ่อน้องปริญ เด็กน้อยจากคลิปดัง

Facebook Comment