5 วิธีสอนลูกรู้จักค่าของเงิน



ในยุคสมัยที่ลัทธิบริโภคนิยมกำลังครอบงำวิถีชีวิตของเราอย่างหนักแน่นและรุนแรง นับว่าเป็นเรื่องยากมากที่เด็กๆ จะเห็นค่าของเงิน เด็กจากครอบครัวสมัยนี้จำนวนไม่น้อยแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเงินได้มาจากไหนและอย่างไร เรามาดู 5 วิธีที่จะช่วยสอนลูกให้รู้จักคุณค่าของเงินกันค่ะ


วิธีที่ 1 ที่พ่อแม่อาจจะทำได้คือการเล่นเกมที่เกี่ยวกับการเงินกับลูกๆ เช่นการเล่นซื้อขายของกัน เกมนี้อาจเริ่มตั้งแต่ลูกอายุยังน้อย เช่นประมาณ ๓ ขวบ การเล่นเกมในทำนองนี้ จะช่วยให้เด็กเห็นว่าของที่ซื้อนั้นต้องใช้เงินและยิ่งซื้อมากก็ยิ่งต้องจ่ายเงินมาก ในกระบวนการเล่นเกมนี้เราก็อาจสอนเด็กไปด้วยว่า จำนวนเงินที่ใช้ซื้อขายสินค้ากันนั้น เป็นสัดส่วนเท่าไรของรายรับของพ่อแม่ในแต่ละวันหรือแต่ละเดือน วิธีนี้อาจจะช่วยให้เด็กเรียนรู้ด้วยว่าอะไรควรซื้ออะไรไม่ควรซื้อหรือควรซื้อมากน้อยแค่ไหน


วิธีที่ 2 วิธีที่สามารถทำได้อีกวิธีหนึ่งก็คือการให้ลูกรับผิดชอบการจ่ายเงินเองในการซื้อข้าวของหรือเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นโดยพ่อแม่อาจจ่ายเงินให้เป็นช่วงระยะเวลาก็ได้เช่นเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน รายละเอียดเหล่านี้พ่อแม่ต้องศึกษาเอาเอง


วิธีที่ 3 ลองเก็บเงินใส่ภาชนะไว้จำนวนหนึ่ง และบอกให้ลูกๆ รู้ว่าเงินอยู่ที่ไหนและบอกให้หยิบไปใช้เอาเอง ไม่ได้แบ่งเป็นระยะเวลา เช่นรายสัปดาห์หรือรายเดือน และ ขอลูกว่าเมื่อเอาเงินไปแล้วขอให้เขียนรายการบอกว่าเอาไปใช้เป็นค่าอะไรจำนวนเท่าไร เมื่อเวลาผ่านไปก็คอยสังเกตดูว่าเงินในภาชนะร่อยหรอไปมากหรือยัง และดูรายการที่ลูกเขียนบอกว่าเขานำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง

หน้าที่ของพ่อแม่ก็คือพยายามบอกลูกว่า เงินจำนวนที่เก็บไว้ในภาชนะได้มาจากการทำงานอะไรและต้องทำนานแค่ไหนจึงได้เงินตอบแทนเท่านั้นเพื่อให้ลูกๆ ได้รับรู้ว่า เงินจำนวนดังกล่าวมิใช่ได้มาง่ายๆ นัก และถ้ามีรายการค่าใช้จ่ายใดที่พ่อแม่มีข้อสงสัย ก็ถือโอกาสพูดคุยกัน


วิธีที่ 4 อีกวิธีหนึ่งที่พ่อแม่อาจทดลองใช้ก็ได้เช่น การมอบหมายงานบางอย่างที่เราคิดว่า หากว่าจ้างผู้อื่นก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน เช่น การซักผ้า การถูพื้นบ้าน ตัดหญ้า เป็นต้น หาก ลูกคนใดอาสาที่จะทำงานเหล่านี้แทน เราก็อาจจะกำหนดค่าจ้างไว้ให้พอเหมาะกับงาน และเมื่อเขาทำได้สำเร็จ ก็จ่ายเป็นค่าตอบแทนให้โดยไม่หักเงินค่าใช้จ่ายอื่นที่เขาเคยได้รับจากเรา วิธีนี้จะช่วยให้ลูกเราเห็นค่าของเงินและการหาเงินอย่างเป็นปกติของคนทั่วไป


วิธีที่ 5 สนับสนุนให้ลูกนำเงินไปฝากธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ สำหรับเด็กบางคนอาจจะต้องใช้แรงจูงใจมากกว่าปกติ เช่น พ่อแม่อาจตั้งเป็นเงื่อนไขว่า หากลูกฝากเงินอย่างสม่ำเสมอได้ครบหกเดือนหรือหนึ่งปี พ่อแม่จะฝากสมทบให้เท่ากับจำนวนที่ลูกฝากได้แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่ถอนเงินที่ฝากไว้มาใช้ วิธีนี้จะทำให้ลูกมีแรงจูงใจที่จะฝากเงินกับธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์มากขึ้น


Facebook Comment