จัดสรร เรื่องเงิน ทอง

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน นั่นคือ การจัดสรร และบริหารเงิน ในครอบครัว ซึ่งเป็นการบริหารเงิน เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงในอนาคต หากมีลูกๆ ตามมา จะทำย่างไรให้การจัดสรร และบริหารเงิน ทำได้อย่างลงตัวมากที่สุด ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ มีคำแนะนำในเรื่องของการบริหารเงินมากฝาก

ครอบครัวยุคเก่าในอดีตเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา คุณผู้หญิงไทยไม่ค่อยมีบทบาทในสังคมและการทำงานนอกบ้านมากนัก ส่วนใหญ่จะมอบหมายให้คุณสามีทำหน้าที่ในการหาเงินเข้าบ้าน พร้อมหน้าที่การตัดสินใจรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครอบครัว รวมทั้งการจัดสรรเงินเพื่อติดกระปุกกระเป๋าสำหรับภรรยาที่แสนรักและ เคารพ..!!

ดิฉันไม่ได้เขียนเรื่องตลกให้คุณอมยิ้มนะคะ แต่คุณผู้ชายในอดีตเป็นอย่างนั้นจริง ๆ บางคนรักและเทิดทูนภรรยาจนต้องมอบเงินทองทุกบาททุกสตางค์ให้ศรีภรรยาดูแล ทั้งหมด (ไม่รู้ว่าครอบครัวสมัยนั้นเขาคิดอะไรกันอยู่) ที่รู้ ๆ คือเขารักภรรยาและครอบครัวมาก (กว่าคุณผู้ชายยุคนี้หรือเปล่า?)
เมื่อมาถึงยุคปัจจุบัน ผู้หญิงมีความรู้และมีบทบาทในสังคมมากยิ่งขึ้น เห็นได้จากผู้หญิงมีส่วนร่วมในการทำงานทุกๆ สาขา ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวมากขึ้น เผลอๆ คุณภรรยาบางท่านมีรายได้และทำงานหาเงินเข้าบ้านได้มากกว่าคุณสามีซะอีก ภาพของคุณผู้หญิงที่นั่ง ๆ นอน ๆ เป็นศรีภรรยาอยู่กับบ้านจึงค่อยๆ เลือนหายลงไปทุกที
Financeสัดส่วนรายได้ของครอบครัว

จากตัวเลขคร่าวๆ ณ ปัจจุบันนี้พบว่าร้อยละ 50 ของครอบครัวไทยทั้งหมด มีรายได้จาก การทำงานทั้งจากสามีและภรรยา และในจำนวนนี้สัดส่วนของฝ่ายหญิงที่มีรายได้มากกว่าสามีกำลังจะเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ทั้งนี้เพราะมีเหตุผลมากมายที่ทำให้ความรักอย่างเดียวไม่สามารถนำมาใช้ในการ บริหารสถาบันครอบครัวให้ประสบความสำเร็จได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อที่มาของรายได้ของแต่ละครอบครัวนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไป ทุกคนในครอบครัวที่มีบทบาทดังกล่าวจึงต้องมานั่งขบคิดกันว่า ทำอย่างไรถึงจะทำให้สถาบันครอบครัวนั้นสามารถดำรงอยู่ได้ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน ที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพราะเกือบทุกสังคมในโลกนี้ได้เห็นพ้องกันว่าอำนาจของเงินนั้นมีอิทธิพลต่อ หน้าตา ศักดิ์ศรี และมีความสำคัญต่อภาพลวงตาอีกหลายอย่าง

บริหารเงินสร้างสุข

ดังนั้นการบริหารเงินและรายได้ของครอบครัวจึงต้องยากกว่าสมัยคุณพ่อคุณแม่ ยังเป็นวัยรุ่นอย่างแน่นอน ทั้งสามีและภรรยาจึงต้องมีส่วนร่วมในหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะการยกประเด็นการเงินมาวิเคราะห์กันให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ครอบครัวมีความสมานฉันท์ได้ดีขึ้น มิเช่นนั้นอาจทำให้ปัญหาทางการเงินมาทำลายความสุขของครอบครัว

ทางที่ดีทั้ง 2 คนจะต้องเปิดอกคุยกันอย่างโปร่งใส (คล้าย ๆ กับระบบธรรมาภิบาลอย่างไรอย่างนั้น !) และจะต้องยอมรับกันอย่างเปิดอกว่าใครมีรายได้มากกว่าใคร สามีได้มากกว่าภรรยาหรือภรรยาหาได้มากกว่าสามี เพื่อสร้างระบบจัดการกับรายได้ว่าใครควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไร และใครมีสิทธิทำอะไรบ้างกับเงินที่หามาได้
ทั้งนี้ดิฉันจะไม่ตัดสินใจแทนคุณนะคะว่าควรจะทำอย่างไรกับชีวิตบ้าง แต่จะชี้แนะหนทางการตัดสินใจที่น่าจะทำให้ครอบครัวยุคใหม่มีทางออกที่ดีขึ้น 3 ทางด้วยกันคือ

1. เสมอภาคมาก่อน ทั้งสามีและภรรยาจะต้องนำเงินมารวมในบัญชีของครอบครัวในจำนวนเท่ากัน (ไม่ว่าใครจะมีรายได้เท่าไหร่) เพื่อเป็นเงินกองกลางและเป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ส่วนที่เหลือเก็บเป็นเงินออมหรือนำไปใช้จ่ายตามสมควรด้วยกัน เช่น พาครอบครัวไปพักผ่อนตากอากาศ ซื้อชุดสวยให้กับลูกๆ ฯลฯ
กรณีนี้ฟังดูแล้วยุติธรรมดีนะคะ แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเงินเดือนน้อยกว่าก็อย่าคิดว่าวิธีนี้เป็นการเอา เปรียบซึ่งกันและกัน เพราะทั้ง 2 คนมีส่วนในความรับผิดชอบร่วมกัน

2. สัดส่วนสำคัญ คุณสามีและภรรยาจะต้องจัดสรรรายได้ออกมาเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน แล้วนำไปรวมไว้ในบัญชีของครอบครัวเท่า ๆ กัน เช่น ถ้าสามีจัดสรรเงินจำนวนร้อยละ 75 ของรายได้เข้าบัญชีครอบครัว ภรรยาก็ต้องสละเงินร้อยละ 75 ด้วยเช่นกัน ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 25 ใครจะไปอะไรก็สามารถทำได้ตามอำเภอใจ
วิธีนี้น่าจะมีความยุติธรรมมากขึ้น แต่คนที่มีรายได้น้อยกว่าก็คงต้องอิจฉาและน้อยใจกับอีกฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน ถ้าคุณภรรยาจะตรวจสอบส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 25 ของคุณสามีหรือไม่นั้น ดิฉันให้คุณตัดสินใจเองนะคะ

3. มีบัญชีร่วมกัน วิธีนี้ทั้งคู่ต้องรวมกันเท่านั้น ส่วนใครจะแยกกันแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างดิฉันไม่ขอพูดถึงนะคะ แต่ถ้าจะรวมกันทั้งสามีและภรรยาจะต้องมีบัญชีร่วมกัน ทุกบาททุกสตางค์ของรายได้จะต้องอยู่ในบัญชีดังกล่าว การนำเงินออกไปจากบัญชีนั้นจะต้องเป็นค่าใช้จ่ายรวมของครอบครัว เช่น ซื้อของ และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ฯลฯ

กรณีที่ 3 นี้น่าจะยุติธรรมมากที่สุด ดิฉันคิดว่าจะไม่มีใครรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกว่าใคร ไม่ว่าใครจะหาได้มากหรือน้อยกว่ากัน เงินก็ต้องเข้าบัญชีกองกลางอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เงินทุกบาทที่เล็ดลอดออกไปนอกบัญชีจะต้องมีที่มาและที่ไปอย่างชัดเจน

แต่วิธีนี้อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าแต่ละคนต้องรอขออนุญาตอีกฝ่ายหนึ่งสำหรับการจับจ่ายทุกอย่าง อาจทำให้รู้สึกว่าขาดความเป็นอิสระ ดังนั้นครอบครัวยุคนี้จะต้องมีทางออกที่ดีเสมอ ดิฉันขอแนะนำให้มีการจัดตั้งงบประมาณส่วนตัวทั้งของคุณภรรยาและสามี ใครใคร่ใช้จ่ายอะไรก็สามารถตัดสินใจได้เลย ไม่ต้องรอถามใครคนใดคนหนึ่ง

เห็นไหมค่ะว่าทุกปัญหานั้นมีทางออก แต่สิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดสรรค่าใช้จ่ายในครอบครัวมีความลงตัวก็คือ ในฐานะที่เป็นสมาชิกของครอบครัวคุณจะต้องยึดหลักโปร่งใส ซื่อสัตย์ และยุติธรรม แล้วทุกอย่างก็จะราบรื่นอย่างที่คุณวาดฝันเอาไว้ค่ะ

Facebook Comment