จัดการหนี้สินระยะสั้น ระยะยาวอย่างไรดี

จัดการหนี้สิน,หนี้สิน,เป็นหนี้,ใช้หนี้,เงินออม,หนี้,บริหารหนี้,ออมเงิน,เงินเดือน,Kbank,Kexpert,

เมื่อเป็นหนี้แล้ว จิตใจก็จะเป็นทุกข์ เศร้าหมอง อยากปลดหนี้ให้เร็วที่สุด เราจะมีวิธีบริหารหนี้อย่าง ไร ให้ใจเป็นสุขได้ อันดับแรกคงต้องดูมูลหนี้ที่เรามีก่อนว่าเป็นหนี้ที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ แล้วจำนวนหนี้ที่เหมาะสมคือเท่าไร คิดอย่างไรสำหรับจำนวนหนี้ที่เหมาะสมคือ จำนวนหนี้ที่มีแล้ว สามารถผ่อนชำระได้ ขึ้นอยู่กับรายได้ของแต่ละคน โดยทั่วไประดับหนี้ที่สามารถทำให้การเงินไม่ตึงเกินไปคือ ระดับการผ่อนชำระที่ไม่เกินกว่า 35-40% ของรายได้ก่อนภาษี เมื่อรู้ระดับหนี้ที่เหมาะสมแล้ว มาดูวิธีการจัดการหนี้สินกันดีกว่า


การจัดการหนี้ ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว ขั้นแรก จะต้องมีข้อมูลรายได้และรายจ่ายก่อน โดยทั่วไปแล้วรายจ่ายไม่ควรเกินรายรับ กรณีที่มีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ก็ต้องพยายามหารายได้เพิ่มเติม หรือ ลดค่าใช้จ่ายลง เพื่อให้มีสภาพคล่องไว้ใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน ขั้นที่สอง ควรที่จะรู้ถึงฐานะทางการเงินของตัวเองว่ามี “ความมั่งคั่งสุทธิ” เท่าไร จากการสำรวจทรัพย์สินสุทธิทั้งหมด หักออกด้วยหนี้สินทั้งหมด โดยเฉพาะสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เช่น เงินออม เงินลงทุน ควรสำรวจว่าได้รับผลตอบแทนเป็นอย่างไรบ้าง ขั้นที่สาม บริหารหนี้สินหรือบริหารความมั่งคั่ง โดยการประเมินความสามารถในการชำระคืนของตัวเอง ถ้าอัตราผ่อนชำระเกินกว่า 50% ของรายได้แล้วจะมีความเสี่ยงเป็นหนี้ถาวร คือ อาจไม่พ้นวงจรการเป็นหนี้ได้ ต้องหาที่ปรึกษาอย่างเร่งด่วน ขั้นที่สี่ ชำระหนี้คืนเพิ่ม หากประเมินแล้วมีความสามารถในการชำระคืนเพิ่มขึ้น ให้เลือกชำระหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงก่อน แล้วค่อยเรียงลำดับไล่ลงมายังหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งส่วนมากสินเชื่อไม่มีหลักประกันอย่าง สินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต จะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยกู้บ้าน แนะนำให้จ่ายหนี้สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันก่อน ขั้นที่ห้า จัดการหนี้สิน โดยการ ยุบ ย้าย และรวม

ยุบ หมาย ถึง การจ่ายคืนหนี้ให้หมด หากมีเงินออมที่ได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ก็ควรที่จะนำมาชำระหนี้ หรือมีสินทรัพย์ที่ได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของหนี้สิน หากไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น ควรขายสินทรัพย์เพื่อมาคืนหนี้


ย้าย (Refinance) หลาย กรณีที่เราสามารถลดรายจ่ายเรื่องดอกเบี้ยได้ หากเราย้ายการกู้จากแหล่งเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยสูงไปยังแหล่งเงินกู้ที่มีดอก เบี้ยต่ำ เช่น การย้ายหนี้นอกระบบเข้าสู่หนี้ในระบบสถาบันการเงิน การ Refinance บ้านไปยังแหล่งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำกว่า แต่อย่าลืมเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นด้วยในกรณีการ Refinance บ้าน


รวม บางครั้งการมีเงินกู้หลายวงเงิน อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวงเงินใหญ่วงเงินเดียว จึงควรศึกษาให้ดี อาจทำการรวมเงินกู้หลายวงเงินที่มีหลักประกันและอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกัน ให้เป็นวงเงินเดียวกันได้ หรือจะเป็นการรวมหนี้ระยะสั้นหลายๆ ตัว ให้เป็นหนี้ระยะยาวเพียงตัวเดียว และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระออกไป ทำให้ผ่อนชำระน้อยและยังได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าด้วย

Facebook Comment