ประกันที่เหมาะกับวัยสร้างครอบครัว



เมื่อทำงานมาได้สักระยะหนึ่ง หลายคนเริ่มวางแผนสร้างครอบครัวเพื่อใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคนที่ตนเองรัก ซึ่งการสร้างครอบครัวมีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านการเงิน โดยต้องมีการวางแผนใช้จ่ายร่วมกัน เก็บออมเงินร่วมกัน เพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือออมเงินเพื่อการศึกษาบุตร นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ผู้เริ่มสร้างครอบครัวควรวางแผนร่วมกัน นั่นคือ การวางแผนประกันและการจัดการความเสี่ยง เพื่อช่วยบรรเทาความสูญเสียหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น


ปัจจุบัน หลายครอบครัวที่ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมักแยกตัวออกมาจากครอบครัวคุณพ่อ คุณแม่เพื่อซื้อบ้านอยู่ร่วมกัน ซึ่งการมีบ้านสักหลังหนึ่งต้องใช้เวลา ใช้เงินทองมากมาย และเนื่องจากบ้านมีโอกาสถูกภัยคุกคามได้หลายรูปแบบ เช่น ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุจากยานพาหนะ ดังนั้น การสร้างความคุ้มครองให้กับบ้านและทรัพย์สินของเราจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควร มองข้าม โดยประกันภัยที่ควรทำคือ ประกันอัคคีภัยบ้าน (Home Protect) แนะนำว่าควรเลือกแบบที่ให้ความคุ้มครองทั้งกรณีไฟไหม้ ฟ้าผ่า การโจรกรรม ภัยระเบิด ภัยจากการถูกรถชน รวมถึงภัยน้ำท่วม ซึ่งเบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายถือว่าเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบ กับราคาบ้านทั้งหลัง และสำหรับครอบครัวที่ซื้อบ้านด้วยการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน ควรทำประกันหนี้สิน (Credit Protection) โดยให้เงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับครอบคลุมจำนวนหนี้สิน เพราะหากผู้เอาประกันเสียชีวิตลง เงินที่ได้รับจากบริษัทประกันจะนำมาชำระคืนหนี้สินบ้านเหล่านั้น ช่วยให้ไม่เป็นภาระแก่คู่ชีวิตหรือคนที่คุณรัก


เมื่อแต่ง งานมีครอบครัว หลายครอบครัวก็เริ่มวางแผนมีลูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมต้องการเห็นลูกมีอนาคตทางการศึกษาที่ดี แต่เรื่องของอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับตัวคุณแล้ว เงินที่เก็บสะสมไว้จะเพียงพอเพื่อให้ลูกใช้จ่ายและศึกษาเล่าเรียนต่อไปได้ หรือไม่ ซึ่งการทำประกันเพื่อการศึกษา (Education Insurance) เป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ลูกมีอนาคตทางการศึกษาที่แน่นอน โดยส่วนใหญ่บริษัทประกันจะกำหนดจำนวนเงินจ่ายคืนให้ในแต่ละปีตามอายุของลูก เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนในแต่ละระดับการศึกษา ทั้งนี้ หลายบริษัทยังให้ความคุ้มครองยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ชำระ เบี้ยประกันภัย กรมธรรม์จะยังมีผลบังคับดังเดิมโดยลูกหรือผู้เอาประกันภัยไม่ต้องชำระเบี้ย ประกันภัยอีก


นอกจากนี้ ผู้ที่มีครอบครัวควรทำประกันชีวิตเพิ่มเติมเพื่อสร้างหลักประกันทางการเงิน ให้กับคนที่คุณรัก โดยหากคุณเป็นเสาหลักของครอบครัว ควรทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำประกันชีวิตเพื่อเป็นมรดกแก่ลูกหลาน หรือเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับดำรงชีวิตของครอบครัวหรือบุคคลที่อยู่ในอุปการะ โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ผู้รับประโยชน์ในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิต


สำหรับ จำนวนเงินเอาประกันภัยหรือทุนประกัน หากไม่รู้ว่าควรทำเท่าไรจึงจะพอเหมาะ อาจคำนวณง่ายๆ โดยประเมินจากระยะเวลาในการปรับตัวที่จะทำให้ครอบครัวหรือคนที่อยู่ข้างหลัง สามารถดูแลตนเองและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 3-5 เท่าของรายได้ต่อปี เช่น นาย A มีรายได้ 600,000 บาทต่อปี สมมติให้ระยะเวลาในการปรับตัวของครอบครัวอยู่ที่ 5 ปี ดังนั้น นาย A ควรทำประกันด้วยทุนประกันอย่างน้อย 600,000 บาท x 5 ปี = 3,000,000 บาท หากนาย A เสียชีวิตลง ครอบครัวจะได้รับเงิน 3,000,000 บาท เพื่อใช้จ่ายเสมือนว่านาย K ยังคงทำงานหาเงินอยู่เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี


เมื่อ ทำงานมาได้สักระยะหนึ่งเริ่มมีหน้าที่การงานมั่นคง หลายครอบครัวแต่งงานแล้วแต่ไม่มีบุตร หรือบางครอบครัวมีบุตรที่กำลังศึกษาเล่าเรียนหรือเริ่มต้นทำงาน การวางแผนการเงินในช่วงนี้จะเน้นที่แผนเกษียณ ซึ่งผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมด้านการเงินสำหรับวัยเกษียณ สามารถทำประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuities Insurance) เป็นแบบประกันที่จ่ายเงินให้กับผู้เอาประกันเป็นรายงวดในช่วงเกษียณอายุ อย่างสม่ำเสมอจนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 85 ปี โดยเริ่มจ่ายตั้งแต่ผู้เอาประกันอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี (ขึ้นอยู่กับแบบกรมธรรม์) ประกันรูปแบบนี้ จัดเป็นแหล่งออมเงินเพื่อการเกษียณที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองชีวิตตามเงื่อนไขของกรมธรรม์แล้ว ยังทราบจำนวนเงินที่แน่นอนที่จะได้รับเป็นรายงวดเมื่อเกษียณอายุตามที่กำหนด ในกรมธรรม์ นอกจากนี้ เงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด ไม่เกิน 15% ของเงินได้ทั้งปี และไม่เกินปีละ 200,000 บาท ทั้งนี้ เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท



เมื่อตัดสินใจสร้างครอบครัวร่วมกับคนที่รัก การวางแผนสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะชีวิตมีความไม่แน่นอน เหตุไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การทำประกันเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นคงในกับคนที่คุณรัก ช่วยให้คุณอุ่นใจได้ว่าอย่างน้อยก็มีเงินจากการทำประกันช่วยให้คนข้างหลัง คุณไม่เดือดร้อนมากนัก



โดย : นิชฌานี ฉันทศาสตร์, AFPT
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย

บทความแนะนำ

รับมือ โรคยอดฮิตของลูก
ซุปแครอท อาหารเสริมลูกน้อยวัย 6 - 7 เดือน
อุทาหรณ์เตือนแม่ๆ! เมื่อลูกกลืนกิ๊บติดผมเข้าไปอยู่ในท้องกว่า 10 วัน
ฤกษ์คลอดบุตร เดือนสิงหาคม 2559

Facebook Comment