ให้ของขวัญลูก อย่างไรดี



“ให้ของขวัญด้วยเงินออมเงินลงทุน ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกในอนาคต” – K-Expert





"ของขวัญ"
เป็นสิ่งที่สามารถสร้างความสุขให้ใครหลายคน หากได้รับจากคนพิเศษในโอกาสต่างๆ เด็กก็เช่นกัน การได้รับของขวัญจากคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้ใหญ่ใจดีในวันคล้ายวันเกิด วันปีใหม่ หรือวันสำคัญในโอกาสพิเศษต่างๆ เด็กคงมีความสุขไม่น้อย และทันทีที่เด็กได้รับของขวัญหรือของเล่นที่อยากได้ ความดีใจจะปรากฏให้เห็นได้ชัด ผู้เป็นพ่อแม่ย่อมมีความสุขตามลูกไปด้วย แต่คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายเคยสังเกตหรือไม่ว่า เมื่อเวลาผ่านไป ของขวัญหรือของเล่นเหล่านั้นยังเป็นของเล่นชิ้นโปรดของลูกอยู่หรือไม่ รวมทั้งเมื่อลูกเติบโตขึ้น พ่อแม่ก็ต้องหาซื้อของขวัญหรือของเล่นชิ้นใหม่ให้ลูกอีกเรื่อยๆ ดังนั้น หากได้ลองคำนวณจำนวนเงินทั้งหมดที่ใช้ซื้อของขวัญให้ลูก จะพบว่า เป็นเงินจำนวนไม่น้อย อาจถึงหลักหมื่นหลักแสนเลยทีเดียว ซึ่งจะดีแค่ไหน หากเงินที่พ่อแม่จ่ายเพื่อซื้อของขวัญที่เป็นของเล่นให้ลูกในวันนี้ สามารถเป็นของขวัญที่สร้างอนาคตที่มั่นคงให้ลูกได้ โดยเปลี่ยนของขวัญที่เสื่อมสภาพลงได้ตามกาลเวลา มาเป็นเงินออม/เงินลงทุนที่เพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต


คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มให้ของขวัญแก่ลูกด้วย เงินฝากธนาคาร ซึ่งจัดเป็นการออมเงินที่ง่ายและสะดวก จะฝากเมื่อไรก็ได้ หรือฝากอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ข้อดีของเงินฝากธนาคารคือ ความเสี่ยงต่ำ แต่ต้องไม่ลืมว่า การออมเงินในบัญชีเงินฝาก จะได้รับผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยน้อย อาจทำให้ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการเพิ่มมูลค่าเงินในระยะยาวได้


ทางเลือกหนึ่งที่พ่อแม่สามารถลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกได้ นั่นคือ การลงทุนในหุ้น ซึ่งการลงทุนในหุ้นควรเป็นการลงทุนระยะยาวไม่น้อยกว่า 5 ปี แม้ว่าราคาหุ้นในแต่ละช่วงเวลามีความผันผวนขึ้นลงได้ง่ายจากปัจจัยภายในบริษัท เช่น ผลการดำเนินงาน การขยายกิจการ หรือปัจจัยภายนอก เช่น สภาวะเศรษฐกิจ การเมืองในประเทศ เป็นต้น แต่หากบริษัทที่เราลงทุนนั้นมีพื้นฐานดี มีความมั่นคง มีศักยภาพในการเติบโต ราคาหุ้นของบริษัทนั้นๆ ย่อมปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว



การซื้อหุ้นเป็นของขวัญให้ลูก นอกจากจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับลูกในอนาคต ยังเป็นการปูพื้นฐานความรู้ด้านการลงทุนให้กับลูก เมื่อเขาโตขึ้นมากพอที่จะเรียนรู้เรื่องการเงินแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักติดตามราคาหุ้น มูลค่าเงินลงทุน ตัวเลขเงินปันผล สอนให้รู้จักการคำนวณกำไรขาดทุนจากการลงทุนแบบง่ายๆ ให้ลูกได้เข้าใจถึงปัจจัยที่มีโอกาสทำให้ราคาหุ้นของเขาเพิ่มขึ้นหรือลดลง และเนื่องจากหุ้นเป็นการลงทุนระยะยาว ยิ่งพ่อแม่เริ่มซื้อหุ้นให้ลูกเร็วเท่าไร มูลค่าหุ้นยิ่งมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นได้มากเท่านั้นตามการเติบโตของกิจการ


การลงทุนในหุ้นก็ทำได้ไม่ยาก เพียงเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ หรือเจ้าหน้าที่การตลาด (โบรกเกอร์) หากคุณพ่อคุณแม่ไม่รู้ว่าจะเลือกหุ้นตัวไหนให้ลูกดี สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อขอคำแนะนำหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว หรือหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยทั่วไปอายุขั้นต่ำที่สามารถเปิดบัญชีหลักทรัพย์ได้คือ 20 ปีบริบูรณ์ (บรรลุนิติภาวะแล้ว) ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการซื้อหุ้นให้ลูก สามารถเปิดบัญชีในชื่อของคุณพ่อหรือคุณแม่ เมื่อลูกอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งสามารถเปิดบัญชีหลักทรัพย์ได้แล้ว คุณพ่อหรือคุณแม่ค่อยทำการโอนหุ้นที่ลงทุนไว้เข้าบัญชีหลักทรัพย์ของลูก


อย่างไรก็ตาม หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการความสะดวกในการลงทุน หรือไม่มีเวลาติดตามสภาวะการลงทุนมากนัก ก็สามารถลงทุนให้ลูกได้ผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น หรือ กองทุนรวมหุ้น ซึ่งจะมีการกระจายเงินลงทุนไปในหุ้นหลากหลายตัว เป็นการกระจายความเสี่ยง โดยมีผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนเป็นผู้บริหารเงินลงทุน และคัดเลือกหุ้นเข้ามาในพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ การเลือกกองทุนรวม ควรพิจารณากองทุนรวมที่มีผลการดำเนินงานดีอย่างสม่ำเสมอ


การซื้อกองทุนรวมสามารถติดต่อได้ที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เป็นนายหน้าของกองทุนรวม โดยสามารถเปิดบัญชีกองทุนรวมในชื่อของลูก ซึ่งเงื่อนไขในการเปิดบัญชีจะขึ้นอยู่กับบริษัทจัดการกองทุนรวม


ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะเลือกให้ของขวัญลูกด้วยหุ้นหรือกองทุนรวม สิ่งสำคัญคือ การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และระยะเวลาในการลงทุน สมมติซื้อหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นทุกเดือน เดือนละ 1,000 บาท โดยได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี มูลค่าเงินที่เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ลงทุน แสดงได้ดังนี้



จะเห็นได้ว่า เงินที่คุณพ่อคุณแม่ลงทุนให้ลูกอย่างสม่ำเสมอสามารถงอกเงยเพิ่มขึ้นเป็นเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ลูก หรือเพื่อเป็นเงินตั้งต้นของลูกยามที่ลูกจบการศึกษาได้


ความสุขของลูกก็คือความสุขของคุณพ่อคุณแม่ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ดีที่คุณพ่อคุณแม่จะมอบของขวัญที่สามารถสร้างความสุขให้กับลูกได้ในระยะยาว ลองเปลี่ยนจากการให้ของขวัญที่เป็นของเล่นหรือวัตถุสิ่งของแบบเดิมๆ มาเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ นั่นคือ ความมั่นคงทางการเงิน ให้ลูกอันเป็นที่รักค่ะ


ติดตามบทความเกี่ยวข้องกับ “ให้ของขวัญลูก อย่างไรดี” ได้ที่ www.askKBank.com/K-Expert และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาวางแผนเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับที่ปรึกษาลูกค้าบุคคล ธนาคารกสิกรไทย ได้ที่ K-Expert@kasikornbank.com



K-Expert Action

  • ศึกษารายละเอียดเงื่อนไขในการลงทุนเพื่อให้การลงทุนเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
  • สร้างวินัยการออมเงินด้วยการสมัครบริการหักเงินจากบัญชีเพื่อซื้อกองทุนรวมทุกเดือน

บทความแนะนำ

5 สัญญาณลูกสุขภาพดี ปูพื้นฐานพร้อมปรับตัวเข้าสังคม
ลูกคลอดออกมาแข็งแรงไหม? มาดูการทดสอบด้วย APGAR Test กัน
หมอเด็กแนะนำไม่ควรลงโทษลูกด้วยการตี
5 สัญญาณเตือน ! ลูกเสี่ยงเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ

Facebook Comment