บุคคลที่ 3










บุคคลที่ 3 นั้นจึงเป็นที่รับรู้กันในทีว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ คือไปๆ มาๆ ชั่วคราว ไม่ได้อยู่ประจำ เวลาอยู่ก็ลับๆ ล่อๆ เพราะกลัวเจ้าของเขาเห็น อาจจัดเป็น
ประเภทหน่วยสวาทได้ แต่สำหรับคราวนี้บุคคลที่ 3 ไม่ได้หมายความถึงแค่อย่างที่ว่า ซึ่งจะขอเรียกว่าบุคคลที่ 3.1 แต่หมายถึงใครก็ตามนอกเหนือจากคนสอง
คนที่เข้ามามีบทบาทส่วนร่วมอยู่ในชีวิต คู่ เช่น พ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูง ซึ่งจะขอเรียกว่าบุคคลที่ 3.2 และบุคคลที่ 3.3 ตามลำดับต่อไป

เริ่มจากบุคคลที่ 3.2 ก่อน มีคำพูดเก่าแก่อยู่ว่า เวลาที่คนเอเชียแต่งงานไม่ได้แต่งเฉพาะกับคู่ของตนเท่านั้น แต่แต่งกับครอบครัวของเขาหรือเธอด้วย ต่างกับ
คนทางฝั่งตะวันตก ซึ่งปกติก็ตัวใครตัวมันต่างคนต่างอยู่กันอยู่แล้ว พอแต่งงานก็เลยเป็นเรื่องส่วนตัวของใครของมันไปด้วย เรื่องนี้ลองเอามาคิดๆ ดูก็เห็นว่ามี
ส่วนจริงอยู่มาก เพราะคนเอเชียโดยเฉพาะคนไทยเรานั้นผูกพันเกี่ยวโยงกันแน่นหนาในหมู่เครือ ญาติ เรานิยมอยู่กันเป็นครอบครัวขยายมากกว่าครอบครัวเดี่ยว




สมัยก่อนเวลาลูกสาวลูกชายจะออกเรือนแต่งงาน พ่อแม่ก็มักจะให้ปลูกเรือนต่อเนื่องอยู่ในบริเวณเดียวกันกับเรือนของพ่อแม่ คนไทยกับญาติจึงแยกกันยาก

จริงๆ ก็ถือเป็นเรื่องอบอุ่นดีที่จะมีญาติพี่น้องอยู่ใกล้ๆ กัน แต่ญาติพี่น้องนั้นจะว่าไปก็คงเหมือนกับไฟ อยู่ใกล้ระยะหนึ่งก็อบอุ่นดี แต่ถ้าใกล้มากเข้านานเข้าก็คงร้อนจนสุกเอาได้เหมือนกัน ลองคิดดูถึงชีวิตสมรสที่ไม่มีความเป็นส่วนตัว เพิ่งแต่งงานกันข้าวใหม่ปลามัน ตื่นมาตอนเช้ากำลังจะทำโรแมนติกกันในครัวก็ต้องยืนหลบๆ เมื่ออาอี๊เดินเข้ามาหยิบขวดน้ำเก๊กฮวยในตู้เย็น ตกบ่ายจะไปเดินจูงมือชมสวนหลังบ้านกันเสียหน่อย ก็ต้องกระเจิงเมื่อเจอหลานๆ ขี่จักรยานไล่เอาปืนฉีดน้ำยิงกันไปมา หรือตอนกลางคืนที่กะจะซบอิงพิงกันชมจันทร์ ก็มีอันต้องล้มเลิกไปเพราะเสียงเชียร์บอลดังลั่นจากน้องชายข้างนอกห้องนอนนั่น


ต่อมาก็คือบุคคลที่ 3.3 อันได้แก่พรรคพวกเพื่อนฝูงทั้งหลาย เพื่อนๆ นี่ละตัวดีที่เป็นสาเหตุให้ชีวิตคู่ไม่เป็นคู่ เพื่อนหลายคนแยกความแตกต่างระหว่างเพื่อนที่
ยังโสดกับเพื่อนที่แต่งงานแล้ว ไม่ออก ไม่รู้ว่าบกพร่องทางร่างกายส่วนไหน คนแต่งงานแล้วก็ยังอุตส่าห์โทรมาชวนให้ออกไปเที่ยวคาราโอเกะด้วยกันทุกคืน
หรือไม่ก็แวะมาหามานั่งกินนั่งดื่มอยู่ที่บ้านได้ทุกวัน ไม่ต้องเกรงใจกันซะบ้างเลย

พูดถึงตอนนี้แล้วก็นึกถึงหนังฝรั่งเรื่อง You , me and Dupree ไม่ทราบว่าใครเคยได้ดูบ้าง หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่เผอิญต้องมารับเอานายดูพรี
เพื่อนของตัวสามีซึ่งกำลังมีปัญหาชีวิตเข้ามาอยู่ร่วมบ้านด้วย เลยมีเรื่องวุ่นๆ โกลาหลซึ่งเกิดเพราะนายดูพรีนี่ขึ้นมากมาย โดยที่ทั้งสามีและภรรยาได้แต่มอหน้ากันตาปริบๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร รำคาญก็รำคาญ สงสารก็สงสาร ที่จริงหนังเรื่องนี้เป็นหนังตลก แต่ดูแล้วก็สะท้อนให้เห็นอะไรได้อยู่เหมือนกันชีวิตคู่อย่างที่บอกแล้วว่ามีกันเป็นคู่ มันก็ควรจะอยู่กันเป็นคู่ ถ้ามีอะไรสักอย่างหรือใครสักคนแทรกเข้ามาประเดี๋ยวเดียวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามาอย่างต่อเนื่องยาวนานนี่ก็น่าลำบากใจ ในหลายๆกรณีนั้น บุคคลที่ 3.2 หรือบุคคลที่ 3.3 นั้น ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามารบกวน แต่ตั้งใจจะเข้ามาช่วยดูแล มาเป็นที่ปรึกษา มาเป็นเพื่อน ฯลฯ โดยไม่คิดถึงใจผู้รับว่าเขาอยากได้ไหม เพราะยึดเอาความปรารถนาดีของตัวเองเป็นที่ตั้งหวังดีเจตนาเด่นอย่างไรถ้ามันเกินเข้ามา เสียแล้วมันก็เกินอยู่วันยังค่ำ นักมวยต่อยกันบนเวที 2 คน ถึงต่างฝ่ายจะมีพี่เลี้ยงเทรนเนอร์สักกี่คน ถ้าเชียร์ถ้าสอนกันอยู่กันข้างล่างก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าพี่เลี้ยงหรือเทรนเนอร์แต่ละฝ่ายเกิดเฮี้ยนปีนขึ้นไปเชียร์ไปสอนอยู่ บนเวทีด้วย มวยคู่นั้นก็คงชกกันไม่ออกหรือถึงจะชกกันได้ก็คงแหยเต็มที เพราะเวทีคงแน่นจนน่าอึดอัดพิลึก

(สำหรับใครที่มีอะไรอยากจะพูดคุยกับผมต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคนที่บ้านหรือเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในบ้านก็เชิญได้ที่ nutsevikul@gmail.com แวะเข้าไป

เยี่ยมเยียนพูดคุยกันได้ครับ )






บทความแนะนำ

อองฟองต์บิวตี้มัม ชวนคุณแม่ร่วมปฏิบัติการ สวยสุดหยุดผิวแตกลาย
Attitude Mom จัดสัมมนาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่บรรยายโดย พญ.สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ
สมองของลูกทำงานตั้งแต่แรกเกิด
วิธีการตรวจทดสอบเพศลูกจากกะหล่ำปลีม่วงทำอย่างไร จริงหรือมั่ว ?

Facebook Comment