ทดลองเดินเที่ยว กทม. ตามแผนที่ ททท.

วันก่อนเห็นแผนที่เดินเที่ยวกรุงเทพฯ (Walking Bangkok) ที่ทำออกมา 8 เส้นทางแล้วน่าสนใจมาก (Link download) เกิดอาการชีพจรลงเท้า จนอยากทดลองท่อง กทม. แบบเนิบช้าดูบ้าง
 

 
ต้องบอกก่อนว่าเราอาศัย Walking Map ของ ททท. เป็นไกด์ ว่าแต่ละย่านนั้นมีจุดเด่นอะไรบ้าง จากนั้นก็ออกแบบเส้นทางการเดินของเราเอง
 

 
 
ความตั้งใจหลักของทริปนี้คือเดินเที่ยวยังไงก็ได้ แต่เมื่อแดดร่มลมตกเราต้องไปเข้าคิวในสนามหลวงเพื่อกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชให้ได้

ว่าแล้วก็เลือกเส้นทางเสาชิงช้า+ท่าเตียนค่ะ จริงๆ ตั้งใจจะเริ่มจากเยาวราช ทว่าเวลาไม่อำนวย จึงเริ่มต้นลงรถเมล์สาย 12 ที่ป้ายหน้านิทรรศน์รัตนโกสินทร์ (ถนนราชดำเนินกลาง) แล้วสตาร์ทหมุดหมายแรกที่ โลหะปราสาท วัดราชนัดดา

 

 


 
เคยแต่เดินผ่านอยู่บ่อยๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เข้ามาชมด้านใน มองจากด้านนอกว่าสวยแล้ว เข้ามาสัมผัสด้านในงดงามยิ่งกว่า มีนิทรรศการโลหะปราสาทให้เราชมด้วย
 
โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร จำลองมาจากประเทศศรีลังกา แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมสร้างตามแบบศิลปกรรมไทย เป็นปราสาท 3 ชั้น ด้านในเป็นอาคาร 7 ชั้น มียอด 37 ยอด

 

 
ชั้น ล่างสุดเป็นนิทรรศการโลหะปราสาทเล่าถึงที่มาที่ไป ตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ให้เดินวนขวาก่อนจะมาบรรจบตรงทางเข้า จากนั้นให้หันหลังกลับแล้วขึ้นบันไดวนเพื่อเยี่ยมชมชั้นต่อๆ ไป

 

ถนนราชดำเนินจากจุดชมวิวบนยอดโลหะปราสาท 

ศาลาว่าการ กทม. 
 
จากโลหะปราสาทวัดราชนัดดาเดินไปทางทิศตะวันตกอีกหน่อยก็เป็นนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เนื่องจากเวลาที่ไปเป็นช่วงบ่ายแล้ว ยังมีหมุดหมายอีกหลายป้ายให้แวะพัก ประกอบกับเราใช้เวลาที่โลหะปราสาทพอสมควร จึงต้องเก็บนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ไว้เยี่ยมชมในครั้งต่อไป
 
ถัดมาอีกหน่อยไม่ไกลกันคือหอศิลป์ร่วมสมัยราชดําเนิน พื้นที่แสดงศิลปะของศิลปินร่วมสมัยที่จะมีนิทรรศการและกิจกรรมหมุนเวียนแต่ละช่วงผลัดเปลี่ยนไป ไหนๆ ก็เดินผ่านแล้ว แอบแว๊บเข้าไปตากแอร์เย็นๆ พร้อมเสพงานศิลป์ที่นานๆ จะมีโอกาสได้ยลที
 
ไม่นานนักก็ออกท่อง กทม. กันต่อ เดินมาถึงวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินสอ แวะพักเติมพลังที่ร้านนมมนตร์ชื่อดัง นั่งแป๊บก็ออก เพราะเกรงใจคนรอต่อคิว เลียบฟุตบาทไปอีกนิดก็ถึงเสาชิงช้า รอจังหวะรถติดไฟแดงจึงข้ามไปยังวัดสุทัศเทพวนาราม เพื่อกราบสักการะองค์หลวงพ่อโต
 

 
วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ.2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง
 
กระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ.2390 และพระราชทานนามว่า "วัดสุทัศนเทพวราราม" ปรากฏในจดหมายเหตุว่า "วัดสุทัศนเทพธาราม" และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า "พระศรีศากยมุนี" "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" และ "พระพุทธเสรฏฐมุนี" (ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย)
 

 

 
ออกจากวัดสุทัศน์แล้วเดินกลับไปทางเดิม เพื่อไปยังศาลเจ้าพ่อเสือ เนื่องจากยังต้องเดินอีกไกล ขอยืนไหว้อยู่เพียงด้านอกพอ จากนั้นก็เดินลัดเลาะถนนตะนาวไป ก่อนจะเลี้ยวเข้าแพร่งนราเพื่อไปสนามหลวงกันต่อ
 

 

 

 
แต่ครั้นจะเดินข้ามคลองหลอดผ่านศาลหลักเมืองไปเลยก็ง่ายเกินไป ขอเดินอ้อมพระบรมมหาราชวังไปออกท่าเตียนดีกว่า แต่อย่าเผลอเดินลัดซอยสราญรมย์ ข้างวัดราชประดิษฐ์ฯ นะคะ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเดินผ่านจ้า ให้อ้อมมาออกตรงสวนสราญรมย์แทน จะได้ข้ามถนนไปฝั่งวัดโพธิ์ได้เลย
 

 
ถึงวัดโพธิ์ 4 โมงนิดๆ นักท่องเที่ยวยังหนาตา เดินชมร้าน ตลาด ย่านท่าเตียนประเดี๋ยวประด๋าว สองเท้าก็พาเลียบถนนมหาราชไปเติมพลังที่ร้านอาหารในท่ามหาราช อิ่มแล้วก็เดินต่อไปยังท้องสนามหลวง เพื่อรอต่อคิวเข้าพระบรมมหาราชวัง
 
เมื่อปลายปีที่แล้วเราได้เข้าไปกราบในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งหนึ่ง ออกจากบ้านตั้งแต่ตี 3 ได้เข้าวังตอน 10 โมง คราวนี้คิวไม่เยอะแบบนั้นแล้ว มารอตอน 6 โมงครึ่ง ประมาณ 2 ทุ่มครึ่งก็ลุกขึ้นเดินต่อแถวเข้าไปกราบสักการะ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว
 

 
อาจเพราะคนไม่เยอะ และไม่ต้องเดินอ้อมไปเข้าตรงประตูมณีนพรัตน์ ทำให้ระยะเวลาเดินเข้าพระบรมมหาราชวังกินเวลาไม่นานนัก ประมาณ 3 ทุ่มนิดๆ เราก็เสร็จกระบวนการทุกอย่าง ต่อแถวขึ้นรถเมล์ไปยังจุดต่อรถเพื่อกลับบ้าน
 

 

บทความแนะนำ

เทคนิคตัดผมให้ลูก
ออกกำลังกายช่วยเด็กเรียนดี
โต๊ะทำงานแม่ท้อง
ทำอย่างไรกันดี เมื่อลูกสาววัย 7 ขวบแอบดูหนัง R

Facebook Comment