เดินทางตามรอยความคิดถึง “พ่อหลวง” ณ เมือง “น่าน”

     ทุกก้าวที่ได้เดินทางตามรอยความคิดถึงไปยังสถานที่ต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เคยเสด็จฯ ไป ทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจและเติมเต็มความคิดถึงได้อย่างเต็มหัวใจ  
     จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้คือ “น่าน” เป็นจังหวัดเล็กๆ และอยู่ห่างไกล เป็นจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนทางด้านตะวันออกของภาคเหนือ ในอดีตเป็นดินแดนที่ทุรกันดารและประชาชนมีฐานะยากจน แต่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ  และพระบรมวงศานุวงศ์เป็นอย่างสูง ที่ได้ทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ มาปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และทรงพระราชทานความช่วยเหลือให้กับราษฎรจังหวัดน่าน ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนชาวน่านดีขึ้น  
     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ  ได้เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดน่านถึง  22  ครั้งด้วยกัน ทุกๆ ที่ที่พระองค์เสด็จฯ ไป ต่างมีร่องรอยความทรงจำและมีการจารึกเรื่องราวพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทำให้เยาวชนรุ่นหลังต้องจดจำมิลืมเลือน  
 
 
เสด็จฯ เยือน เวียงสา
     เวียงสา ถือเป็นเมืองสำคัญของชาวจังหวัดน่าน ด้วยเพราะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร ณ ที่ว่าการอำเภอสา (ปัจจุบันคือเทศบาลตำบลเวียงสา อำเภอเวียงสา) เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2501 เป็นอำเภอแรกของจังหวัดน่าน ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่ได้จารึกไว้ว่า “เป็นพระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีนาถพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนแผ่นดินจังหวัดน่าน”
 
 
 
 
      เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินมา ณ ที่ว่าการอำเภอสา พระองค์ทรงประทับที่ “เก้าอี้พระที่นั่ง” ซึ่งเก้าอี้ที่ประทับตัวนั้น เป็นเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายเป็นครุฑ แต่เก้าอี้ที่ประทับนั้นได้สูญหายไปกว่า 10 ปี จนเมื่อปี พ.ศ. 2554 ได้มีการจัดนิทรรศการ “รอยพระบาทแรกแห่งแผ่นดินน่าน” จึงมีการพยายามสืบค้นหาเก้าอี้ที่ประทับ จนในที่สุดเมื่อปี พ.ศ. 2557 ก็สามารถติดตามพบเก้าอี้พระที่นั่ง ซึ่งมีผู้เก็บรักษาไว้ จึงได้ขอนำกลับมาเก็บไว้ที่อาคารไม้ เทศบาลตำบลเวียงสา อำเภอเวียงสาดังเดิม  
 
 
นมัสการพระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์ ณ วัดสวนตาล
     เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนจังหวัดน่านครั้งแรก ก่อนเสด็จฯ กลับสู่ที่ประทับ ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากศาลากลางจังหวัดน่าน ไปทรงนมัสการพระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์ ณ วัดสวนตาล อ.เมือง จ.น่าน
     ปัจจุบันวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนนมหายศ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมมาวดี เมื่อปี พ.ศ.1770 ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปที่สำคัญคือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งพระเจ้าติโลกราชแห่งนครเชียงใหม่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1993 เป็นพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ องค์ใหญ่ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10 ฟุต สูง 14 ฟุต 4 นิ้ว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีงานให้ประชาชนจังหวัดน่านได้นมัสการ สรงน้ำพระ เป็นประจำทุกปี  
 
 
เรื่องเล่าแห่งความประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณฯ  
     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนิน จ.น่าน ถึง 22 ครั้ง ซึ่งตลอดระยะเวลาของการเสด็จพระราชดำเนินของพระองค์ มีหลายเหตุการณ์เกิดเป็นเรื่องเล่าขานที่น่าประทับใจ เช่น เรื่องเล่าของ นพ.บุญยงค์ วงศ์รักมิตร อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน ในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงิน 240,000 บาท เพื่อสร้างตึก “พิทักษ์ไทย” ซึ่งเป็นตึกผู้ป่วยขนาด 24 เตียง 1 หลัง สำหรับรองรับทหาร ตำรวจ พลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบเป็นการเฉพาะ ซึ่งยังความปลาบปลื้มแก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุกคน แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใดคือประโยคที่พระองค์ได้ตรัสแก่ นพ.บุญยงค์ ว่า “เงินที่ขอไปนั้นฉันนำมามอบให้แล้ว ขอให้หมอดำเนินการก่อสร้างเองนะ ไม่ต้องผ่านราชการ ฉันไว้ใจเธอ” ทำให้นายแพทย์หนุ่มในขณะนั้น มีกำลังใจในการทำงานอย่างมุ่งมั่นเพื่อรับใช้ประชาชน
 
 
     อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ชาวน่านจดจำมิลืมเลือน โดยนาย เล่ายี แซ่ท้าว "พระสหายม้ง..ของในหลวง" แห่งหมู่บ้านถ้ำเวียงแก อ. สองแคว จ.น่าน ซึ่งเป็นผู้หนึ่งในผู้แทนของกลุ่มพัฒนาชาวเขาซึ่งได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด และถือเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดำเนินโครงการทดลองพืชสวนบนพื้นที่สูงตามโครงการหลวง ของชุมชนชาวเขาเผ่าม้งและเผ่าลั๊วะ ใน จ.น่าน เช่นการปลูกกาแฟ ทำสวนลิ้นจี่ และลำไย แทนการปลูกฝิ่นด้วย
 
 
การเดินทางไป จ.น่าน
รถยนต์
     จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 32 จนถึง จ.นครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 17 ไปจนถึง จ.พิษณุโลก จากนั้นใช้เส้นทางหมายเลข 11 จะผ่าน จ.อุตรดิตถ์ และ อ.เด่นชัย จ.แพร่ แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 101 ผ่าน จ.แพร่ ไปจนถึง จ.น่าน รวมระยะทาง 668 กิโลเมตร

รถประจำทาง
  • รถประจำทางปรับอากาศ สายกรุงเทพฯ – น่าน ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถ.กำแพงเพชร 2 ทุกวัน วันละหลายเที่ยว โดยรถโดยสารแบบธรรมดาและปรับอากาศ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง
  • สอบถามรายละเอียดได้ที่ : บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 1490 www.transport.co.th / แพร่ทัวร์ โทร. 0 2936 3720 / สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 2496 / เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2936 0199
  • จองตั๋วรถโดยสารออนไลน์ ได้ที่ www.thaiticketmajor หรือ www.thairoute.com
รถไฟ
  • จากกรุงเทพฯ ไม่มีเส้นทางไปถึง จ.น่าน โดยตรง จึงต้องเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปลงที่สถานีเด่นชัย จ.แพร่ แล้วจึงต่อรถโดยสารประจำไปยัง จ.น่าน
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690 www.railway.co.th
เครื่องบิน
สายการบินนกแอร์ บินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – น่าน ทุกวัน จองตั๋วได้ที่  www.nokair.com
  • สายการบิน Thai AirAsia บินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – น่าน ทุกวัน จองตั๋วได้ที่ www.AirAsia.com หรือโทร. Call Center 0 2515 9999
การเดินทางใน จ.น่าน
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกการเดินทางได้หลายรูปแบบ
  • รถสองแถว เป็นรถสองแถวท้องถิ่น ให้บริการในโซนเขตตัวเมืองน่าน  ไม่มีเส้นทางประจำ สามารถเรียนไปยังจุดหมายต่างๆ ที่ต้องการได้ ค่าโดยสารคนละ 8 บาท หรือคิดเป็นอัตราเหมาในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ
  • รถสามล้อถีบ สามล้อโบราณ ปัจจุบันมีให้บริการเพียงไม่กี่คัน สามารถใช้บริการรถสามล้อถีบได้ที่บริเวณหน้าโรงแรมน่านฟ้า อัตราค่าบริการตามระยะทาง เริ่มต้นที่ 20 บาท
  • รถจักรยาน สามารถหาเช่ามาแนเที่ยวชมเมืองเก่า พิพิธภัณฑ์ และวัด โดยทาง อพท.6 ให้บริการจักรยานฟรี (จำนวนจำกัด) สำนักงาน อพท.6 ตั้งอยู่ที่ สำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองเก่าน่าน เลขที่ 55 ถ.มหาพรหม ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน
  • แผนที่และพิกัด GPS 18.776949, 100.769650
 
ข้อมูลอ้างอิง
http://www.sadoodta.com
http://www.captaincarforrent.com/page/travel/Wiangsa/HuanRodtheep.php
http://pantip.com/topic/34488498
www.captaincarforrent.com/page/travel/Muang/WadSuantal.php
http://pantip.com/topic/33539844/page2
 www.thewaynews.com
รายงานพิเศษ | พระเมตตาจาก “ในหลวง รัชกาลที่ 9” สายธารน้ำพระทัยสู่“ชาวลั๊วะ ชาวม้ง” : http://www.siamrath.co.th/n/6049

 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อพท.

Line@ : @dastatravel
เพิ่มเพื่อน


@LineDastaTravel

 

บทความแนะนำ

ตะลุยโลกล้านปี! 8 ที่เที่ยวธีมไดโนเสาร์
รพ.รามาฯ แจกวัคซีนโรต้าแก่เด็ก ป้องกันท้องร่วง ฟรี!
แม่ตั้งครรภ์กับอาหารนานาชาติ
ลูกคลอดออกมาแข็งแรงไหม? มาดูการทดสอบด้วย APGAR Test กัน

Facebook Comment