เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ดื่มด่ำรุ่งอรุณแห่งความสุข

     “วันหยุดนี้จะไปไหนกันดี” คำถามที่ผุดขึ้นในหัวของหลายๆ คนในยามที่ต้องการพาร่างกายไปพักผ่อนจากวันอันเหนื่อยล้า สถานที่เที่ยวที่ตอบโจทย์คงไม่ใช่ที่เที่ยวแสงสี หรือที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนวุ่นวาย ในบางครั้งเราก็ต้องการใช้เวลากับการพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ ใช้ชีวิตเนิบช้า ดื่มด่ำกับธรรมชาติ เหมือนเวลาได้หยุดลง และเดินย้อนกาลเวลากลับไป
 
     อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เพราะเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโก เราจะพาไปชมกันว่าที่นี่สวยงามและทรงคุณค่าเพียงใด
 

     จากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทาง 400 กว่ากิโลเมตร เราก็เดินทางมาถึงจังหวัดสุโขทัยที่เงียบสงบ เมืองเก่าที่เคยเป็นราชธานีเก่าแก่ของไทยในอดีต ซึ่งได้รับสมญาว่า “รุ่งอรุณแห่งความสุข” หรือ Dawn of Happiness หลายคนไม่เคยรู้ว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยว “มรดกโลก” ตั้งอยู่
  
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
     เมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยม มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร กว้างประมาณ 1.6 กิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่กว่า 70 ตารางกิโลเมตร มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวังและวัด และมีโบราณสถานสำคัญที่มีจำนวนมากกว่า 30 แห่ง วัดที่ใหญ่ที่สุดคือวัดมหาธาตุ
     กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมืองเก่าสุโขทัย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 ต่อมา ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากรด้วยความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก และเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2531 โดยในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลก ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์ที่กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัย ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไทย ที่ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศโดยกรมศิลปากร โดยในแต่ละปีมีจะผู้เข้าเยี่ยมชมหลายแสนคน ซึ่งสามารถเดินเท้าหรือขี่จักรยานเที่ยวชมได้
     อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีโบราณสถานต่างๆ มากมาย มีทั้งในเขตในบริเวณกำแพงเมือง และนอกเขตกำแพงเมือง ซึ่งหากมาในครั้งเดียวอาจจะไม่สามารถเที่ยวชมเก็บได้ครบอย่างละเอียดหมดทุกที่ ซึ่งมีสถานที่สำคัญที่ควรไปเยี่ยมชม ดังนี้
  
วัดมหาธาตุ
     วัดขนาดใหญ่และวัดสำคัญที่สุดแห่งราชอาณาจักรสุโขทัยมีเจดีย์รวมกว่า 200 องค์ โดยพระเจดีย์มหาธาตุทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ศิลปะแบบสุโขทัยแท้ตั้งเป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วยเจดีย์ 8 องค์ บนฐานเดียวกัน คือ ปรางค์ศิลาแลงตั้งอยู่ที่ทิศทั้ง 4 และเจดีย์แบบศรีวิชัยผสมลังกาก่อด้วยอิฐอยู่ที่มุม อีกจุดสำคัญในบริเวณวัดมหาธาตุคือ “วิหารพระศรีศากยมุนี” หรือ “วิหารหลวง” ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยอันงดงามน่าเลื่อมใส
 
 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง
     เป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงศิลปโบราณที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีภายในเมืองสุโขทัย และที่ประชาชนมอบให้ เช่น พระพุทธรูป เครื่องใช้ ถ้วยชาม สังคโลก ศิลาจารึกเก่าแก่ของสุโขทัยในอดีต เป็นที่ที่เราจะได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาต่างๆ มากมาย
 
 
 
ศาลตาผาแดง
     เป็นศาสนสถานตามคติศาสนาฮินดู ก่อด้วยศิลาแลง ส่วนยอดหักพังลงหมด รูปแบบทางสถาปัตยกรรม และประติมากรรมศิลาที่เป็นรูปเคารพ เปรียบเทียบได้กับศิลปะในสมัยนครวัต จัดเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในเมืองสุโขทัย
 
 
 
เนินปราสาทพระร่วง
     ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวัดมหาธาตุ เป็นซากอาคารก่อด้วยอิฐ ขุดแต่งบูรณะแล้ว มีฐานบัวโดยรอบทำด้วยปูนปั้น สันนิษฐานว่าเนินแห่งนี้คือที่ตั้งของพระที่นั่ง หรือปราสาท ที่ประทับของกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงที่ครองกรุงสุโขทัย ณ เนินปราสาทแห่งนี้เองที่ได้ค้นพบศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงและพระแท่นมนังคศิลา
 
 
 
วัดตระพังเงิน
     เป็นโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่บริเวณขอบตระพังเงินคำว่า "ตระพัง" หมายถึง สระน้ำ หรือหนองน้ำด้านทิศตะวันตก มีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือดอกบัวตูมเป็นประธาน บริเวณเรือนธาตุจะมีชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นประทับยืนทั้ง 4 ทิศ ด้านหน้าเป็นวิหาร 7 ห้อง ฐานและเสาก่อด้วยศิลาแลง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย บริเวณตรงกลางตระพังเป็นเกาะขนาดเล็ก เป็นที่ตั้งของพระอุโบสถ บริเวณตระพังจะมีดอกบัวขึ้นอยู่รอบสระสวยงามมาก
 
ส่วนในเขตนอกกำแพงเมืองของอุทยานฯ ก็ยังมีโบราณสถานที่สำคัญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
 
 
วัดศรีชุม
     วัดศรีชุมนี้มีภาพปูนปั้นเป็นศิลปะแบบบายนและมีหลักฐานที่บ่งบอกได้ว่า ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ก่อนเข้าสู่สมัยสุโขทัยนั้น ดินแดนแห่งนี้นับเป็นเขตเหนือสุดของไทยที่อารยธรรมขอมสามารถแผ่อิทธิพลมาถึงวัดศรีชุมที่โดดเด่นด้วยผนังของมณฑปที่มีความหนาถึง 2 ชั้น และผนังด้านใต้ของมณฑปมีช่องบันไดนำไปสู่ยอดของมณฑป
 
 

      ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดศรีชุมแห่งนี้ก็คือ ‘พระอจนะ’ พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ปางมารวิชัยที่มีเรื่องราวเล่าขานกันมาว่าเป็น ‘พระพูดได้’ ซึ่งปรากฏอยู่ในตำนานของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเรื่องเล่ามีอยู่ว่า อาจเป็นแผนการสร้างกำลังใจให้ทหาร โดยสมเด็จพระนเรศวรให้ทหารคนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระ และพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหารที่จะต่อสู้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็นตำนาน ‘พระพูดได้’ ที่วัดศรีชุมแห่งนี้
 
  
วัดเจดีย์สี่ห้อง
     วัดเจดีย์สี่ห้องมีโบราณสถานสำคัญ ประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงระฆัง ซึ่งอยู่ด้านหน้าหลังพระวิหารรายล้อมด้วยเจดีย์ราย
 
 
วัดสะพานหิน หรือ วัดตะพานหิน
     วัดสะพานหิน ที่ชื่อนี้เพราะมีสะพานหินโบราณ ที่เป็นเส้นทางขึ้นสู่วัดบนเนินเขาลูกเล็กๆ เส้นทางสะพานหินเป็นทางเดินที่สร้างยกพื้นขึ้นกว้างประมาณ1.5 เมตร จากหินชนวนที่ก่อขึ้นดูคล้ายๆ กำแพงหิน แต่ใช้เป็นทางขึ้นความยาวของทางเดินสะพนหินโบราณแห่งนี้ยาว 300 เมตร จากตีนเขาถึงยอดเนินเขาเป็นตัววัดสะพานหิน ซึ่งมีความสูงจากพื้นด้านล่างวัดได้ 200เมตร ทำให้สามารถชมวิวจากด้านบนลงมาได้
 
 
     วัดนี้เป็นวัดที่ควรค่าที่จะเดินทางไปสัมผัสในยามรุ่งเช้าที่สุด เพราะวัดสะพานหินแห่งนี้สะท้อนความหมายของคำว่า สุโขทัย อันแปลว่า รุ่งอรุณแห่งความสุข ได้ดีที่สุด ความลับของวัดสะพานหินที่คุณควรประจักษ์แก่สายตาตัวเองคือ พระประธานของวัดนาม “พระอัฏฐารส” ซึ่งหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก เพื่อประทานพรแก่ชาวเมืองสุโขทัยในทุกๆเช้า
 
 
 
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยเพียง 10 บาท และ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 40 บาทเท่านั้น หรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมอุทยานฯ ต่างๆ ในจังหวัดสุโขทัยได้ภายในระยะเวลา 30 วัน
     สำหรับการเที่ยมชมอุทยานฯ จะใช้สองเท้า หรือ สองล้อก็ได้เช่นกัน โดยที่อุทยานฯ มีจักรยานให้เช่าเพื่อปั่นเที่ยวชมในโบราณสถานต่างๆ ในเขตอุทยานฯ แต่สำหรับใครที่อยากจะค่อยๆ เดินเที่ยวชมความงาม ถ่ายรูป ดื่มด่ำอดีตอันรุ่งเรืองของโบราณสถาน วัด เจดีย์ต่างๆ การเดินเที่ยวชมก็สะดวกสบาย เพราะบรรยากาศอันร่มรื่น สะอาดตาในอุทยานฯ
 
เปิดให้เข้าชมทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. (ปิดจำหน่ายบัตรเวลา 18.00 น.)
หมายเหตุ : ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00-21.00 น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรณีเข้าชมเป็นหมู่เป็นคณะและต้องการวิทยากรนำชม ติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย โทร. 0 5569 7310
 
     อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงแทบจะอดใจรอวันหยุดไม่ไหวที่จะได้ไปเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแห่งนี้แล้ว
 
 
การเดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย
เดินทางโดยรถยนต์   จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางคือ      
  1. จากทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 101 ผ่านอำเภอพรานกระต่าย อำเภอคีรีมาศเข้าสู่จังหวัดสุโขทัย รวมระยะทาง 440 กิโลเมตร
  2. จากทางหลวงหมายเลข 1 ไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 50 บริเวณแยกอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านพระนครศรีอยุธยามุ่งสู่นครสวรรค์ แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 117 ตรงเข้าพิษณุโลก ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 12 เข้าสู่จังหวัดสุโขทัย รวมระยะทาง 427 กิโลเมตร
เดินทางรถโดยสารประจำทาง  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง 
  • บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งแบบธรรมดาและปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวัน  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2537-8055-6, 0-2936-2852-66 หรือที่ www.transport.co.th
  • บริษัทเดินรถเอกชนวิ่งบริการ ได้แก่
    • บริษัท วินทัวร์ โทร. 0-5561-1039 กรุงเทพฯ โทร. 0-2936-3753
    • บริษัท พิษณุโลกยานยนต์ โทร. 0-5525-8647, 0-5525-8941 กรุงเทพฯ โทร. 0-2936-2924-5
เดินทางโดยรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถด่วน และรถเร็วออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปลงที่สถานีพิษณุโลกทุกวัน จากนั้นให้เดินทางต่อโดยรถประจำทางไปสุโขทัยอีกประมาณ 59 กิโลเมตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0-2223-7010, 0-2223-7020 หรือที่ www.railway.co.th
              
แผนที่ Google Maps อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
https://goo.gl/maps/ZGrzaAkB9jA2
 


องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อพท.

Line@ : @dastatravel

เพิ่มเพื่อน


 ที่มา
อพท Travel เที่ยวไปให้ยั่งยืน FREE MAGAZINE ปีที่ 1 ฉบับที่ 2
อพท Travel เที่ยวไปให้ยั่งยืน FREE MAGAZINE ปีที่ 2 ฉบับที่ 6
https://www.facebook.com/pages/วัดตระพังเงิน-Wat-Traphang-Ngoen
http://sisatchanalai.com/แหล่งท่องเที่ยวศรีสัชน/เตาทุเรียง-เตาสังคโลก-บ้/
https://th.wikipedia.org/
http://sadoodta.com/content/ชมสะพานหินโบราณ-วัดสะพานหิน-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000056254

บทความแนะนำ

ฉลาดไม่เบา! คลิปเจ้าหนูลงจากเตียงด้วยตัวเอง
ผ้าเปียก preservative free ดียังไง? ทำไมคุณแม่หลายๆ คนถึงเลือกใช้?
เมื่อแม่ท้องกินอาหารต้องห้าม
เมนูรสหวานธรรมชาติ เมนูอาหารเด็กวัย 6-12 เดือน

Facebook Comment