กรมควบคุมโรค แนะประชาชนเตรียมป้องกันโรคไข้เลือดออก


ช่วงนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยอาจมีฝนตก ทำให้มีน้ำท่วมขังเป็นเหตุให้มีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายมากขึ้น ทางกรมควบคุมโรคจึงได้ออกมาเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เสีย
 
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “จากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าในสัปดาห์นี้ประเทศไทยอาจมีฝนตกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ซึ่งฝนที่ตกลงมา ทำให้เกิดน้ำขังในแอ่งน้ำ กาบใบไม้ เศษภาชนะหรือภาชนะที่มีกักเก็บน้ำไว้ใช้  เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะโรคไข้เลือดออก เสี่ยงต่อการแพร่กระจายโรค”

โดยข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานว่าตลอดปี 2560 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกรวม 59,130 ราย เสียชีวิต 63 ราย เป็นกลุ่มเด็กวัยเรียนและกลุ่มวัยรุ่นที่ป่วยมากที่สุด จำนวนผู้ป่วยที่พบมากที่สุดในภาคกลาง รองลงมาคือ ภาคใต้
 
ส่วนปี 2561 ตั้งแต่วันที่ 1-15 มกราคม 2561 พบผู้ป่วยโรคดังกล่าวแล้ว 279 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยร้อยละ 84 ยังคงพบในภาคกลางและภาคใต้เช่นเดียวกับ ปี 2560 กลุ่มอายุที่ป่วยมากคือ กลุ่มวัยเรียนและกลุ่มวัยรุ่น คือ อายุ 10-24 ปี

นอกจากนี้ทางกรมควบคุมโรคได้แนะนำประชาชนให้เตรียมความพร้อมใน 3 เรื่องสำคัญ คือ
1. การป้องกันการถูกยุงกัด ให้ทายากันยุง นอนในมุ้ง พร้อมกำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้าน 
2. การเฝ้าระวังอาการของโรค เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร หน้าแดง ผิวหนังเป็นจุดเลือด อาเจียน ปวดท้อง
3. พบแพทย์ทันทีเมื่อป่วยและมีไข้สูง เพราะหากล่าช้าอาจทำให้เสียชีวิตได้

พร้อมเสนอมาตรการป้องกันไข้เลือดออก  “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ
1. เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 
2. เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน โดยทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
3. เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่ เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
 
ทั้งนี้กรมควบคุมโรคได้เปิดสายด่วนให้ประชาชนสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและโรคอื่นๆ ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

Facebook Comment