8 ข้อคิดสะกิด Single Mom - Single Dad พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ทำให้ได้ ลูกจะมีความสุข

แม่เลี้ยงเดี่ยว, พ่อเลี้ยงเดี่ยว, single mom, single dad, ซิงเกิ้ลมัม, ซิงเกิ้ลแดด, เลี้ยงลูกคนเดียว, แม่เลี้ยงลูกคนเดียว, พ่อเลี้ยงลูกคนเดียว, พ่อแม่หย่ากัน, พ่อแม่เลิกกัน, พ่อแม่แยกทางกัน, บอกลูกยังไงว่าพ่อแม่หย่ากัน, วิธีเลี้ยงลูกคนเดียว, การเลี้ยงลูกคนเดียว, เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูก, ลูกไม่ขาดความอบอุ่น, ลูกไม่มีพ่อ, ลูกไม่มีแม่, การเลี้ยงลูก, รักลูก



ปัจจุบันเรื่องพ่อแม่แยกทางกัน พ่อแม่หย่ากัน กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว (Single Mom) หรือ พ่อเลี้ยงเดี่ยว (Single Dad) ไม่ใช่เรื่องแปลกในสังคมไทยแล้วนะคะ แต่การหย่าของพ่อแม่ย่อมมีผลกับลูกเสมอไม่ว่าจะหย่ากันด้วยดี หรือมีปัญหาก็ตาม ดังนั้นเพื่อให้ลูกไม่ได้รับผลกระทบจากการหย่าของพ่อแม่ และทำให้การเลี้ยงลูกคนเดียวเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับซิงเกิลมัมและซิงเกิลแดด นี่คือ 8 ข้อคิดที่พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวควรทำให้ได้ (ซักข้อค่ะ)

  1. อย่าให้ลูกตัดสินว่าจะอยู่กับใคร นอกเสียจากว่าลูกจะเอ่ยปากหรือมีท่าทีต้องการเอง ให้พิจารณาดูว่าแบบไหนอย่างไรถึงจะดีกับลูกมากที่สุด เช่นถ้าต้องออกจากบ้านไปอยู่กับแม่ตามลำพัง ซึ่งแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านด้วยแล้วละก็ ลูกจะลำบากมากหรืออาจเป็นอันตรายได้ ก็ควรให้ลูกอยู่กับพ่อ เป็นต้น หรือลูกอยากอยู่กับแม่ แต่แม่ไม่พร้อมทั้งด้านที่อยู่อาศัยและไม่มีเวลาดูแล ลองมองหาผู้ช่วย เช่น ตายาย
     
  2. อย่าว่าร้ายอีกฝ่ายให้ลูกฟัง เช่น "พ่อเธอน่ะไม่เคยนึกถึงใคร นอกจากตัวเอง" "แม่เขาไม่ได้เรื่อง ทำตัวเป็นเด็กๆ" เรื่องนี้คงต้องกำชับคนรอบข้าง เช่น พี่ป้าน้าอา ย่ายาย เป็นต้น ให้ปฏิบัติตามด้วย พูดคุยให้ลูกฟังถึงเหตุผลที่พ่อแม่ต้องเลิกรากัน เช่น "พ่อกับแม่นิสัยไปกันไม่ได้ ถ้าอยู่ด้วยกันรังแต่จะมีเรื่องทะเลาะกันทุกกัน"
     
  3. อย่าชดเชยด้วยเงินหรือตามใจ โดยเฉพาะกับลูกวัยนี้ อย่าละเลยการกำกับดูแลเรื่องวินัยในชีวิตประจำวัน เช่น กลับบ้านตรงเวลา การบ้าน งานบ้าน หรือตามใจให้ข้าวของที่ลูกอยากได้ สิ่งที่พ่อแม่ควรชดเชยให้ลูก น่าจะเป็นเรื่องเวลาเอาใจใส่ดูแล พูดคุย ถามสารทุกข์สุขดิบมากกว่า
     
  4. พ่อแม่ต้องเข้มแข็ง ให้ลูกเชื่อมั่นว่าแม้ว่าเขาต้องอยู่ตามลำพังกับพ่อหรือแม่ แต่พ่อหรือแม่นั้นก็ยังสามารถให้ความอบอุ่น มั่นคง เป็นที่พึ่งให้ลูกได้ทั้งทางกายและใจได้ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ Single Mom & Single Dad (พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว) ควรต้องยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง มีรายได้เป็นของตัวเอง สามารถควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้ รู้จักผ่อนคลาความเครียด ไม่ไประบายความเครียดกับลูก ไม่จมจ่ออยู่กับอารมณ์เศร้าหมองนานๆ ลองมองหาความช่วยเหลือจากญาติมิตร อาทิ ปู่ย่า ตายาย เพื่อนสนิท เพื่อเป็นเพื่อนคู่คิด ให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน หรืออย่างน้อยที่สุด เป็นที่ระบายความทุกข์ เพื่อจะได้มีเรี่ยวแรง
     
  5. สอนลูกให้ช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น ร่วมรับผิดชอบงานบ้าน โดยเฉพาะที่ Single Mom & Single Dad (พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ) ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ถ้าลูกๆ ช่วยเหลือตัวเองได้มาก จะทำให้เขาปรับตัวกับชีวิตใหม่ได้ไม่ยาก และเขาจะภูมิใจที่ได้ช่วยพ่อแม่ด้วย
     
  6. ให้ลูกมีสังคมและกิจกรรมนอกบ้าน ความสนุกสนาน ความแปลกใหม่จากการพบปะผู้คน เพื่อนวัยเดียวกัน กิจกรรมที่ชอบ จะทำให้ลูกไม่มีเวลาหมกมุ่นอยู่กับอารมณ์เศร้าหมองมากนัก
     
  7. สนับสนุนให้ลูกมีเพื่อนสนิท รู้ใจ ปกติเมื่อพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งดุว่าลูก ก็ยังมีอีกคนคอยปลอบ แต่เมื่อพ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว ลูกอาจไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร สนับบสนุนให้ลูกมีเพื่อสนิทรู้ใจ เมื่อลูกมีความลับคับอก หรือโกรธพ่อหรือแม่ จะได้ระบายออกกับเพื่อนได้ เพราะฉะนั้นลองถามไถ่เรื่องพื่อนของลูก ให้ลูกชวนเพื่อนมาบ้าน หรือแนะให้คบกับคนนั้นคนนี้ดูบ้าง
     
  8. ให้ลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อหรือแม่อยู่ ในเด็กโต พ่อไม่สามารถแทนแม่ได้ และแม่ไม่สามารถแทนพ่อได้ เพราะบทบาทในการเป็นพ่อแม่จะแยกกันอย่างชัดเจน ไม่เป็นบทบาทรวมๆ เหมือนเมื่อลูกยังเล็กๆ

 

บทความแนะนำ

รับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดเดือนละ 400 บาท เปิดลงทะเบียน 15 กันยาฯ นี้
น้องคาร์เมน เด็กน้อยอุ้มบุญ ได้กลับบ้านแล้ว
7 จุดอันตรายในบ้าน
6 วิธี หลีกเลี่ยงสาร BPA ในพลาสติก

Facebook Comment