แม่ช็อก!! ลูกเป็นมือเท้าปาก 3 ครั้งใน 3 เดือน


 

 
ปกติโรคมือเท้าปากนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำได้อีก ระยะเวลาก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของร่างกาย แต่ใครจะคาดคิดว่าการป่วยซ้ำของลูกจะเกิดในระยะเวลาไม่ถึงเดือน และภายใน 3 เดือน ลูกของคุณแม่ท่านนี้ก็ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากถึง 3 ครั้งด้วยกัน
 
คุณแม่มิกะเล่าเรื่องอาการป่วยให้ Rakluke.com ฟังว่าหลังกลับจากญี่ปุ่น คุณแม่ได้พาน้องเรอินะ ลูกสาววัย 2 ขวบ 4 เดือนไปสมัครเข้าเนอสเซอรี่แห่งหนึ่ง ช่วงแรกๆ น้องเรอินะมีป่วยบ้างหยุดเรียนบ้างตามปกติ เพราะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากญี่ปุ่นเป็นเมืองไทยก็เข้าใจ
 
เข้าเดือนที่ 2 น้องเรอินะป่วยเป็นไข้หวัดอีกครั้ง คราวนี้คุณมิกะตั้งข้อสังเกตว่าน้องอาจติดจากเพื่อนที่โรงเรียน เพราะบ่อยครั้งที่ไปรับ-ส่งน้องเรอินะแล้วจะเห็นเด็กคนอื่นๆ ที่ไม่สบายแต่ก็ยังมาโรงเรียน ในความรู้สึกตนเองแล้ว ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กที่กำลังป่วยมาโรงเรียนเลย เพราะนอกจากจะไม่ได้พักรักษาตัวแล้ว ยังเป็นการแพร่เชื้อโรคให้กับเด็กคนอื่นอีกด้วย
 
กระทั่งเดือนเมษายน น้องเรอินะก็ป่วยเป็นไข้หวัดอีก ซึ่งทุกครั้งที่ลูกไม่สบาย คุณมิกะจะพาไปหาหมอตลอด แต่คราวนี้พบว่าลูกสาวไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาแล้วค่ะ แต่น้องเรอินะป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก  
 
โชคดีว่านี่คือครั้งแรก อาการของน้องเรอินะเลยไม่หนักมาก พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 4-5 วัน จากนั้นมาพักฟื้นต่อที่บ้านอีก 1 อาทิตย์ และระหว่างที่น้องเรอินะป่วย คุณมิกะก็ได้แจ้งให้โรงเรียนทราบว่าลูกสาวป่วยเป็นมือเท้าปาก ด้านโรงเรียนก็เพียงแต่รับเรื่องไว้ ไม่ได้มีการปิดโรงเรียนหรือดำเนินมาตรการใดๆ คุณมิกะเองก็ลังเลใจว่าจะให้น้องเรอินะกลับไปเรียนที่เดิมดีมั้ย เพราะเธอเองก็ไม่มั่นใจว่าจะมีเชื้อหลงเหลืออยู่หรือเปล่า เพราะเท่าที่ทราบเจ้าเชื้อมือเท้าปากนี่อยู่ในอุจจาระนาน 6-8 สัปดาห์ทีเดียว
 
แล้วคุณมิกะก็ตัดสินใจให้น้องเรอินะกลับไปเรียนอีกครั้ง เนื่องจากเข้าใจว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการดูแลของผู้ปกครองด้วย เด็กป่วยไม่ใช่ความผิดของโรงเรียนเสียทีเดียว แต่ก็ไม่วายแอบคิดว่าถ้าน้องเรอินะกลับมาป่วยด้วยโรคนี้อีกครั้งคุณมิกะคงต้องโวยวายบ้างแล้วละ
 
แล้วก็เป็นดังคาด วันที่ 6 พฤษภาคม น้องเรอินะกลับมาป่วยเป็นมือเท้าปากอีกครั้ง แถมครั้งนี้คุณแม่แอบเห็นภาพจากเฟซบุ๊กโรงเรียนที่มีการแชร์กิจกรรมค้นหาลูกบอลสีในตะกร้าที่คุณครูนำมาเทรวมๆ ให้เด็กเล่นกัน คุณมิกะบอกความรู้สึกว่าเสียวๆ กลัวจะเป็นอะไร แต่เธอก็กึ่งๆ ปลอบใจตัวเองว่าลูกเราหายดีแล้ว
 
แม้ตอนแรกตั้งใจจะโวยโรงเรียนแต่เธอก็ทำไม่ลง ยังอยากให้โอกาสอีกครั้ง โดยขอร้องให้ทางโรงเรียนทำความสะอาดสถานที่ให้มากขึ้น หากไม่สามารถปิดโรงเรียนได้ก็แนะนำให้ทำความสะอาดโรงเรียนในวันหยุดแทน เพราะไม่มั่นใจว่าถ้าเด็กๆ ไปเล่นมุมใดมุมหนึ่งแล้วจะเจอเชื้อโรคอีก แต่โรงเรียนก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่ได้จัดการอะไรอีกเช่นกัน
 
ล่าสุดน้องเรอินะออกจากโรงพยาบาลไม่ถึง 3 อาทิตย์ กลับไปเรียนอีกครั้ง วันอังคาร (30 พฤษภาคม) น้องบอกคุณแม่ว่าเจ็บปาก เจ็บฟัน ส่วนตัวคุณมิกะไม่คิดว่าจะเป็นโรคมือเท้าปากอีก เนื่องจากน้องเรอินะเพิ่งออกจากโรงพยาบาล แม้ตอนแปรงฟัน ลูกสาวจะบ่นว่าเจ็บ คุณมิกะก็ยังคิดว่าเป็นเพราะแปรงฟันแรงเกินไป กระทั่งวันศุกร์ไปทานอาหารด้วยกัน น้องบอกเจ็บฟันก็ยังไม่เอะใจ และวันเสาร์ถึงได้สังเกตเห็นตุ่มขึ้นที่ขา ที่ผิดปกติกว่านั้นคือ ตุ่มขึ้นพร้อมกัน 3 เม็ด คุณมิกะเลยพลิกฝ่าเท้าดู เท่านั้นละ หัวใจตกอยู่ที่ตาตุ่มเลย  
 
เพราะรอบนี้น้องเป็นหนักกว่าครั้งที่แล้วมาก ยิ่งเด็กที่เคยเป็นมาก่อนแล้วจะออกอาการไวกว่าปกติ เพราะมีเชื้อในตัวอยู่ก่อนแล้ว แถมเชื้อไวรัสยังมีโอกาสกลายพันธุ์ และอาการจะรุนแรงมากขึ้นด้วย
 

 

ซึ่งอาการของน้องเรอินะรอบนี้นั้น มีตุ่มแดงออกหนักทั้งตัว ตั้งแต่เท้า ฝ่ามือ ใต้รักแร้ ง่ามขา ข้อพับขา หนำซ้ำ จากที่เป็นเด็กกินยากอยู่แล้ว เมื่อมีแผลในช่องปากยิ่งทำให้น้องกินยา กินอาหารยากเข้าไปอีก คุณมิกะถึงขั้นต้องจับล็อกตัวกันเลยทีเดียว บางครั้งก็กรีดร้อง เพราะน้องเจ็บปาก เจ็บคอมาก เป็นแผลเหวอะทั้งปาก จากเคยเป็นเด็กร่าเริงสดใส ขี้เล่น ตอนนี้ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด

 

คุณมิกะยังเล่าอีกว่าคืนวันเสาร์ได้ส่งข้อความบอกคุณแม่อีกคนที่มีลูกเรียนอยู่ห้องเดียวกับน้องเรอินะถึงอาการป่วย ปรากฏว่าลูกของคุณแม่ท่านนั้นก็มีอาการ น้ำมูก น้ำลายไหล มีแผลในปากเช่นกัน เช้าวันอาทิตย์จึงพาไปหาหมอและก็พบว่าลูกตัวเองก็ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากอีกคน
 
สุดท้ายคุณมิกะจึงโทรสอบถามว่าทางโรงเรียนว่ามีเด็กเป็นโรค มือ เท้า ปาก หรือไม่ ทางโรงเรียนตอบมาว่ายังไม่มีผู้ปกครองแจ้งเข้ามา “แล้วลูกเราติดมาจากไหน” คุณมิกะตั้งข้อสังเกต สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ให้น้องเรอินะกลับไปเรียนที่โรงเรียนนี้อีกแล้ว แม้ทางโรงเรียนจะมีจดหมายแจ้งมาเมื่อหลายวันก่อนให้ผู้ปกครองระมัดระวังโรคมือเท้าปาก แต่หากโรงเรียนไม่หามาตรการป้องกัน และแก้ปัญหาที่ตรงจุดมากกว่านี้ ผู้ปกครองก็คงวางใจไม่ได้ ทางที่ดีโรงเรียนควรให้ความร่วมมือกับพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย
 
ล่าสุดคุณมิกะได้อัพเดทอาการของน้องเรอินะในเฟซบุ๊กส่วนตัว
 
“4 วันแล้ว อาการดีขึ้นแค่ไม่มีไข้ แต่ดูแผลในปากเหมือนจะดีขึ้น แต่ยังกลับบ้านไม่ได้ เพราะยังต่อต้านไม่กิน ไม่กลืนอะไรเลย ตุมขึ้นเต็มตัว สงสารมาก ไม่อยากให้เป็นแบบนี้อีก โรคนี้รักษาตามอาการ จากที่เป็นเด็กว่าง่าย กินยาเหมือนขนม ตอนนี้ไม่เอาไรเลย กว่าจะปล้ำให้กินยาได้เหนื่อยไปหมด หายไวๆนะลูก แม่อยากเจ็บแทนหนูจริงๆ”
 

Rakluke ขอเอาใจช่วยให้น้องหายไวๆ และขออย่าได้กลับมาเป็นโรคนี้อีกเลยค่ะ

บทความแนะนำ

5 วิธีสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน
Experts Say : เรื่องผิวหนู แม่อยากรู้ กูรูหมออยากตอบ
เบรนสคูลครบรอบ 12 ปี จัดสัมนาสร้างสรรค์คืนกำไรให้ลูกค้า
เที่ยวนานเนิบๆ ชมผลิตภัณฑ์ชุมชน “น่านเน้อเจ้า”

Facebook Comment