แม่ติ่ง สุภาวดี หาญเมธี คุณค่าของแม่ที่ไม่มีใครแทนที่ได้

แม่ติ่ง หรือ คุณสุภาวดี หาญเมธี อาจเป็นที่รู้จักกันในบทบาทประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทรักลูกกรุ๊ป ผู้หญิงที่ทำงานกับกลุ่มแม่ ครอบครัวและเด็กมากว่า 30 ปี แต่อีกหนึ่งบทที่แม่ติ่ง สุภาวดี หาญเมธี กล่าวไว้ในฐานะแม่ คือ "คุณค่าความเป็นแม่" ที่ไม่มีใครสามารถทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่นี้แทนได้

สุภาวดี หาญเมธี, แม่ติ่ง, รักลูก, รักลูกกรุ๊ป, แม่, ความเป็นแม่, หน้าที่แม่, บทบาทของแม่, แม่คือผู้สร้างโลก, วันแม่, สัมภาษณ์, ผู้บริหาร

Momypedia :
ในฐานะที่คุณสุภาวดีทำงานเกี่ยวกับครอบครัวมาโดยตลอด โดยส่วนตัวคิดว่าครอบครัวในอดีตและปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยเแค่ไหน
คุณสุภาวดี : พี่คิดว่าธรรมชาติของความเป็นครอบครัวโดยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน ไม่ว่ายุคไหนๆ พ่อแม่ก็ยังรักลูก ปู่ย่าตายายก็ยังห่วงหลาน เด็กๆ ก็ยังต้องการอ้อมกอดอุ่นๆ ปู่ย่าตายายก็ยังอยากให้ลูกหลานดูแล นั่นคือยังมีความรักความผูกพันกันตามธรรมชาติอยู่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมาก คือ มีปัจจัยหลายด้านเข้ามากระทบ ทำให้ธรรมชาตินี้ถูกกระแทกกระเทือนไป ซึ่งมองเห็นได้ 4 ประการหลัก หนึ่ง คือการให้คุณค่าต่อครอบครัวเจือจางลงไป สังเกตว่าคนจำนวนมากขึ้นให้คุณค่าต่อการงาน การเงิน ความสำเร็จทางสังคม มากกว่าให้เวลา มาเอาใจใส่ลูกเต้าหรือคนในครอบครัว

สอง คือ ความเข้าใจต่อกันและกันน้อยลง คงเพราะเวลาของแต่ละคนน้อยลง เวลาน้อย ความใกล้ชิดเอาใจใส่รู้ใจก็จะน้อยลงไปด้วย ถ้ามีปัญหาก็จะแก้ยากขึ้นเพราะไม่ค่อยเข้าใจกัน

สาม คือ อาจจะดูเหมือนมีการสื่อสารมากขึ้นเพราะมีเครื่องมือสารพัดชนิด แต่การสื่อสารด้วยสัมผัสแบบ human touch ได้เห็นหน้า ได้สบตา ได้กอดอุ่น น้อยลง เห็นแต่สติ๊กเกอร์มาทางไลน์แทน

สี่ คือ ครอบครัวมีบทบาทในการพัฒนา และสร้างการเรียนรู้ให้ลูกๆ น้อยลงพ่อแม่ไม่ค่อยเชื่อมือตนเอง เอาลูกไปไว้ในมือของคนอื่นมากเกินไป


Momypedia : หลายๆ คนรู้จักคุณสุภาวดีในฐานะผู้บริหารที่ต้องปกครองผู้ร่วมงานจำนวนมาก มีหลักการบริหารหรือการดูแลผู้ร่วมงานใดบ้างไหมที่คล้ายหรือสามารถประยุกต์ใช้ได้กับครอบครัวและการเลี้ยงดูลูก
คุณสุภาวดี : ความจริงก็เป็นหลักเดียวกันค่ะ พี่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต้องพัฒนาให้พึ่งตนเองได้ มีศักยภาพที่จะทำสิ่งต่างๆ ทั้งคนที่บ้าน ลูก ทีมงาน แม้กระทั่งตัวเราก็ต้องเป็นแบบนี้ เราจึงมีหน้าที่ให้กำลังใจเขา เสริมสร้างการเรียนรู้ให้เขา เฝ้าดูการเติบโตของเขาไปพร้อมๆ กับการให้โอกาสเขาได้ทดลองทำ ทำได้เราก็ชื่นชม ทำไม่ได้ก็แก้ไขติชม เรียนรู้กันใหม่ เพื่อเขาจะแข็งแรงจนพึ่งตนเองได้

อีกข้อหนึ่งคือ มนุษย์ทุกคนต้องช่วยเหลือแบ่งปันกัน เราต้องเอื้อให้ทั้งลูกทั้งทีมงานแสดงสปิริตแบบนี้ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่เอาเปรียบกัน มองกันทางบวก แบบนี้ความรักความสามัคคีก็จะเกิดขึ้น ไม่ว่าในบ้าน หรือที่ทำงานค่ะ

สุภาวดี หาญเมธี, แม่ติ่ง, รักลูก, รักลูกกรุ๊ป, แม่, ความเป็นแม่, หน้าที่แม่, บทบาทของแม่, แม่คือผู้สร้างโลก, วันแม่, สัมภาษณ์, ผู้บริหาร, ครอบครัว


Momypedia :
ในปัจจุบันแม่สามารถทำได้หลายหน้าที่หลายบทบาท บวกกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป คุณสุภาวดีคิดว่าสำหรับการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบัน แม่ควรจะให้ความสำคัญกับสิ่งไหนมากที่สุด
คุณสุภาวดี : "คุณค่าความเป็นแม่" สำคัญที่สุดค่ะ เพราะหน้าที่แม่ไม่มีใครสามารถทำแทนได้ แรกสุดคือแม่ควรดูแลใกล้ชิดลูกให้มากจนลูกเกิดความไว้วางใจ ถ้าเขา trust แม่ เขาก็จะ trust โลก

พระพุทธเจ้าสอนว่า แม่(รวมทั้งพ่อด้วย)มีหน้าที่ "แสดงโลกแก่ลูก" นั่นคือ สอนให้ลูกรู้ว่า "โลก" นี้เป็นอย่างไร ซึ่งไม่ได้หมายถึงความรู้ทั้งหลายที่สอนกันในสถานศึกษานะคะ แต่หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว รู้จักสังคม รู้จักธรรมชาติ รู้จักการอยู่กับคนอื่น และที่สุดก็ต้องรู้จัก "โลกในตนเอง" ด้วย


Momypedia : การเลี้ยงลูกในปัจจุบันมีความยากหรือง่ายต่างจากสมัยก่อนหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่มีเทคโนโลยีและสิ่งเร้ามากมาย
คุณสุภาวดี : มีทั้งยากและง่ายค่ะ ในยากมีง่าย ในง่ายก็มียาก เช่น การมีวัตถุ มีเทคโนโลยีเพื่อช่วยเลี้ยงลูกมากๆ ก็อาจทำให้ลูกสะดวกสบาย แบบนี้ก็ง่ายขึ้นในมิติความสะดวก แต่อาจจะยากในมิติการพัฒนาเด็ก เพราะเด็กติดความสะดวกไปเสียแล้ว เขาจึงเสียโอกาสที่จะเรียนรู้ว่าความจริงของโลกนี้ไม่มีอะไรง่าย ชีวิตต้องฝ่าฟัน เขาจะขาดโอกาสเรียนรู้ความอดทนอดกลั้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21


Momypedia : โดยประสบการณ์ส่วนตัว คุณสุภาวดีคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดและยากที่สุดในการเลี้ยงลูกคืออะไร
คุณสุภาวดี : เด็กไม่ใช่ผ้าขาวที่ป้ายสีอะไรลงไปก็จะเป็นแบบนั้น แต่เพราะเขามีชีวิต มีศักยภาพในตัว มีตัวตน มีความเป็น unique พัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นพลวัตตลอดเวลา ดังนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีแบบพิมพ์มาตรฐาน ไม่มีความคาดหวังที่สมบูรณ์แบบ พ่อแม่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อที่จะเลี้ยงลูกได้ดีตามธรรมชาติพื้นฐานของเขา และส่งเสริมให้เขาไปได้ดีตามศักยภาพของเขา ไม่ใช่ตามความคาดหวังของเรา ตรงนี้ยากที่สุดค่ะ

สุภาวดี หาญเมธี, แม่ติ่ง, รักลูก, รักลูกกรุ๊ป, แม่, ความเป็นแม่, หน้าที่แม่, บทบาทของแม่, แม่คือผู้สร้างโลก, วันแม่, สัมภาษณ์, ผู้บริหาร, ครอบครัว


Momypedia :
ทราบว่าคุณสุภาวดีมีลูกชาย 2 คน คุณสุภาวดีมีแนวคิดในการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้าง
คุณสุภาวดี : ครอบครัวเรามีฐานะกลางๆ ตั้งแต่เล็กจึงเลี้ยงลูกแบบง่ายๆ ราคาถูกๆ ให้เป็นเด็กติดดินธรรมดาๆ แต่เน้นเรื่องโอกาสเรียนรู้ ซื้อหนังสือเยอะมาก ยอมซื้อของเล่นแพงๆ อย่างเลโก้ ชุดทดลองวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ชอบพาลูกเดินทางท่องเที่ยว ส่งลูกไปค่าย ไปผจญภัย ยอมเสียตังค์พาลูกไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่ยอมซื้อเสื้อผ้าหน้าแพรหรูๆ ให้ แล้วเราก็เป็นบ้านที่คุยกันมาก คุยกับลูกทุกเรื่อง โต้แย้งกันบ่อย แต่ที่เข้มงวดคือ ลูกต้องมีสัมพันธภาพที่เอื้อเฟื้อ และเคารพคนอื่น หัวสูงไม่ได้

ลูกชายสองคน คนโต "นายปัน" อายุ 29 ปี เรียนจบและทำงานแล้ว แต่งงานแล้ว เขาได้ JURIS DOCTOR เป็นปริญญาเอกทางกฎหมายจากสหรัฐอเมริกา และเป็นเนติบัณฑิตของรัฐนิวยอร์ค ตอนนี้ทำงานที่บริษัทที่ปรึกษากฎหมายระหว่างประเทศอยู่ในกรุงเทพฯ ค่ะ ส่วนคนเล็ก "นายแปง" อายุ 25 ปี เรียนจบปริญญาวิศวเคมี จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล กำลังทำงานเป็นนักวิเคราะห์ด้านธุรกิจพลังงานอยู่ที่ฮูสตัน รัฐเท็กซัส


Momypedia : หลายคนเข้าใจว่าแม่มักจะเข้ากับลูกชายได้ยาก อาจจะเพราะแม่ไม่กล้าถาม หรือลูกชายก็ไม่กล้าเข้าหา ในเรื่องนี้คุณสุภาวดีมีวิธีเข้าหาและเข้าถึงลูกชายอย่างไร
คุณสุภาวดี : แม่เข้าถึงลูกชายได้ยากคงไม่จริงเสมอไปค่ะ บางคนยาก บางคนง่าย ที่สำคัญขึ้นอยู่กับสัมพันธภาพที่มีมาแต่ตลอดว่าพัฒนากันมาอย่างไร ตอนลูกเล็กๆ ไม่ว่าชายหญิงเราเลี้ยงได้ไม่ต่างกัน หลังจากนั้นราวๆ ก่อนวัยรุ่น ก็อาจจะมีบางเรื่องไปหาพ่อ เช่น ทำกิจกรรมแบบแมนๆ แต่พอปวดหัวตัวร้อน ทะเลาะกับเพื่อน อยากได้โน่นได้นี่ ฯลฯ เขาก็จะมาคุยกับแม่ พอเข้าวัยรุ่นนั่นอาจจะมีอาการตาขวางกับแม่นิดๆ ถ้าสัมพันธภาพกับแม่แต่เดิมมาไม่ดี ตอนนี้ก็อาจจะหนักหน่อย

อย่างเรื่องเพศสัมพันธ์ศึกษา พี่ก็ใช้วิธีเอาหนังสือให้เขาอ่าน โดยอ้างว่า "ช่วยตรวจปรู๊ฟให้แม่หน่อย เดี๋ยวมีค่าตรวจให้" แต่พี่ก็พูดเรื่องนี้กับลูกตรงๆ ด้วย ให้เขาระมัดระวังอย่างไร ท่าทางเขามีตะขิดตะขวงนิดๆ แต่ก็สื่อสารด้วยดี

สุภาวดี หาญเมธี, แม่ติ่ง, รักลูก, รักลูกกรุ๊ป, แม่, ความเป็นแม่, หน้าที่แม่, บทบาทของแม่, แม่คือผู้สร้างโลก, วันแม่, สัมภาษณ์, ผู้บริหาร, ครอบครัว


Momypedia :
คุณสุภาวดีเคยคิดอยากมีลูกสาวบ้างไหมคะ
คุณสุภาวดี : ตอนนั้นไม่เคยคิด ตอนนี้แก่แล้ว คิดนิดหน่อย มีลูกสาวคงน่ารัก กระหนุงกระหนิงกับแม่ ชวนแม่ทาเล็บแต่งตัวอะไรประมาณนั้น และที่สำคัญพอแก่เฒ่ามาลูกสาวคงจะอยู่ดูแลพ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัวได้ใกล้ชิดกว่า


Momypedia : อยากให้คุณสุภาวดีเล่าเรื่องที่ประทับใจหรือภูมิใจในตัวลูกชายทั้ง 2 ค่ะ
คุณสุภาวดี : ตอนเล็กๆ ทั้งสองคนซนมาก เล่นมาก เล่นจนหัวเปียกหัวแฉะทุกเย็น นายแปงนี่เจ็บหัวปุเพราะซนตลอด ตอนเด็กก็มีดื้อบ้าง โอ้เอ้บ้าง ไม่เป็นระเบียบบ้าง แม่ก็งอนลูกบ้าง ก็เป็นธรรมดา แต่รวมๆ แล้วเขาไม่เคยทำให้พ่อแม่เสียใจ เราพ่อแม่พูดกันเรื่อยว่า "ลูกเขาดีของเขาเอง" แต่ละวัยมีหน้าที่อะไร เขาก็รับผิดชอบหน้าที่ของเขาดี ตอนเล็กๆ กลับจากโรงเรียน ทั้งสองคนก็ลงมือทำการบ้านเองไม่ต้องให้พ่อแม่เตือน ทำเสร็จถึงไปดูโทรทัศน์ เล่นของเล่น เล่นเกมกันตอนทั้งสองคนยังอายุไม่ถึง 10 ขวบก็เคยส่งไปอยู่ในชนบทที่สุรินทร์กับเด็กชาวบ้านร่วม 10 วัน กลับมาตัวลายพร้อยเหมือนมาจากศูนย์อพยพ เขาก็อยู่ได้ ชอบมาก

การเรียนเขาก็ว่าของเขาไป พ่อแม่ไม่เคี่ยวเข็ญอยู่แล้ว ได้อย่างไรก็เอาอย่างนั้น แต่เขาก็เรียนดีพอไปได้ทั้งสองคน พี่ปันสอบทุนเรียนต่างประเทศได้ตั้งแต่ชั้นมัธยมปลายจนจบปริญญาตรีในอเมริกา ไม่ต้องใช้เงินทางบ้าน ทำให้พ่อแม่มีเวลาค่อยๆ เก็บเงินส่งนายแปงเรียนได้ เราก็พอใจว่า "บ้านเราเป็นทีมเวิร์กที่ดี"



Momypedia :
สิ่งที่รู้สึกห่วงหรือเป็นกังวลที่สุดในเรื่องลูกคืออะไร
คุณสุภาวดี : ตอนเล็กๆ ก็มีห่วงเรื่องอุบัติเหตุ เพราะทั้งสองคนซนได้ที่ ทุกวันนี้ก็ยังห่วงเรื่องอุบัติเหตุ เพราะโลกมันเต็มไปด้วยโอกาสของอุบัติเหตุ นอกนั้นก็ไม่ห่วงอะไรค่ะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็นตัวของตัวเอง มีจิตใจมั่นคง มองเห็นทางเดินชีวิตข้างหน้า มีวิจารณญาณและมีอัตวินิจฉัยที่พ่อแม่ต้องเคารพ วันนี้ชีวิตเป็นเรื่องของเขา เราต้องเคารพทุกการตัดสินใจของเขา



Momypedia : ลักษณะนิสัยหรือบุคลิกของลูกชาย มีอะไรบ้างที่คล้ายคุณสุภาวดี
คุณสุภาวดี : บอกยากค่ะ เรื่องคิดวิเคราะห์นี่ก็เป็นเหมือนกันทั้งบ้าน ทั้งพ่อ แม่ ลูก ที่เหมือนแม่คือนายปันชอบการเขียน การเรียบเรียง ภาษาของเขาดีมากโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ภาษากฎหมาย ส่วนนายแปงเป็นนักบริหารจัดการ

สุภาวดี หาญเมธี, แม่ติ่ง, รักลูก, รักลูกกรุ๊ป, แม่, ความเป็นแม่, หน้าที่แม่, บทบาทของแม่, แม่คือผู้สร้างโลก, วันแม่, สัมภาษณ์, ผู้บริหาร, ครอบครัว


Momypedia :
คำพูด หรือสิ่งที่คุณสุภาวดีมักจะสอนลูกอยู่เสมอๆ คืออะไร หรือมีเรื่องอะไรบ้าง
คุณสุภาวดี :

              • "คิดถึงหัวอกคนอื่นเอาใจเขามาใส่ใจเรา"
              • "คิดบวก"
              • "ทำในสิ่งที่รัก แล้วความสำเร็จจะตามมาเอง"
              • "ตั้งใจทำดีที่สุดแล้ว ผลเป็นอย่างไรก็ไม่ต้องเสียใจ ได้ก็ชื่นใจ ไม่ได้ก็เก็บไว้เป็นบทเรียน คราวหน้าแก้ไขใหม่"
              • "อะไรๆ ก็คือการเรียนรู้ทั้งนั้น ทำงานทำให้เต็มที่ ไม่ต้องกลัวใครเอาเปรียบ ใครทำมากก็ได้เรียนรู้มาก"
              • "เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องตามกระแส"

Momypedia : ตอนยังเป็นเด็ก คุณสุภาวดีมองแม่ของตัวเองแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง และในตอนที่มีลูกเองแล้ว มุมมองของความเป็นแม่เปลี่ยนไปจากเดิมบ้างหรือไม่
คุณสุภาวดี : ตอนนั้นรู้สึกว่าแม่เก่งและเหนื่อยที่ต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้ครอบครัวใหญ่ของเราอยู่รอดและมั่นคง ขณะเดียวกันแม่ก็เป็นแบบอย่างของลูกทุกคนได้ในหลายเรื่อง ที่สำคัญคือแม่เป็นคนมีความสุข มี passion ในชีวิตมาก พอมีลูกเองก็อยากเข้มแข็งได้อย่างแม่ คิดว่าแม่ทุกคนในโลกก็คงมีภาวะแบบเดียวกันนี้


Momypedia :สำหรับคุณสุภาวดี นิยามคำว่าแม่คืออะไร
คุณสุภาวดี : แม่คือคนสร้างโลก

บทความแนะนำ

คุณแม่รู้ยัง! ผ้าอ้อมเด็กช่วยเช็คสุขภาพลูกได้ด้วย
rakluke Big Family ครอบครัวนี้ฉันรักมาก
5 สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ถ้าไม่อยากให้ลูกเสียชีวิต
น้ำมันตับปลาบำรุงสมองจริงหรือ

Facebook Comment