น้องเพิร์ล วัย 9 ขวบเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวรุนแรง ถึงป่วยหนัก แต่น้องใจสู้มากๆ


มะเร็งเป็น 1 โรคที่น่ากลัว เป็น 1 โรคที่ทุกคนมีโอกาสเป็น มันทรมารมากโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ เขายังไม่รู้จักที่จะรับมือกับมัน และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามะเร็งคืออะไร แทนที่เขาจะได้วิ่งเล่นกับเพื่อนในสนามหญ้ากลับต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลแทน


และนี่เป็นเรื่องที่ถูกแชร์ผ่านโลกโซเชียลมากในขณะนี้ เป็นเรื่องของน้องเพิร์ลวัย 9 ขวบ ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช มาได้ 1 ปี แล้ว ใครอยากช่วยค่ารักษาสามารถช่วยได้ผ่านบัญชีคุณพ่อเลยนะคะ 460-2-26776-9 ธนาคารทหารไทย เจ้าของบัญชี นายณัญพล แก้วบริสุทธิ๋ (คุณพ่อลอยด์) หรือจะเป็นผ่านธนาคารกสิกร 013-8-52640-2 เจ้าของบัญชี มรรยาท แก้วบริสุทธิ์ (คุณแม่ยู้)

มารู้จักกับน้องเพิร์ล

เล่าโดย คุณพ่อลอยด์

น้องเพิร์ล ชื่อจริงคือ เด็กหญิง ณภัทร เพิร์ล แก้วบริสุทธิ์ ได้คลอดเมื่อวันที่ 09/08/2009 เป็นวันนึงที่พวกเรามีความสุขมากๆแม้วันนั้นยู้จะเสียเลือดไปมากต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่เมื่อเจอหน้ากันทุกคนมันเป็นความสุขที่ได้เจอกับใครอีกคนที่พวกเรารอคอยจะเจอ เพิร์ลเป็นเด็กน่ารัก อารมณ์ดี มีการพัฒนาการณ์ที่ดีมากๆ เราลดเวลาทำงานของตัวเองสลับกันเลี้ยงเพิร์ลฝึกจัดเวลาให้เขาเป็นระบบ และพยายามอธิบายอะไร ๆ ให้เขาฟังตั้งแต่เล็ก ๆ ตอนนั้นเราไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า พวกเราเลี้ยงเขากันเอง ความจำกัดของเวลาทำให้เพิร์ลต้องทำอะไรเป็นเวลา ซึ่งวันหนึ่งมันมีประโยชน์กับเขาจริง ๆ ในวันที่เขาเริ่มป่วย

ขอเล่าย้อนกลับไปอีกนิดครับ คือ หลังจากเพิร์ลขวบกว่า ๆ เราวางแผนจะมีน้องให้เพิร์ลอีกสักคน และจะเดินทางกลับมาอยู่เมืองไทย เนื่องจากพ่อแม่ของทั้งผมและยู้ต่างก็มีอายุมากกันแล้ว เราไม่ต้องการกลับมาเจอท่านตอนที่ท่านคุยกับเราไม่ไหวหรืออาจไม่ได้คุยกันตลอดไป (คุณพ่อของยู้เสียตอนที่เราอยู่อังกฤษ ยู้บินกลับมาไม่ทันวันที่ท่านจากไป) เราเดินทางกลับมาอยู่เมืองไทยตอนน้องพราวด์อายุครรภ์ได้3เดือน พวกเรากลับมาอยู่กับคุณแม่ของยู้1เดือน และได้เดินทางไปอยู่ที่บ้านของพ่อแม่ผมที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลาน้องพราด์คลอดเดือนเดียวกับเพิร์ลในวันที่30/08/2012 หากคิดย้อนกลับไปวันที่พราวด์คลอดเพิร์ลเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ และโครงหน้าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เราคิดเพียงว่าเพิร์ลเป็นไข้ธรรมดา หลังจากนั้นประมาณเดือนเศษ เพิร์ลเริ่มมีไข้สูง ตัวซีดเหลืองและมีต่อมน้ำเหลืองโต เราพาเพิร์ลไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในตัวอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งห่างจากบ้านที่เราอยู่ประมาณ180 กิโลเมตร คุณหมอให้ยาลดไข้และเก็บปัสสาวะไปตรวจ

โดยที่ผมได้แจ้งคุณหมอไปแล้วว่าเพิร์ลตัวซีดและมีต่อมน้ำเหลืองโต ตอนนั้นเราไม่รู้จักเลยกับคำว่าโรคเลือด เพิร์ลกลับบ้านได้สามวันมีผื่นขึ้นตามตัวและมีไข้สูง39 องศากว่าตลอดไม่ลด เราจึงเดินทางไปโรงพยาบาลอีกครั้ง วันนั้นผมยู้น้องเพิร์ลน้องพราวด์ไปด้วยกันหมดเนื่องจากไม่มีใครพอที่จะช่วยดูแลพราวด์ (คุณย่าไปช่วยดูแลพี่สาวผมที่เพิ่งคลอดหลานที่ขอนแก่น) และส่วนหนึ่งคือความคิดของผมกับยู้คือหากพวกเราสามารถทำอะไรได้เองก่อนก็จะทำ ไม่คิดอยากจะรบกวนคนอื่นแม้แต่คนในครอบครัว วันที่เราไปโรงพยาบาลครั้งนั้นโชคดีของเพิร์ลที่ได้พบกับคุณหมออีกท่านหนึ่ง คุณหมอขอตรวจ CBC และให้เพิร์ล admit ขณะที่ผมลงไปเอาของที่รถ และยู้ให้นมน้องพราวด์อยู่เพิร์ลไข้ขึ้นสูงจนชัก คุณหมอดูผลเลือดและเห็นว่ามีความผิดปกติแต่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดให้พวกเราทราบเพียงแต่บอกเราว่าต้องส่งตัวเพิร์ลไแที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.)หลังจากได้ให้ยาฆ่าเชื้อคุณหมอขอเจาะไขกระดูกไปตรวจ และแจ้งว่าเพิร์ลเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน ALL(Acute Lymphoblastic Leukemia) ตรงนี้ผมไม่ขอลงไปลึกถึงชนิดและระดับขั้นต่างๆของตัวโรคนะครับ วันนั้นอาจารย์หมอมาแจ้งด้วยตัวเองท่านบอกว่าเมื่อเป็นแล้วมีโอกาสหายขาดจากโรคได้ในเด็กประมาณ70-85%

ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้ทราบคือมันคืออะไรมันเป็นเรื่องจริงเหรอที่เพิร์ลเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว. มันคืออะไร ในคืนแรกเพียงงีบหลับและอยากตื่นขึ้นมาเพียงพบว่าสิ่งที่เราเพิ่งรู้ว่าเพิร์ลเป็นอะไรเป็นแค่เพียงความฝัน แต่มันไม่ใช่มันคือความจริงที่เราต้องทำใจยอมรับกับความจริงนั้นและสู้กับมัน โดยให้เพิร์ลเข้าสู่กระบวนการรักษาให้เร็วที่สุด เพิร์ล ผม ยู้ และพราวด์ อยู่ด้วยกันในห้องคนไข้ห้องนั้น โดยไม่ได้คิดหารือเตรียมตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพิร์ลมาก่อน ผมแจ้งคุณย่าของเพิร์ลขณะนั้นท่านอยู่ขอนแก่นรบกวนให้เดินทางกลับมาช่วยดูแลพราวด์ เพราะเวลาให้คีโมพราวด์ไม่สามารถอยู่ด้วยได้ ตอนนั้นทุกอย่างดูสับสนไปหมด เพราะมันไม่เพียงแค่เรื่องเพิร์ลอย่างเดียว พราวด์ซึ่งอายุประมาณเดือนครึ่งเราก็เป็นห่วงมากเช่นกัน

สิ่งที่คิดไว้ว่าจะกลับมาทำโน่นทำนี่ล้มไปโดยไม่รู้ตัว เราเริ่มหาอ่านเรื่องโรคที่เพิร์ลเป็น และตัดสินใจเลือกรักษาในห้องพิเศษ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของเพิร์ลเนื่องจากขณะให้ยาคีโม ภูมิคุ้มกันต่างๆในร่างกายจะต่ำมาก ซึ่งการติดเชื้อจะนำไปสู่การเสียชีวิตมากกว่าตัวโรคเองในขณะทำการรักษา เราคิดเพียงว่าลดความเสี่ยงแม้เพียง1-2%ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาส แต่นั้นก็ต้องแลกมากับการไม่ขอใช้สิทธิการรักษาใดๆจากภาครัฐ และต้องจ่ายค่ารักษา ค่าห้อง ค่ายาต่างๆเอง รวมถึงค่ายาฆ่าเชื้อต่างๆซึ่งแพงมากๆสำหรับเรา ทางคุณหมอที่สงขลานครินทร์แจ้งว่าระยะเวลาการรักษาด้วยเคมีบำบัดใช้เวลา2ปีครึ่งในเด็กผู้หญิง เพิร์ลผ่านการให้ยาระยะแรก และพบการติดเชื้อราที่ปอด ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อรา ซึ่งราคาสูงและเม็ดใหญ่ ตอนนั้นยาทุกอย่างที่เป็นยาเม็ดคุณพยาบาลจะนำมาละลายกับน้ำแดง

จนเพิร์ลในวัยเกือบสามขวบบอกว่าเพิร์ลขอกินเป็นเม็ดเลยได้ไหม และบอกว่าเหม็นกลิ่นนำ้แดงมาจนวันนี้ หลังจากเพิร์ลรับยาเคมีบำบัดระยะแรก เพิร์ลได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ระยะนึง แต่เพิร์ลไม่สามารถกลับไปบ้าน(บ้านคุณปู่,คุณย่า) ได้เนื่องจากเป็นบ้านเก่าและชื้น หนังสือเก่าเยอะ สัตว์เลี้ยง แมว หมา ความชื้นจากพื้นที่ภาคใต้เองและต้นไม้ที่เยอะ ผมและยู้กลัวเพิร์ลจะติดเชื้อราอีกครั้ง จึงไปขออาศัยบ้านเพื่อนที่ใกล้ๆอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านใหม่และของใช้ในบ้านยังมีจำนวนน้อยชิ้น(ลดความเสี่ยงเรื่องเฟอร์นิเจอร์ขึ้นรา) รวมถึงไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่เพิร์ลทำการรักษาคือประมาณ30กิโลเมตร เราได้พบว่าในความโชคร้ายเรายังโชคดีที่เพิร์ลพยายามเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง ระมัดระวังตัว พยายามทำตามขั้นตอนการรักษาการทานยา ถึงแม้ว่ามีงอแงบ้างตามวัยของเขาก็ยังนับว่าเราโชคดีมากอยู่ ซึ่งตรงนี้อาจจะมาจากที่กล่าวไว้ข้างต้นเรื่องการสอนเขามาตั้งแต่เล็กๆ

หลังจากเพิร์ลทำการรักษาไปประมาณปีครึ่งเหลือเพียงทานยา ไปรับยาเคมีบำบัดแบบไปกลับ จึงตัดสินใจนำเงินเก็บพร้อมกับความช่วยเหลือจากทางบ้านซื้อบ้านที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลที่เพิร์ลรักษาเพื่อความสะดวกกับตัวเพิร์ล พราวด์ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ประมาณ1เดือนหลังจากที่พราวด์ย้ายมาอยู่ด้วยกัน คุณพ่อของผมก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ชีวิตของพวกเราพลิกอีกครั้งที่ โดยไม่รวมเรื่องความรู้สึกของการสูญเสีย คุณพ่อของผมคอยช่วยเหลือครอบครัวของเราในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆอยู่เสมอจากเงินบำนาญของท่าน ซึ่งท่านก็พอทราบว่าเรามีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาเพิร์ลอยู่พอสมควร ตอนนั้นคิดว่าหากท่านได้อยู่ต่ออีกเพียงแค่เพิร์ลรับยาจนครบอีกปีนึงคงจะดีมากเพราะท่านเป็นห่วงเพิร์ลมากๆและครอบครัวทุกคนจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง หลังจากคุณปู่เสียชีวิตไปหนึ่งปีโดยประมาณเพิร์ลก็รับยาเคมีจนครบ เพิร์ลออกไปข้างนอกได้เยอะขึ้น จากเมื่อก่อนเราจะหลีกเลี่ยงการพาเพิร์ลไปที่ๆคนเยอะๆหรือหากไปก็จะไปช่วงที่คนน้อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อต่างๆ เพิร์ลไม่เคยได้กินอาหารนอกบ้านในช่วงตลอดเวลาที่ทำการรักษา ก็เริ่มได้ออกไปทานข้าวในร้านที่เรามั่นใจในความสะอาด เพิร์ลหยุดยาได้3เดือน เราพาเค้าไปข้างนอกโดยไม่สวมใส่หน้ากาก เรารับรู้ได้ว่าเขารู้สึกมีความสุขและรู้สึกเหมือนคนทั่ว ๆ ที่ไม่ต้องใส่หน้ากากป้องกันเวลาไปไหนมาไหน

พวกเราพาเพิร์ลและพราวด์ไปสมัครเรียน เพิร์ลลองชุดนักเรียนอย่างมีความสุขมากๆ แต่ก่อนที่โรงเรียนจะเปิดอีกสองอาทิตย์ วันนั้นผมจำได้ดีเพิร์ลออกมาเดินเล่นรอบบ้าน และก็เริ่มออกวิ่ง เพิร์ลวิ่งรอบบ้านๆไปประมาณ7-8รอบ เหมือนเขาพยายามออกกำลังกาย. ผมมาเข้าใจหลังจากนั้นอีกประมาณห้าวันเมื่อพบว่าเพิร์ลดูซีดมากและมีอาการต่อมนำ้เหลืองที่คอโตขึ้นอีกครั้ง ผลเลือดออกมาว่ามีการกลับมาใหม่ของโรค ซึ่งไม่เป็นผลดีกับเพิร์ลเลยที่มันกลับมาเร็วกว่าหกเดือน-หนึ่งปี. เพิร์ลๆเริ่มรู้ว่ามันมีอะไรผิดปกติในร่างกายแต่เขารู้เพียงแต่ว่าการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและร่างกายที่แข็งแรงต่อสู้กับกับเชื้อโรคได้เพิร์ลถึงเริ่มวิ่งๆๆจนหน้าที่ซีดนิดๆในวันนั้นแดงขึ้นมา


ขอบคุณข้อมูลจาก Kid-Dee

Facebook Comment