เริ่มแล้ว! โรงพยาบาลในสกอตแลนด์ตรวจหาร่องรอยแอลกอฮอล์ในทารกแรกเกิด

โรงพยาบาลแม่และเด็ก Princess Royal Maternity ในเมืองกลาสโกว์ ของสกอตแลนด์เริ่มมาตรการตรวจหาร่องรอยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทารกแรกเกิด หลังงานวิจัยบ่งชี้ว่าสตรีมีครรภ์จำนวนไม่น้อยดื่มเครื่องดื่มมึนเมาเป็นประจำ ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อทารกในระยะยาว

 
การตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการตรวจหาร่องรอยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใน “ขี้เทา” ซึ่งเป็นอุจจาระที่ค้างอยู่ในลำไส้ของทารกแรกเกิด จำนวน 750 คน ที่โรงพยาบาล Princess Royal Maternity ขณะเดียวกันก็ให้แม่เด็กกรอกข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการใช้ชีวิตด้วย

หลังจากการศึกษานำร่องให้ผลเบื้องต้นพบว่า

•  ผู้หญิงราว 40% ดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์
•  15% ดื่มไวน์แก้วเล็กมากกว่า 1-2 แก้วต่อสัปดาห์

ผลกระทบที่ทารกจะได้รับ     
               

•  ทำให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการเกิดโรคในกลุ่ม "ฟีทัล แอลกอฮอล์ สเปกตรัม ดิสออร์เดอร์" (เอฟเอเอสดี) ซึ่งเป็นกลุ่มภาวะปัญหาทั้งในทางสภาพร่างกายและสติปัญญา
•  ทารกจะกลายเป็นเด็กที่พัฒนาช้า, มีปัญหาในการเรียนรู้ หรือมีปัญหาเชิงพฤติกรรม
•  ทำให้ทารกมีปัญหาด้านความจำ การตัดสินใจและทักษะเชิงภาษา

ทีมนักวิจัยหวังว่า การตรวจวัดแอลกอฮอล์ในทารกแรกเกิดครั้งนี้ จะนำไปสู่การลดผลกระทบจากความผิดปกติของทารก ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่มารดาดื่มแอลกอฮอล์ในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลสกอตแลนด์ ได้พยายามรณรงค์เรื่องนี้และเตือนว่า ยิ่งมารดาดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ทารกจะได้รับผลกระทบในระยะยาว เช่น เกิดความพิการทางสติปัญญาและการเรียนรู้ เป็นต้น

คำแนะนำ

•  ใครที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดทันที
•  สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์โดยไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าก็ต้องยุติการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกรูปแบบในทันทีที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์






 
 
ที่มา : facebook.com/BBCThai

 

Facebook Comment