พาลูกไปเที่ยวได้ กับ 7 โครงการในพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระอัจฉริยภาพมากมาย จึงก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่นอกจากจะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้ศึกษาดูงาน ได้เรียนรู้ถึงพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่ได้ทรงสร้างไว้แล้ว สถานที่บางแห่งยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม สามารถพาลูกๆ ไปพักผ่อนชมวิวสวยๆ แถมได้เรียนรู้โครงการพระราชดำริอีกด้วย
 
1. โครงการชั่งหัวมัน  เพชรบุรี
โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ  ตั้งอยู่ใน อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี  พระองค์มีพระราชดำริให้จัดหาที่ดิน เพื่อทำโครงการด้านเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรี ที่มีพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ทรงพระราชทานพันธุ์มันเทศ ซึ่งงอกออกมาจากหัวมันที่ตั้งโชว์ไว้บนตาชั่งในห้องทรงงานให้นำมาปลูกไว้ที่ที่ดินแปลงนี้ พระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ”  ส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้ให้ชาวบ้านเข้ามาศึกษาดูงาน นับเป็นโครงการส่วนพระองค์ที่แท้จริงรวมถึงเป็นพื้นที่ให้ศึกษาดูงานสำหรับ ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษา มาได้เป็นครอบครัว หรือหมู่คณะ  โดยได้มีรถรงพานำชมทั่วไร่พร้อมวิทยากรบรรยายตามแต่ละจุด

 2. โครงการปิดทองหลังพระ  น่าน
โครงการปิดทองหลังพระ ตั้งอยู่ใน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ โดยนำวิธีการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่ ภูเขา แทนข้าวไร่   เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โครงการที่นี้ไม่ใช่แค่ขุดนาขั้นบันไดอย่างเดียว ยังรวมไปถึง การสร้างบ่อกักเก็บน้ำ ฝาย การปลูกถั่วเหลือง รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ด้วย จากภูเขาหัวโล้นกลายเป็นความเขียวขจีสวยงามของนาข้าวที่ มีลายเส้นโค้งงดงาม ตามไหล่เขาเป็นนาข้าวขั้นบันไดบนภูเขา ที่ใหญ่อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน

3. โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า   พิษณุโลก
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานภูหินร่องกล้า อยู่ก่อนถึงโรงเรียนทหารการเมืองและบ้านร่องกล้า ภูมิทัศน์ของโครงการอยู่ท่ามกลางภูเขาที่เขียวขจีและมีอาการที่เย็นสบายตลอดทั้งปี จัดตั้งขึ้นมาเพื่อปลูกฟื้นฟูสภาพป่า เพาะชำกล้าไม้  การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต  ปลูกปรับปรุงระบบนิเวศต้นน้ำ สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในด้านการท่องเที่ยว และสภาพแวดล้อม  ไฮไลท์ของการมาเที่ยวคือ การได้ยืนชมวิวตามผาต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายกัน ทั้ง 5 ผา ได้แก่ ผาบอกรัก ผาสลัดรัด ผารักยืนยง ผาคู่รัก และผาไททานิค รวมถึงยังได้ชมทุ่งดอกกระดาษที่บานอยู่ริมผาอย่างงดงาม

4. โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)  แม่ฮ่องสอน
บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่ามีกองกำลัง ต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอ จึงมีพระราชดำริ ให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป  ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายรอบทะเลสาบ  มีทัศนียภาพที่สวยงาม และอากาศอันหนาวเย็น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอันดับต้นๆ ของ แม่ฮ่องสอน

5. สถานีเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)  เชียงใหม่
ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525 ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสให้กองพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการใช้ท้องทุ่งแห่งนี้ เป็นสถานที่ทดลองและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี แก่เกษตรกรบนที่สูงและเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น นักท่องเที่ยวที่มาเยือนศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) จะได้สนุกไปกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เต็มไป ชมความสวยงามแห่ง แปลงไม้ ผลเมืองหนาวที่จะพากันออกดอกบานสะพรั่งดูสดใส  ในช่วงเดือนมกราคมสัมผัสความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอย ที่พากันออกดอกสีชมพูสะพรั่ง ขับให้ดอยขุนวางกลายเป็นสีชมพูไปทั้งดอย

6. สถานีทดลองเกษตรที่สูง  (แม่จอนหลวง)  เชียงใหม่
ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศในหุบเขาที่มี อากาศหนาวเย็นเหมาะกับการปลูกไม้ดอกไม้ผลเมืองหนาว ชื่นชมกับพันธุ์พืชนานาชนิด ที่สลับผลัดเปลี่ยนกัน ออกดอกออกผลตลอดทั้งปี ซึ่งไม่ว่าจะมาในเดือนใดก็ตาม จะได้สัมผัสกับความงดงามของไม้ดอก หรือลิ้มลองรสชาติของผลไม้ ที่จะมีผลผลิตหมุนเวียนกันไป หากมาในช่วงต้นเดือนถึงปลายเดือนมกราคมของทุกปี จะได้ชมดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทยที่จะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูสวยงาม ตลอดริมทาง

7. โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย  เพชรบุรี
ตั้งอยู่ที่แหลมผักเบี้ย จ.เพชรบุรี เป็นพื้นที่พัฒนาและฟื้นฟูป่าชายเลน และสถานีบำบัดน้ำเสียชุมชน โดยยึดหลักการธรรมชาติช่วยธรรมชาตินอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้เป็นแหล่งประกอบอาชีพอื่นๆ จากผลผลิตจากสภาพธรรมชาติที่ดีอันเนื่องมาจากโครงการฯ เช่นการใช้พืชที่ปลูกไว้ใช้ในการกรองน้ำเสีย เช่น กกธูป เพื่อทำจักสาน การทำประมง และจับสัตว์น้ำในพื้นที่ป่าชายเลนที่เกิดขึ้นใหม่  เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยจัดทำเป็น เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นโกงกางและต้นแสมน้อยใหญ่  และเหล่าสรรพสัตว์ แถมยังมีแหลมทรายยาวประมาณ 3 กิโลเมตรที่กั้นระหว่างหาดโคลนกับหาดทราย ซึ่งเรียกว่า  ทรายเม็ดแรกของอ่าวไทยตอนบน


Cr. ภาพปก : www.paiduaykan.com

Facebook Comment