เรียนพิเศษแบบไหน ลูกไม่เครียด


Q: สวัสดีค่ะ ลูกชายอายุ 6 ขวบ เขาสนใจวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษค่ะ แต่จะไม่ค่อยชอบวิชาที่เกี่ยวกับภาษาเลย ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ดิฉันจึงอยากเสริมเรื่องภาษาให้ลูก หากจะให้เขาเรียนพิเศษเพิ่มเติมควรจะเลือกเรียนช่วงเวลาไหน และในวัยนี้สามารถให้เขาไปเข้าเรียนที่สถาบันที่เปิดสอน หรือควรให้มีคุณครูสอนที่บ้านดีเพื่อไม่ให้ลูกเครียดจนเกินไปค่ะ


A: เมื่อเด็กเริ่มเรียนเป็นรายวิชา ผู้ปกครองหรือคุณครูจะพบว่าเด็กเริ่มให้ความสนใจ และแสดงว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบวิชาใดค่ะ แต่การชอบหรือไม่ชอบวิชาที่เรียนในระยะนี้มิได้แสดงให้รู้ว่าในอนาคตจะส่งผลต่อความถนัดพิเศษของเด็กนะคะ

คุณแม่ลองพูดคุยซักถามลูกว่าทำไมลูกไม่ชอบวิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คำตอบของลูกอาจจะคล้ายกับคำตอบที่ครูหมูเคยได้รับจากเด็กๆ เช่น เด็กจะบอกว่าชอบเรียนวิชานั้นเพราะเรียนแล้วสนุก คุณครูมีสื่อจากของจริง ซึ่งมาจากสิ่งที่มีอยู่รอบๆ ตัวเด็กมีอุปกรณ์มาประกอบการสอน เด็กๆ ได้ทดลองใช้อุปกรณ์นั้นด้วยตนเองทำให้เข้าใจ และตอบคำถามคุณครูได้ คุณครูมีเกมมาให้เล่นรู้สึกสนุก และอีกเหตุผลหนึ่งคือคุณครูผู้สอนในวิชานั้นๆ ใจดี หรือเรียนแล้วเด็กได้ใช้ ได้ทำจริงเมื่อเขาอยู่ที่บ้าน

ข้อมูลที่ได้จากการพูดคุยกับลูก คุณแม่สามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนาหรือส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ คุณแม่สอนเสริมลูกได้ด้วยตนเองค่ะ โดยใช้เวลาในช่วงที่ลูกทำการบ้านภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หลักการคือสอนให้สนุกเพื่อให้ลูกรู้สึกอยากเรียนอยากทำการบ้าน สอนด้วยความรัก ไม่สร้างความเครียดด้วยการดุว่าเมื่อลูกทำการบ้านไม่ได้ ใช้คำพูดให้กำลังใจแทนการลงโทษ อีกทั้งคุณแม่สามารถหาสื่อของจริง หรือใช้วิธีการยกตัวอย่างมาประกอบการสอนได้ เช่น

  • พาลูกไปร้านหนังสือ
  • เล่นเกมส่งเสริมภาษา
  • เรียนภาษาในสถาบันที่เปิดสอน
  • เข้าค่ายช่วงปิดภาคเรียน

การเลือกกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ภาษาของลูก ควรคำนึงถึงเวลาที่ใช้เรียนหรือทำกิจกรรมด้วยนะคะ อย่าเรียนเสริมมากจนทำให้ลูกเกิดความเครียด เพราะความเครียดส่งผลต่อ อารมณ์จิตใจของลูก ซึ่งกระทบต่อการเรียนรู้ของลูก

Facebook Comment