อย่าประมาท “ภัยประตู”

ในบรรดาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ นั้น หลายๆ ท่านอาจนึกไม่ถึงว่า “ประตู”ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำอันตรายต่อลูกหลานของเราอยู่บ่อยๆ และบางกรณีก็รุนแรงถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต

1.ประตูรั้วบานเลื่อนล้มทับ

เมื่อลองค้นดูข่าวก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า ข่าวประตูล้มทับเด็กเกิดขึ้นบ่อยอย่างคิดไม่ถึง

** ทันทีที่คนงานเปิดประตูโรงงาน จู่ๆ ประตูเหล็กหนาทึบ(สูง 2เมตร ยาว 4 เมตร)ก็เกิดหลุดออกจากราง แล้วล้มครืนลงมาทับศีรษะของเด็กหญิงวัยอนุบาลซึ่งกำลังยืนอยู่บริเวณดังกล่าว จนสลบแน่นิ่ง และบาดเจ็บสาหัส ( อ.เชียงแสน จ.เชียงราย)

** สองสามีภรรยาคนงานก่อสร้าง พาลูกชายวัยขวบเศษ มาพบเถ้าแก่ ผู้เป็นสามีเปิดประตูรั้วเข้าไปในบ้าน(ลูกชายและภรรยายืนอยู่นอกบ้าน)ก็พบว่าประตูเหล็กหน้าบ้านที่สูงเมตรกว่าถูกเปิดทิ้งไว้ เขาเกรงว่าสุนัขจะวิ่งออกมานอกบ้าน จึงปิดประตู แต่แล้ว…ประตูเหล็กก็เอนหงายลงไปทับถูกศีรษะของลูกชายที่ยืนอยู่นอกบ้านจนชักตาตั้ง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ( ถ.นิมิตรใหม่ กทม.)

** หลังจากพ่อแม่ลูกกลับจากไปซื้อของหน้าปากซอย ลูกชายวัย 3 ขวบ ได้วิ่งเพื่อไปเปิดประตูรั้วบ้าน …ทันทีที่เลื่อนประตูเหล็ก(ยาว 3 เมตร สูงเกือบ 2 เมตร)จนสุดร่อง ประตูเหล็กก็ล้มลงใส่เด็กน้อยอย่างจังต่อหน้าพ่อแม่ เพื่อนบ้านได้ช่วยกันยกประตูรั้วขึ้นและหน่วยกู้ชีพก็พยายามช่วยเหลือ แต่..สุดท้ายเด็กก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตในที่สุด (บางละมุง ชลบุรี) (จากการตรวจสอบของตำรวจพบว่า ด้านบนของประตูเหล็กไม่มีเหล็กล็อกกับลูกกลิ้ง)

ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้ประตูรั้วบานเลื่อนโลหะกันโดยทั่วไปทั้งในการจัดสร้างบ้านเองหรือ การสร้างบ้านในโครงการจัดสรรต่างๆ ทั้งโครงการของเอกชน และโครงการที่ดำเนินการโดยองค์กรของรัฐในการจัดสร้างที่อยู่อาศัย และการใช้ในอาคารสาธารณะประเภทต่างๆ เช่น โรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ ที่มีเด็กๆอยู่เป็นจำนวนมาก การคำนึงถึงอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากประตูรั้วบานเลื่อนโลหะที่ใช้กันอยู่ทั่วไปได้ ในการออกแบบอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์จึงต้องได้รับความเอาใจใส่ การติดตั้ง การเลือกใช้ การบำรุงรักษาเด็กได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการล้มทับของประตูรั้วบ้าน และรั้วของโรงเรียน เพราะประตูบ้านส่วนใหญ่จะสร้างเป็นบานประตูขนาดใหญ่และใช้วัสดุที่เป็นเหล็กทำให้มีน้ำหนักมาก อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้จากการออกแบบ การติดตั้งและการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งแยกย่อยเป็นสาเหตุ ได้ดังนี้ คือ แบบไม่มีมาตรฐาน เช่น ไม่มีเสาครอบประตู (เสาหล็กกันล้ม) เพื่อกันไม่ให้ประตูหล่นโครมลงมาเมื่อมันหลุดออกจากรางเลื่อน ไม่มีส่วนยื่น (หูช้าง)เพื่อกันประตูหลุดออกจากเสากันล้ม ส่วนตัวลูกล้อประคอง(อยู่ด้านบนของบานประตู) และล้อเลื่อน(ด้านล่างประตู) ก็จะต้องคอยตรวจอย่างสม่ำเสมอว่า มันยังอยู่ในสภาพแข็งแรงดีหรือไม่ ? ยังใช้งานได้อย่างปลอดภัยอยู่หรือไม่?

การติดตั้ง เช่น การติดตั้งไม่เสร็จสมบูรณ์แล้วปล่อยทิ้งไว้ มีเหตุร้ายเกิดซ้ำๆ จากการนำประตูเหล็กใหญ่ๆหนักๆที่อาจชำรุดแล้วแทนที่จะนำไปกำจัดทิ้ง กลับวางพิงกำแพง ซึ่งก็เสี่ยงเหลือเกินที่อาจล้มทับเด็กๆที่กำลังเดินหรือเล่นอยู่ในบริเวณดังกล่าวขาดการดูแลเป็นประจำขณะใช้งาน เช่น บริเวณล้อราง มักจะมีเศษวัสดุอยู่บริเวณรางประตู เมื่อเปิดปิด ล้อจะกระดกตกรางได้ การกระดกของล้อออกจากรางบังคับล้อ และหลุดจากรอกประคองประตู ซึ่งความเสี่ยงลักษณะนี้จะเกิดในกรณีที่รอกประคองประตูทำหน้าที่โดยประกบประตูโดยตรง หรือประคองโดยมีรางตัว U บนประตู

ขาดการตรวจสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา เช่น ประตูและอุปกรณ์ต่างๆอยู่ในสภาพผุกร่อน ชำรุดทรุดโทรม หรือ รางประตู จะมีปัญหาเรื่องการทรุดตัวของพื้นบริเวณรางประตู ทำให้รางประตูคดงอ บิดเบี้ยว การทรุดตัวของพื้นหน้าประตูทำให้ล้อวิ่งออกนอกราง ประตู ซึ่งความเสี่ยงลักษณะนี้จะเกิดในกรณีที่รอกประคองประตูทำหน้าที่โดยประกบประตูโดยตรง หรือประคองโดยมีรางตัว U คว่ำ

นอกจากประตูล้มทับแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อเด็กๆอีกหลายเหตุเช่น การติดค้างของศีรษะในระหว่างช่องของประตูที่จะต้องมีความห่างอยู่ในช่องระหว่าง 9-23 เซนติเมตร เพราะจะทำให้ศีรษะเด็กเกิดการติดค้างในลักษณะของการแขวนคอได้ เรื่องความแหลมคมของแนวประตูรั้ว เช่น ตัวอย่างที่เป็นข่าวเด็กนักเรียนจังหวัดลำพูนถูกรั้วเสียบคอเสียชีวิต

2. ระวัง ประตูลิฟท์ !

เหตุที่ต้องนำเรื่องนี้มาพูดถึง ก็เพราะไปพบงานวิจัยที่น่าตกใจของอเมริกันที่ระบุว่า ตัวเลขคนบาดเจ็บ เพราะลิฟต์นั้นมันมากมายอย่างคาดไม่ถึง! โดยส่วนใหญ่เกิดจากโดนประตูลิฟต์หนีบ-สะดุดหกล้มตอนที่ก้าวเท้าเข้า หรือออกจากลิฟต์โดยที่ลิฟต์ยังจอดไม่สนิท

เนื่องจาก “ลิฟท์”กับเด็กเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงกันไม่พ้น การใช้ลิฟต์อย่างไรให้ปลอดภัย จึงป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรต้องสอนลูกๆหลานๆครับ…โดยสอนลูกๆว่า…ลิฟต์เขามีไว้ใช้งาน เพื่อให้คนเดินขึ้นหรือลงหลายๆ ชั้นจะได้ไม่เมื่อย ดังนั้นมันย่อมไม่ใช่เครื่องเล่นในสวนสนุก ที่ขึ้นๆลงๆด้วยความสนุก และปุ่มในลิฟต์ก็ไม่ใช่ปุ่มเกมออนไลน์ กดเล่นไม่ได้ เดี๋ยวลิฟต์ค้างลิฟท์เสีย เข้าแล้วออก

สอนลูกว่าเมื่อประตูลิฟต์เปิดแล้วเห็นคนยืนอยู่กันแน่นก็ให้รอรอบต่อไป อย่าฝืนโดยพยายามอัดเข้าไปให้ได้ เพราะจะทำให้ลิฟต์ค้างและเกิดอันตรายได้ครับ การสอนเรื่องมารยาทการใช้ลิฟท์ก็เป็นสิ่งจำเป็นครับ เพราะนั่นจะนำมาซึ่งความปลอดภัยด้วย นั่นคือการยืนรอลิฟต์ จะต้อง ยืนเข้าแถวก่อน-หลัง โดยยืนสองข้างซ้าย-ขวา แล้วเว้นช่วงประตูหน้าลิฟต์ เพื่อให้คนที่อยู่ในลิฟต์ได้ออกมาก่อน

3.ระวัง ! ประตูเลื่อนปิด-เปิดแบบอัตโนมัติ

ประตูลักษณะนี้โดยมากเป็นกระจก ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปเช่น ตามบริษัท มินิมาร์ท โดยเฉพาะตามศูนย์การค้าทั้งหลาย แล้วที่พบบ่อยๆก็คือ เมื่อพ่อแม่ลูก เดินกันมาถึงหน้าประตูกระจกทางเข้าห้าง เจ้าลูกน้อยก็วิ่งจู๊ดผ่านประตูกระจกที่เปิดโดยอัตโนมัติในขณะที่พ่อแม่ได้แต่ตะโกนไล่หลัง “เดี๋ยวๆ…รอก่อนๆ…”  จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ มีเด็กบางคนก็วิ่งกลับออกมา แล้วก็โดนประตูกระจกอัตโนมัติหนีบ(หรือกระแทก) เข้าโครมใหญ่

4.ประตูบ้าน

อันตรายจาก “ประตู”จากกรณีข้างต้นจัดได้ว่าเป็นอันตรายอาจถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส หรือถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็มิใช่มีเพียงเท่านั้น เพราะประตูยังเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บได้บ่อยๆ เช่น ปิดประตูโดยไม่ระวังทำให้ทับมือ หนีบนิ้ว กระแทกศีรษะ

ประตูหนีบนิ้ว หนีบมือพบได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านที่มีพี่น้องอายุอานามไล่เลี่ยกันอยู่ด้วย ไม่พี่ปิดประตูหนีบมือน้อง ก็น้องปิดประตูหนีบมือพี่ เกิดได้บ่อยทีเดียว หากรุนแรงอาจเกิดข้อนิ้วหักได้เลยทีเดียว ดังนั้นการใส่อุปกรณ์ป้องกันก็เป็นการลงทุนที่คุ้มครับ

เรื่องของการใช้ประตูกระจกในบ้านก็เป็นสาเหตุให้เด็กเล็กเดินหรือวิ่งชนกันโครมๆเสมอ ดังนั้นหากที่บ้านมีเด็กเล็ก ก็ไม่ควรใช้ประตูกระจก จึงหวังว่าผู้ใหญ่จะคิดถึงความปลอดภัยของเด็กๆมากกว่าความสวยงามด้านวัตถุนะครับ

5. ประตูเสริมเพื่อความปลอดภัย (safety gate)

ประตูเสริมคือประตูขนาดเล็กมีไว้เพื่อติดตั้งภายในบ้าน เพื่อป้องกันเด็กเข้าสู่จุดอันตรายเช่น ทางขึ้น ทางลงบันได ทางที่จะไปห้องน้ำ ห้องครัวเป็นต้น หรือใช้เป็นส่วนประกอบในการกันพื้นที่ปลอดภัยในการเคลื่อนที่ให้กับเด็ก

การกันเด็กไว้ในพื้นที่ปลอดภัยต้องเริ่มตั้งแต่เด็กเคลื่อนที่ไปได้ดีคือเด็กที่มีอายุ 7 เดือนขึ้นไป ซึ่งเด็กเหล่านี้จะเริ่มคืบคลานได้ เด็กวัยนี้จะเริ่มเกิดอุบัติการณ์ตกน้ำตกท่า นิ้วแหย่รูปลั๊กไฟ หรือหยิบของเล็กตามพื้นเข้าปาก พอได้ 9-10 เดือนเด็กจะโหนตัวเกาะยืนได้ ชั้นวางของที่ไม่แข็งแรง เช่น ชั้นทีวีก็จะหล่นทับเด็กได้ อายุ 11-12 เดือนเด็กจะปีนขึ้นบันไดได้แล้ว จะมีอุบัติการณ์การตกบันได

อ้อ..อย่าลืมอีกเรื่องนะครับหากเด็กใช้รถหัดเดิน อุบัติการณ์เหล่านี้จะเกิดได้ตั้งแต่เริ่มใช้ทันที ตัวประตูเสริมเองต้องถูกออกแบบมาให้เหมาะสมไม่มีความเสี่ยง เช่น มีช่องรูทำให้ศีรษะเด็กติดค้างได้

ความปลอดภัยสร้างได้ครับ แต่ต้องตระหนักในความเสี่ยงต่างๆตามพัฒนาการของเด็ก และต้องไม่ลืมว่า ต้องจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยแต่แรก ควบคู่กันกับการเฝ้าดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ความผิดพลาดมักเกิดเสมอเมื่อคิดว่าไม่เป็นไรหรอก เอาไว้ก่อน ไม่ต้องหรอกเดี๋ยวดูแลเองได้ ประเดี๋ยวเดียว ความปลอดภัยต้องไม่มีช่องว่างสำหรับเด็กครับ

การปฐมพยาบาล
การบาดเจ็บจากประตูหนีบกดนิ้วและมือ ทำให้ผิวหนังถลอก เส้นเอ็นกล้ามเนื้อฟกช้ำ การบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง หากเป็นบาดแผลถลอก ให้ปลอบประโลมเด็ก ชะล้างแผลให้สะอาด หากเป็นแผลฟกช้ำประคบด้วยผ้าชุบน้ำเย็นสักยี่สิบสี่ชั่วโมง หลังจากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นแทน ให้รับประทานยาแก้ปวดตามความจำเป็น

หากเป็นประตูล้มทับ ถ้าประตูหนักๆ ให้ระวังว่าอาจมีการบาดเจ็บของศีรษะ สมอง และกระดูกต้นคอที่รุนแรงได้ หากไม่แน่ใจให้จับเด็กนอนราบ ตามหน่วยฉุกเฉิน (1669) อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเอง เพราะหากมีกระดูกต้นคอหักและเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจทำให้กระดูกกดทับไขสันหลังเป็นอัมพาตหรือหยุดหายใจได้

 

Facebook Comment