ผิดปกติไหม! ลูก 2 ขวบ ยังไม่พูดเลย

Q : อยากปรึกษาคุณหมอเรื่องลูกชายวัย 2 ขวบครึ่งค่ะ ตอนนี้เข้าโรงเรียนแล้ว แต่ลูกยังไม่ยอมพูด ยังต้องใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพราะพูดบอกคุณครูไม่ได้ อาหารที่โรงเรียนไม่แตะสักนิด ทั้งน้ำเปล่า นมขวดก็ไม่กินค่ะ

น้องแสดงอารมณ์ได้ ปฏิเสธได้ หวงของและอาละวาดบ้าง ร้องไห้เวลาใครนั่งใกล้คนที่รัก น้องเป็นคนอ่อนโยน (ห่มผ้าให้คุณแม่ก่อนนอนทุกคืน) หากของอยู่ผิดที่ผิดทางจะเก็บให้ตรงที่ เขาชอบเก็บของเข้าที่ค่ะ ถ้าคุณแม่ลืมปิดประตูเขาจะปิดให้อย่างเรียบร้อย หัวเราะในสิ่งที่เขาคิดว่าตลก สนใจหลายๆ สิ่ง แต่เรื่องที่หนักใจ คือ การไม่พูดทำให้ไม่พัฒนาไปตามวัยอันควร จากที่พาไปตรวจเบื้องต้นการได้ยินเป็นปกติค่ะ

อยากเรียนถามคุณหมอว่ามีวิธีไหนที่จะช่วยกระตุ้นหรือฝึกให้ลูกสื่อสารด้วยการพูดได้บ้างคะ อยากให้ลูกสื่อสารได้ปกติตามวัยค่ะ

A : เด็กอายุ 2 ขวบครึ่งไม่พูดถือว่าไม่ปกติค่ะ แม้นการพัฒนาด้านอื่นจะใช้ได้ สาเหตุอาจเป็นได้หลายอย่าง เช่น ที่บ้านไม่ได้พูดคุยสื่อสารกัน ขาดการกระตุ้นการพูด เช่น ดูทีวีมาก พี่เลี้ยงไม่พูดกับเด็ก การได้ยินเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าเด็กไม่ได้ยินหรือได้ยินไม่พอก็ไม่สามารถจะนึกคิดโต้ตอบได้

เดี๋ยวนี้แพทย์หู-คอ-จมูก พบว่า เด็กพูดช้าหรือไม่พูดพบมากขึ้นจากการเลี้ยงดู โดยให้เด็กดูทีวีทั้งวัน คนเลี้ยงไม่สื่อสารกับเด็ก เป็นยุคไอแพดที่เด็กอยู่กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งวัน ซึ่งจะเกิดปัญหาได้

จึงคิดว่าคุณแม่น่าจะพาลูกไปตรวจพัฒนาการอีกครั้ง ดูอย่างจริงจัง ปรึกษาหารือกับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านนี้ เห็นว่าอยู่กรุงเทพฯ น่าจะสะดวกดี เพราะโรงพยาบาลทั่วไปสนใจจริงจังมากขึ้น ตามศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ก็มีค่ะ เพราะหมอมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง มีบริการตรวจกรอง แนะนำ และแก้ไข ไม่อยากให้ช้าเกินไป เพราะการพูดและภาษาเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในพัฒนาการของเด็กทั่วประเทศ

กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยมีนโยบายรณรงค์คลินิกเด็กสบายดี (Well Baby) ไม่เฉพาะฉีดวัคซีน ชั่งน้ำหนักเด็ก แต่ต้องตรวจพัฒนาการทั้งตา หู กล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเนื้อใหญ่ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น สติปัญญา ฯลฯ ซึ่งโรงพยาบาลทั่วไปในจังหวัดและ กทม. มีบริการนี้

เด็กที่ไม่พูด ไม่สบตา ไม่ชี้นิ้ว ไม่สนใจ คนทั่วไปมักกลัวว่าจะเป็นออทิสติก หรืออาการกลุ่มนี้ที่เรียกว่า Autistic Spectrum ซึ่งมีหลายอย่างหลากหลายมาก บางรายสติปัญญาดีมากด้วยซ้ำไป แต่มีพฤติกรรมไม่ปกติ การแนะนำให้คุณแม่ปฏิบัติผ่านตัวหนังสือไม่ดีเท่าคุณแม่ไปพบหมอ พยาบาล และนักพัฒนาการโดยตรง เพราะเป็นตัวอย่างจริง คุณแม่ปฏิบัติได้ด้วยตัวเองด้วย ถ้ามีคอมพิวเตอร์ ไอแพด แนะนำให้คุณแม่เข้าไปดูเรื่องพูดช้า หรือ Delayed speech มีตัวอย่างไทยๆ ให้ดูมากมายในวีดิโอยูทูป แต่ลูกคุณแม่ดูเป็นเด็กอ่อนโยน ไม่ทราบติดแม่มากไหม บางคนอยู่บ้านพูด ไปโรงเรียนไม่พูด พบได้บ่อย

การดูแลเด็กต้องใจเย็นๆ ก็จริง แต่บางเรื่องเย็นมากไม่ได้ โดยเฉพาะการพูดช้า ควรพาไปพบกุมารแพทย์อย่างจริงจัง ตรวจระบบประสาทด้วย เพราะบางคนมีปัญหาในระบบนี้ซึ่งแก้ไขได้ค่ะ

 

Facebook Comment