นมแม่ส่งเสริมการทำงานประสาทสัมผัสทั้ง 5 อุ้มลูกเข้าเต้ากันเถอะแม่จ๋า


สารอาหารในนมแม่, นมแม่, น้ำนมแม่, นมแม่มีประโยชน์, สารอาหารสำคัญในนมแม่, เลี้ยงลูกด้วยนมแม่, นมแม่ดีที่สุด, นมแม่กระตุ้นพัฒนาการ, นมแม่ส่งเสริมพัฒนาการ, เด็กนมแม่พัฒนาการดี, ส่งเสริมพัฒนาการด้วยนมแม่, เด็กนมแม่, ลูกเข้าเต้า, ให้ลูกกินนมแม่, ให้ลูกดื่มนมแม่, ดื่มนมจากเต้า, กินนมจากเต้า, อาหารทารก



ประโยชน์สุดยอดอีกอย่างของนมแม่
คือเป็นด่านแรกที่ช่วยกระตุ้นและเตรียมพร้อมประสาทสัมผัสของลูกรักด้านต่างๆ ให้ทำงานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นประสาทสัมผัสตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส ล้วนจำเป็นต่อการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกในอนาคตค่ะ และวิธีหนึ่งที่จะทำให้ประสาทสัมผัสต่างๆ ของลูกดีตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตน้อยๆ ก็คือการกินนมแม่นี่ล่ะ

 

  1. นมแม่ดีต่อการมองเห็น
    ในนมแม่มีสารดีเอชเอ กรดอะมิโน และไขมันอื่นๆ ที่ช่วยให้ลูกมีสายตาเฉียบคม โดยเฉพาะดีเอชเอที่ช่วยให้เนื้อเยื่อประสาทและจอประสาทตามีการรับภาพอย่างคมชัด สายตาที่ดีมีความสำคัญมาก เพราะเมื่อสายตาดีพัฒนาการที่ทำงานประสานกับการมองเห็นอื่นๆ ก็จะตามมา การเรียนรู้ต่างๆ ก็จะดีด้วยเช่นกัน แต่ถ้าสายตาไม่ดี จะเดิน จะคลาน พัฒนาการต่างๆ หรือการเรียนรู้ก็จะมีปัญหาได้ค่ะ

    นอกจากนี้เวลาให้นมแม่ ดวงตาแม่ดวงตาลูกได้มองสบตากัน ลูกจะได้เห็นความเคลื่อนไหวบนใบหน้าของแม่ ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม เสียงพูดคุย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการได้ดีทั้งสิ้นค่ะ
     
  2. นมแม่ดีต่อการได้ยิน
    เมื่อลูกกินนมแม่จากเต้า เป็นช่วงเวลาที่แม่มักส่งเสียงพูดคุยกับลูก ลูกจะได้ยินเสียงสูงต่ำเป็นจังหวะจากแม่ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการฟังให้ดีขึ้น ยิ่งแม่ร้องเพลง เล่านิทาน หรือพูดคุยมากเท่าไร ลูกก็จะได้ยินเสียงที่หลากหลาย ส่งผลให้สมองได้รับการกระตุ้น เซลล์ประสาทเชื่อมโยงส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันมากขึ้น ซึ่งยิ่งเซลล์ประสาทส่งสัมผัสรับส่งข้อมูลกันมากเท่าไหร่ ระบบประสาทและการทำงานของสมองลูกก็จะยิ่งเปี่ยมประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น
     
  3. นมแม่ดีต่อการดมกลิ่น
    นมแม่ช่วยให้พัฒนาการเรื่องการรับกลิ่นของลูกดีขึ้น โดยนมแม่จะมีกลิ่นเฉพาะค่ะ และกลิ่นนี้เองจะไปกระตุ้นให้การดูดนมแรงขึ้นด้วย โดยมีการศึกษาชัดเจนในทารกที่คลอดก่อนกำหนดเมื่อนำนมแม่และนมผสมมาให้ พบว่าเด็กที่ได้กลิ่นของนมแม่ก็จะดูดนมได้แรงขึ้น และดีขึ้น ทำให้เด็กน้ำหนักขึ้นดี เด็กที่คลอดก่อนกำหนดก็จะแข็งแรงและกลับบ้านได้เร็วขึ้นกว่าเด็กที่กินนมผสม
     
  4. นมแม่ดีต่อการรับรส
    เด็กที่กินนมแม่จะกินอาหารได้หลากหลายกว่าเด็กที่กินนมผสมค่ะ เพราะในน้ำนมแม่นั้นกลิ่นและรสชาติจะแปลไปตามอาหารที่กิน ซึ่งกลิ่นที่ออกมาไม่ได้แรงนะคะ แค่ พอได้กลิ่นบ้าง ที่เป็นเล่นนี้ก็สอดคล้องกับการที่คนชาติเดียวกัน กลุ่มเดียวกัน ชอบอาหารกลิ่นคล้ายๆ กันค่ะ นอกจากนี้เด็กที่กินนมแม่มีโอกาสเป็นเด็กที่เลือกกินน้อยกว่าเด็กที่กินนมผสม เนื่องจาก กลิ่นและรสชาติของน้ำนมแม่ จะแปรเปลี่ยนไปตามอาหารที่กินทุกวัน และต่อมรับรสของเด็กจะมีความไว เวลาที่เราไปแนะนำให้ชิมของใหม่ๆ เด็กก็จะพอรับได้ แต่ถ้าเด็กกินแต่นมผสม ซึ่งทุกขวดจะเหมือนกันหมด มีรสชาติเดิมๆ ต่อมรับรสของเด็กไม่ได้รับการกระตุ้น จะทำให้ลูกเป็นเด็กที่กินยากได้ค่ะ
     
  5. นมแม่ดีต่อสัมผัส
    การให้นมแม่นั้น แม่ต้องกอดลูกเอาไว้แนบอกอย่างนุ่มนวล ซึ่งทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ได้รับสัมผัสที่อ่อนโยน มีผลต่อการกระตุ้นพัฒนาการ กระตุ้นอารมณ์ จะสังเกตได้ว่าเด็กที่กินนมแม่จะอารมณ์ดี เพราะรับรู้ถึงความรักของแม่ได้ตลอดจากสัมผัสนั้น

    ขบวนการกินนมแม่ จะมีการพัฒนาเรื่องของการกินตามลำดับขั้นเริ่มตั้งแต่ระยะแรกเกิด ลูกน้อยจะอ้าปากพยายามงับเต้านม พอหัวขยับได้ ก็จะผงกเข้าหาเต้า ต่อมามือก็จะเริ่มไขว่คว้าหาเต้าแม่ ธรรมชาติจะสอนให้เด็กรู้จักวิธีกินค่ะ พอโตขึ้นหน่อย พัฒนาการของกล้ามเนื้อมือ การนั่งการนอน การเคลื่อนไหวของลูกก็จะดีขึ้นด้วย รวมถึงพัฒนาการด้านการกิน กลืน ดูด ก็จะก้าวหน้าอย่างเป็นระบบพร้อมรับกับการกินอาหารที่แข็งขึ้นในอนาคตได้


หากลูกกินนมผสม มีโอกาสไม่ต้องทำอะไรมาก เมื่อเทียบกับวิธีการให้นมแม่ เพราะฉะนั้นหากลูกกินนมขวดพัฒนาการต่างๆ ก็ไม่เป็นไปตามลำดับขั้นตอน โอกาสการเรียนรู้ตามธรรมชาติของลูกจะน้อยลง ความสุขจากการสัมผัสและความอบอุ่นจากแม่สู่ลูกก็จะน้อยลงตามไปด้วยค่ะ

 

บทความแนะนำ

5 เมนูของหวานสีสดใสสไตล์คัลเลอร์ฟูล
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา
แผ่นคูลเจลลดไข้ได้จริงหรือไม่
รูู้จัก Top 5 โปรตีนกลุ่มเสี่ยง ทำลูกแพ้โปรตีน แพ้นมวัว

Facebook Comment