รู้ตัวบ้างไหม!!! แม่ขี้วีน แม่จอมเหวี่ยง แม่ขี้หงุดหงิดส่งผลถึงสมองและอนาคตลูก

แม่ขี้วีน, แม่จอมเหวี่ยง, แม่ขี้หงุดหงิด, แม่ใจร้อน, แม่อารมณ์เสียบ่อย, EF, Executive Functions, ทักษะสมองเพื่อชีวิตที่สำเร็จ, การทำงานของสมองส่วนหน้า, ทักษะสมอง EF, พัฒนา EF, ฝึก EF, EF คืออะไร, อีเอฟคืออะไร, ปรับพฤติกรรมลูก, ลูกก้าวร้าว, ลูกเอาแต่ใจ, ลูกดื้อ, ลูกไม่มีความอดทน, ลูกขี้เกียจ, ลูกความจำไม่ดี, ลูกชอบเถียง, ลูกอาละวาด, ลูกอารมณ์ร้าย, ลูกอ่อนไหว, ลูกปรับตัวไม่เป็น, ลูกปรับตัวไม่เก่ง, ลูกขี้อาย, ลูกไม่มีความยับยั้งชั่งใจ, ลูกไม่มีระเบียบ, ลูกไม่มีวินัย, Working memory, ความจำเพื่อใช้งาน, Inhibitory Control, การยั้งคิด ไตร่ตรอง, Shift, Cognitive Flexibility, การยืดหยุ่นความคิด,Focus, Attention, จดจ่อใส่ใจ, Emotional Control, การควบคุมอารมณ์, Planning,Organizing, การวางแผน, การจัดระบบดำเนินการ, Self-Monitoring, การรู้จักประเมินตนเอง,Initiating, การริเริ่มและลงมือทำ, Goal-Directed Persistence, ความพากเพียร, มุ่งสู่เป้าหมาย, เลี้ยงลูกให้เก่ง, เลี้ยงลูกให้เอาตัวรอด, เลี้ยงลูกให้ดี, เลี้ยงลูกให้ฉลาด, เลี้ยงลูกให้เป็นคนดี, เลี้ยงลูกให้ดูแลตัวเองได้


สำหรับคุณแม่ที่ขี้บ่น ขี้หงุดหงิด ขี้วีน แม่จอมเหวี่ยง หรือชอบตะคอกใส่ลูก เวลาที่ลูกทำอะไรไม่ถูกใจ ต้องระวังนะคะเพราะเมื่อคุณแม่ขึ้นเสียงใส่ลูกบ่อยๆ ระยะแรกอาจจะได้ผล แต่พอนานไป ลูกอาจจะเริ่มไม่ฟัง และหันมาต่อต้านได้ นอกจากไม่ส่งผลดีแล้ว ลูกยังเรียนรู้ถึงความรุนแรงในการแก้ปัญหาของคุณแม่ด้วย ที่สำคัญลูกจะไม่ได้รู้ว่าจุดประสงค์แท้จริงที่คุณแม่ต้องการสื่อสารคืออะไรกันแน่
 

แม่ขี้วีนทำลูกก้าวร้าว 
นั่นเพราะลูกเรียนรู้จากต้นแบบนั่นคือคุณแม่นั่นเองค่ะ สิ่งที่คุณแม่สอนกับสิ่งที่คุณแม่ทำ เด็กจะเลือกเลียนแบบจากการกระทำมากกว่า การที่คุณแม่บ่น หรือตะคอกตีลูก เป็นหัวเชื้อชั้นดีในการบ่มเพาะความก้าวร้าวให้เกิดขึ้นกับลูก เด็กที่ก้าวร้าวก็จะไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้ ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็พร้อมจะโต้ตอบกลับในทันที ซึ่งถ้าลูกไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเองได้แล้วล่ะก็ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เพราะไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้เลย นำไปสู่ปัญหาของการติดเกม ติดเพื่อน ติดยา เป็นต้น
 

สิ่งที่คุณแม่ควรทำ
  1. ตั้งสติและใจเย็นๆ ในเวลาที่ลูกทำผิด หรือยังทำไม่ได้ดังที่เราต้องการ
  2. ไม่คาดหวังในผลของการกระทำ เพราะนั่นอาจจะทำให้คุณแม่กดดันลูกโดยไม่รู้ตัว แต่ให้มองถึงความตั้งใจของลูก
  3. คุยกับลูกด้วยเหตุและผลอยู่เสมอเพราะจะทำให้เขาเข้าใจว่าแบบไหนควรทำและแบบไหนไม่ควรทำ
  4. สอนให้ลูกรู้จักรอคอย อาจจะเริ่มจากการรอคอยสั้นๆ แล้วค่อยยาวขึ้นเรื่อยๆ

Facebook Comment