เคล็ดลับปรับนิสัยลูกเหวี่ยงวีน

 

ลูกน้อยช่วงวัย 2-3 ขวบ เป็นวัยที่ยึดตัวเองเป็นหลัก จะหวงของ ไม่แบ่งใคร เอาแต่ใจตนเอง จึงเป็นช่วงวัยที่มีนิสัยชอบขี้วีนขี้เหวี่ยง ทำไมวัยซนจึงขี้เหวี่ยง


1. ยังไม่รู้จักการควบคุมตนเอง ยังไม่รู้กรอบกติกา ยังไม่รู้จักเรื่องปฏิบัติตามกฏ แต่ถ้าพ่อแม่มีกรอบกติกาให้เขา ใส่วินัยที่เหมาะสม เขาก็จะค่อยๆ เข้าใจ ที่สำคัญต้องเข้าใจธรรมชาติอารมณ์ของเขาด้วย ก็จะช่วยให้ดีขึ้น


2. ใช้วิธีกำราบด้วยการตี พอลูกร้องไห้งอแงแทนที่จะปลอบหรือถ้าด้วยเหตุผล กลับใช้วิธีการตี พอลูกวีนก็ตีไว้ก่อนให้เขาหยุด สิ่งนี้จะสอนให้ลูกเรียนรู้ว่า การตีเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะพ่อแม่ยังตีฉันเลย เมื่อโตขึ้นเขาก็ใช้กำลัง หรือใช้การตีแก้ปัญหาของเขา และใช้การตีจัดการกับคนอื่นก็เป็นไปได้ เด็กกลุ่มนี้จึงวีนบ่อย เพราะถูกใช้อำนาจ ถูกใช้กำลังก่อน

3. ตามใจลูก เนื่องจากพื้นฐานนิสัยของเด็กมีนิสัยขี้วีนอยู่แล้ว พ่อแม่จึงใช้วิธีตามใจ อยากได้อะไรหาให้เพื่อให้ลูกหยุดร้อง ซึ่งถ้าพ่อแม่ให้เด็กทุกอย่าง ทุกครั้ง เขาจะกลายเป็นเด็กขี้วีนขี้เหวี่ยงเสมอ อยากได้อะไรต้องได้ ไม่มีความอดทน พบกับความผิดหวังไม่เป็น นิสัยแบบนี้อาจจะยังไม่เห็นผลในตอนเด็ก แต่พอโตเขาจะเป็นเด็กก้าวร้าว ถ้าไม่ได้ก็อาจไปทำร้ายคนอื่นเพื่อให้ได้มา พฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านี้พ่อแม่ต้องฝึกและขจัดออกไปให้หมด ถ้าไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กก้าวร้าวนะคะ ซึ่งวัยนี้จะเป็นวัยที่ไม่ต้องให้เขาทุกเรื่องเพื่อฝึกการอดทนรอคอย กำหนดกรอบที่เหมาะสม เช่น การซื้อของเล่นให้ลูก อย่าซื้อทุกอย่างที่ลูกอยากได้ ซื้อที่มีประโยชน์จริงๆ หรือซื้อให้เขาเป็นของขวัญในวันพิเศษ เช่น วันเกิด และถ้าลูกอยากได้จริงๆ ให้ใช้วิธีแต้มสะสมความดี เมื่อครบแต้มแล้วค่อยซื้อให้



อย่าคิดแทนลูก ขจัดนิสัยขี้วีนได้

การขจัดอารมณ์ที่ไม่ดีเหล่านี้ และสร้างพื้นฐานอารมณ์ที่ดีให้ลูกน้อย เริ่มจากพ่อแม่ ซึ่งพ่อแม่อย่าคิดแทนลูก เช่น ขอบคุณสิลูก อิ่มแล้วใช่ไหม ลูกไม่ชอบอันนี้ใช่ไหม แค่ทำตัวอย่างให้เขาเห็น เป็นต้นแบบ เช่น สวัสดีให้เขาเห็น เขาก็ทำตามเอง โดยที่เราไม่ต้องไปบอก และอย่าทำทุกอย่างให้ลูก หมายความว่าต้องให้โอกาสลูกได้ทำอะไรเองเมื่อถึงวัยของเขา ถ้าลูกเริ่มทำอะไรเองได้ พยายามให้เขาได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เราเพียงแค่คอยระมัดระวังไม่ให้เขาได้รับอันตราย และถ้าเขาดูอึดอัดคับข้องใจ ให้ถามเขาว่ามีอะไร อยากให้แม่ช่วยหรือเปล่า ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะถ้าเรามีความรักใคร่ผูกพันที่ดีมาตั้งแต่ช่วงขวบปีแรก พอเขาเจออุปสรรคอะไรก็ตามเขาก็จะวิ่งมาหาแม่เป็นคนแรก เมื่อเขามีปัญหาให้ถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น รอให้เขาได้ตอบ ไม่ใช่เขาวิ่งมาแล้วจัดการให้หมดทุกอย่างทันที ลองถามเขาก่อน เพื่อให้เขาได้ฝึกคิด เพราะถ้าพ่อแม่คิดแทนเขาหมด พอเขาโตขึ้น เขาจะคิดแก้ปัญหาไม่เป็น เจอปัญหาก็แก้ไม่ได้ ไม่มั่นใจ และจะกลายเป็นเด็กพึ่งพิงตลอด โตขึ้นก็ต้องคอยพึ่งพิงพ่อแม่ ไม่เห็นค่าในตนเอง ขอความช่วยเหลือคนอื่นตลอด แล้วพ่อแม่ก็จะบ่นว่าโตแล้วทำไมทำไม่ได้สักที แต่เป็นเพราะไม่เคยฝึกเขาแล้วเขาจะทำได้ได้อย่างไร ฉะนั้น หันกลับไปมองที่ตัวเอง จัดการกับพฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านี้ออกไปก่อนนะคะ



สร้างอารมณ์ดี...หนูไม่ขี้วีนแล้วนะ

1. อย่าใช้จอเลี้ยงลูก วัยซนยังเป็นวัยที่ไม่ควรใช้ทีวี หรือจอต่างๆ เลี้ยงลูก แต่ให้ใช้ของเล่นที่เด็กสามารถสร้างสรรค์ได้เองมาตั้งไว้ ง่ายๆ คือ แก้วน้ำ ช้อน เครื่องครัวพลาสติก ของเล่นทรงเรขาคณิต หรือเป็นของเล่นที่เด็กๆ จะสามารถมีอิสระในการเล่นและสร้างสรรค์ได้

2. คอยสังเกต ว่าเวลาที่ลูกเล่น เล่นได้นานไหม จดจ่อกับสิ่งที่เล่นแค่ไหน วิธีการเล่นเขาเป็นอย่างไร เพราะธรรมชาติการเล่นของเด็ก ถ้าเป็นขวบปีแรกเขาจะเล่นแบบรื้อ หรือไม่ก็เขวี้ยงของ แต่พอเริ่มเข้าช่วงวัยซน จะเปลี่ยนมาเล่นแบบลงมือปฏิบัติมากขึ้น เช่น เจอของก็จับมาหยอด หรือหยิบมาใส่ถ้วยใส่แก้วที่อยู่รอบๆ ตัว พอเริ่มอายุ 3 ขวบ จะเริ่มเล่นสมมติมากขึ้น ซึ่งเริ่มจากการที่เขาเห็นกิจวัตรประจำวันของคนอื่น เช่นเห็นคุณพ่อแต่งตัวไปทำงานก็แต่งตาม เห็นคุณพ่อนั่งทำงานก็ทำตาม เห็นคุณแม่ทำกับข้าว ก็เล่นขายของ เห็นคุณแม่ประแป้งก็ทำบ้าง ช่วงวัยนี้ต้องปล่อยให้เขาเล่นไปตามวัยของเขา มีอิสระทางความคิดก็จะเป็นรากฐานความคิดสร้างสรรค์ที่ดีค่ะ

Facebook Comment