ทำอย่างไรเมื่อลูกมีจินตนาการสูงเกินไป

 จินตนาการเป็นความสามารถทางสมองที่สำคัญอันหนึ่งของคนเรา ปกติแล้วจะเริ่มพัฒนาขึ้นในช่วงอายุตั้งแต่ 3 ปีเป็นต้นไป

จินตนาการจะเกิดขึ้นได้เด็กๆ ต้องมีพัฒนาการด้านภาษาที่ดีรวมถึงความสามารถในการจดจำเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวและความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้ และความจำที่มี ให้กลายเป็นเรื่องใหม่ๆ แต่ก็มีจินตนาการบางอย่างที่ไม่เป็นมิตรกับคนเราซึ่งหากเกิดขึ้นกับลูกน้อย ผู้ปกครองควรให้ความช่วยเหลือ ได้แก่
1. หากเด็กๆ มีจินตนาการที่ทำให้เด็กกลัว เช่น ถ้าเขาจินตนาการถึงผี ปีศาจ หรือวันสิ้นโลกแล้ว ทำให้เขาเกิดความกลัว ซึ่งในอดีตคนโบราณมักนำเอาเรื่องเหล่านี้มาเล่าให้เด็กกลัว เพื่อให้เด็กๆ หลีกเลี่ยงการกระทำบางอย่าง เช่น เพื่อให้เข้านอนเร็วขึ้น หรือเพื่อให้เด็กไม่ไปไหนมาไหนเองคนเดียว แต่ปัจจุบันเรามีความรู้มากมายเพื่อใช้ปรับพฤติกรรมเด็กแล้ว ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องน่ากลัวให้เด็กฟัง เพราะผลสียที่ตามมาจะมากกว่าผลดีค่ะ
2. หากเด็กหมกมุ่นกับจินตนาการมากจนไม่สนใจคนรอบข้าง เด็กส่วนใหญ่ถึงแม้เขาจะมีจินตนาการต่างๆ เป็นของตนเอง แต่เมื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มเพื่อน เขาก็สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ได้ เช่น เด็กบางคนชอบที่จะเป็นเจ้าหญิงมาก แต่วันนั้นเพื่อนๆ ของเขาเล่นเป็นครูกับนักเรียนกัน หากลูกสามารถเล่นเป็นครูหรือนักเรียนกับเพื่อนได้ (หรืออย่างน้อย ก็ยอมเป็นเจ้าหญิงที่มาสมัครเป็นนักเรียน) ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเขายึดติดกับจินตนาการของเขามากเกินไป จนทำให้เพื่อนไม่อยากเล่นด้วย หรือทำให้เขาเข้ากับใครไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเริ่มเป็นห่วงได้แล้วนะคะ
3. ควรสังเกตว่าลูกมีจินตนาการที่เหมาะสมกับวัยหรือไม่ โดยทั่วไปแล้วเด็กมักมีความเชื่อว่า ตัวเองเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง (จริงๆ) หรือประมาณช่วงวัยอนุบาล และความเชื่อเหล่านั้นจะค่อยๆ หายไป เมื่อความคิดแบบเป็นเหตุเป็นผลเข้ามาแทนที่ ซึ่งมักจะเกิดช่วงเวลาเดียวกับที่เด็กเริ่มเรียนในชั้นประถมศึกษา เด็กๆ มีจินตนาการส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพราะการมีจินตนาการจะช่วยทำให้มนุษย์เรา รู้จักคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์มากมาย อย่างไรเสียก็อย่าลืมสนับสนุนจินตนาการของเด็กๆ ด้วยนะคะ เพื่อให้เขามีกำลังใจสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม

Facebook Comment