พ่อก็เป็นฮีโร่ของลูกได้

 
หมออยากจะเน้นย้ำว่าพ่อมีความสำคัญต่อลูกไม่น้อยไปกว่าแม่และใครในบ้าน พ่อที่เอาใจใส่และรู้จักวิธีดูแลลูก ก็จะเป็นฮีโร่ของลูกได้ไม่ยากเลยครับ



วัฒนธรรมของคนเอเชียมักมองว่าหน้าที่การหาเลี้ยงครอบครัวเป็นของพ่อ  ส่วนหน้าที่การเลี้ยงดูลูกเป็นของแม่ เช่นนี้เองจึงทำให้บทบาทของพ่อหายไปจากสายตาของลูก  พ่อหลายคนไม่สนิทกับลูก  ไม่สามารถคุยเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับลูกได้ เพราะความคิดที่ผิดว่าการดูแลลูกต้องเป็นหน้าที่ของแม่เท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วตามหลักพัฒนาการ


เด็กจำเป็นต้องสนิทกับทั้งพ่อและแม่  เพื่อเลียนแบบลักษณะดีๆ ที่มีอยู่ในตัวพ่อและแม่ เช่น พ่อเป็นแบบอย่างของความหนักแน่น  ความมั่นคงในอารมณ์ ความอดทนไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรค ในขณะที่แม่เป็นแบบอย่างของความอบอุ่น  อ่อนโยน  และความละเอียดรอบคอบ
ในสังคมปัจจุบัน แม่หลายคนต้องออกไปทำงานหาเงินนอกบ้าน แล้วยังต้องกลับมาเลี้ยงลูกและทำงานบ้านต่างๆ ไปด้วย  ทำให้แม่เหนื่อยและเครียดได้ง่าย การเลี้ยงลูกเป็นงานหนัก ส่งผลให้แม่ที่เลี้ยงลูกเพียงลำพังเกิดความเครียด กดดัน และวิตกกังวลได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลเสีย เช่น แม่มีอารมณ์โมโห เผลอดุหรือตีลูก  ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ดีเท่าที่ควร หรือการดูแลออกมาไม่ดีนัก


พ่อสามารถใช้จุดแข็งที่มีตามธรรมชาติ  คือมีความหนักแน่น มั่นคงในอารมณ์  ไม่ขี้วิตกกังวล  ซึ่งจุดนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ได้  รวมถึงยังคอยปลอบโยนและเป็นกำลังใจให้แม่ได้อย่างมาก
หลายครอบครัวที่พ่อยุ่งกับงานและไม่ค่อยมีบทบาทในการเลี้ยงดูลูก มักเกิดปัญหาในการฝึกวินัยและการปรับพฤติกรรมลูก  เช่น แม่พยายามฝึกวินัย  คอยปรามลูกในเรื่องการเอาแต่ใจของลูก แต่พ่อกลับโอ๋และตามใจ  เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก  ในกรณีนี้แม่จะกลายเป็นยักษ์และพ่อจะกลายเป็นเทวดาในสายตาลูก  จะส่งผลเสียทำให้ไม่สามารถฝึกลูกให้อดทนรอคอย  และรู้จักกฎกติกาได้  หมอไม่อยากให้ใครคนนึงเป็นยักษ์ และใครอีกคนเป็นเทวดาในสายตาลูก  เพราะจะทำให้ควบคุมเด็กไม่ได้  แต่อยากให้ทั้งพ่อและแม่ร่วมกันดูแลลูกในทิศทางเดียวกันและเป็นพ่อแม่ที่น่ารักทั้งคู่ของลูก หมอมองไม่ออกว่ามีอะไรที่พ่อจะทำไม่ได้ในการเลี้ยงดูลูก  นอกจากการตั้งครรภ์และการให้นมลูกจากหน้าอกของตัวเอง  นอกนั้นพ่อสามารถทำได้หมด ซึ่งถ้าพ่อทำแล้วจะทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับแม่และลูก เกิดบรรยากาศที่อบอุ่นในครอบครัว สามารถช่วยแบ่งเบาภาระและให้กำลังใจแม่ได้  ในขณะที่ลูกก็ได้เห็นและเลียนแบบลักษณะที่ดีหนักแน่นมั่นคงจากพ่อได้ ดังนั้นถ้าคุณพ่อทั้งหลายเห็นว่าสิ่งไหนที่คุณจะช่วยภรรยาดูแลลูกได้ก็ทำเถอะครับ เพราะมันจะส่งผลดีต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของลูก รวมถึงสร้างบรรยากาศความรักความอบอุ่นในบ้านอีกด้วย การกอด การหอม  ลูบหัวแสดงความรัก ป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม จะทำให้ลูกรู้ว่าเวลาเขาลำบาก หิว หรืออยู่ในภาวะที่ไม่สบายตัว  เขาจะมีพ่ออยู่เคียงข้าง การชวนลูกทำกิจกรรม เช่น เล่นด้วยกัน เล่านิทาน เล่นของเล่นที่ลูกชอบ คอยเป็นที่ปรึกษาเวลาลูกมีปัญหา และเป็นกำลังใจให้ลูก


สิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลดีต่อพัฒนาการร่างกาย สมองและอารมณ์ของลูกทั้งนั้น ทำให้ลูกซึมซับลักษณะดีๆ ของพ่อ รู้สึกว่าพ่อเป็นฮีโร่ในดวงใจ โตขึ้นมาก็จะมีความสนิทสนมไว้วางใจ และสามารถปรึกษาปัญหาต่างๆ กับพ่อได้

Facebook Comment