ถึงเวลานอนแล้วลูก

คุณพ่อคุณแม่คงจะปวดหัวกันพอดู ที่ลูกยังคงติดนิสัยนอนดึกตื่นสายเหมือนตอนที่ยังปิดเทอม เรามีคำแนะนำจาก พญ.กัญจนา ธีรเนตร แพทย์ประจำหน่วยพัฒนาการเด็ก กองกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่าพฤติกรรมอย่างนี้จะแก้ไขอย่างไรดี

พญ.กัญจนา ธีรเนตร, กัญจนา ธีรเนตร, นอนดึก, ไม่ยอมนอน, เด็กตื่นสาย, นอนละเมอ, เด็กนอนดึก

สร้างวินัยใหม่ให้ลูกรัก
คุณหมอได้อธิบายถึงหลักการนอนของมนุษย์ พร้อมเสนอแนะวิธีง่ายๆ ให้ได้ฟังว่า โดยธรรมชาติของเราแล้วจะนอนตื่นสายขึ้นทุกๆ วัน ถ้าเราไม่ได้ควบคุมตัวเองให้ตื่นขึ้นมาเพื่อทำภารกิจที่ควรทำ สำหรับทุกวันนี้ที่เราสามารถตื่นเช้าขึ้นมาได้ก็ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน หรือกิจกรรมที่เราต้องทำในแต่ละวัน บวกกับตัวลำแสงในยามเช้าที่ปลุกให้เราตื่นขึ้นมา เพราะฉะนั้นสำหรับเด็กน้อยที่ติดนิสัยนอนดึกช่วงปิดเทอม จึงมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่จะตื่นสายมากขึ้นๆ ในวันถัดไป

"วงรอบการนอนของเด็กจะอยู่ประมาณ 90 นาที โดยช่วงต่อของ 90 นาที นี้พ่อแม่มักคิดว่าเด็กต้องการตื่น เพราะเด็กจะขยับตัว แต่จริงๆ แล้วมันคือช่วงต่อของการนอนเท่านั้นเอง คนเราจะหลับลึกหลับตื้น หลับลึกหลับตื้นสลับกันไปอยู่อย่างนี้ ทีนี้มาพูดถึงกรณีเด็กที่พ่อแม่ปล่อยให้นอนดึก แล้วตื่นสายๆ ในช่วงปิดเทอมเพราะสงสารลูกที่ต้องตื่นเช้ามามากแล้วในช่วงไปโรงเรียน พอเปิดเทอมอีกครั้งหนึ่งเด็กยังปรับตัวให้นอนเร็วตื่นเช้าไม่ได้ หมอก็อยากแนะนำว่า ตัวคุณพ่อคุณแม่เองควรจะวางกฎเกณฑ์ และทำให้เด็กทำตามกฎนั้นๆ ให้ได้ พูดง่ายๆ ก็คือการสร้างวินัยให้กับเด็ก

โดยธรรมชาติเด็กวัย 3 ขวบ ต้องการอะไรที่เป็นกิจวัตร เด็กบางคนจะทวงพ่อแม่เลยว่าทำไมไม่อ่านนิทานก่อนนอนให้เขาฟัง เพราะเขาชอบอะไรที่เป็นกิจวัตร เช่น อาบน้ำก่อนแล้วค่อยกินข้าว ด้วยลักษณะของเด็กวัย 3 ขวบที่เป็นแบบนี้ ซึ่งเด็กอายุ 4-6 ขวบ หมอก็คิดว่าคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้วิธีนี้ได้เหมือนกัน คือ จัดตารางเวลาให้เขาใหม่คืออ่านหนังสือนิทานให้เขาฟัง แล้วก็จัดให้เขาได้เข้านอน หลังจากนั้นเขาจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาได้ฟังนิทานแล้ว เขาจะต้องเข้านอนในเวลาต่อมา

เรื่องของการอ่านนิทานให้ลูกฟังหมออยากจะแนะนำเพราะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก ในแง่ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา ตัวพ่อแม่ยังได้ใกล้ชิดลูก และสามารถถ่ายทอดคุณธรรม วัฒนธรรม ความเชื่อของพ่อแม่ให้เด็กได้ เด็กเล็กๆ อาจจะแค่ให้เปิดหนังสือดูรูปภาพ แล้วบอกว่าเป็นรูปอะไร เด็กโตขึ้นมาหน่อยก็อ่านให้เขาฟัง พอโตขึ้นมาอีกหน่อยพ่อแม่อาจจะเล่าเรื่องที่ยาวขึ้น เพราะเด็กสามารถเข้าใจภาษาได้มากขึ้น"

นอกจากเรื่องของการฝึกวินัยให้ลูกน้อยแล้ว คุณหมอยังแนะนำต่อไปด้วยว่า การที่เด็กจะรู้สึกง่วงนอนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในห้องนอนเป็นสำคัญด้วย ถ้าห้องนอนไหนร้อนเกินไป เสียงดังเกินไป หรือสว่างเกินไป เด็กๆ จะไม่รู้สึกอยากนอนเท่ากับห้องที่มีบรรยากาศเงียบๆ อุณหภูมิพอเหมาะ และมืดสนิท และอีกอย่างหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะนึกไม่ถึงคือ การปล่อยให้ลูกรักดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น โค้ก เป๊ปซี่ หรือแม้แต่ช็อกโกแลตก่อนนอน เพราะอาหารเหล่านี้จะมีสารกระตุ้นประสาทให้รู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาจนเด็กไม่รู้สึกอยากนอน ทั้งๆ ที่อาจจะเลยเวลานอนมามากแล้ว

"การปล่อยให้ลูกทำกิจกรรมตื่นเต้นก่อนนอน ประสาทเด็กจะตื่นตัว นอนยากเข้าไปอีก สรุปแล้วพ่อแม่ต้องจัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้ดีเพียงพอเพื่อให้เขานอนได้ง่ายขึ้น อย่างเด็กบางคนให้นอนตอน 5 ทุ่มช่วงปิดเทอม แต่ถ้าต้องไปโรงเรียนก็ควรให้นอนตอน 2-3 ทุ่มก็พอ

การปรับเปลี่ยนเวลานอนก็ทำได้ง่ายๆ คือปลุกเด็กให้เร็วขึ้น ถ้าเด็กตื่น 9 โมง ก็สามารถปรับให้ตื่นตอน 8 โมงก่อน แล้วค่อยมา 7 โมง ครึ่ง เด็กบางคนปรับตัวได้ไวก็ปรับเวลาตื่นให้เร็วได้ แต่ถ้าเด็กบางคนปรับตัวได้ช้าก็ต้องค่อยๆ ปรับให้เขาไป เช่น ปลุกเร็วขึ้นวันละ 15 นาทีไปเรื่อยๆจนได้เวลาตื่นตามที่ต้องการ"

นอนไม่หลับแบบไหนเรียกว่ามีปัญหา
เมื่อเจ้าตัวเล็กไม่ยอมนอน หรือกว่าจะนอนก็ปาไปจนดึกจนดื่น บางทีนอนแล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเล่นกับพ่อแม่หน้าตาเฉย จะทำอย่างไร

"คือเมื่อไหร่ก็ตามที่การนอนรบกวนกิจวัตรประจำวัน ก็ถือว่าเป็นปัญหา ซึ่งเด็กวัย 3-6 ขวบ ส่วนใหญ่จะไม่ตื่นกลางดึกกันแล้ว ส่วนใหญ่มักจะนอนรวดเดียวตลอดคืน เด็กบางคนไม่ยอมนอนตอนกลางคืน จนกิจวัตรประจำวันรวนไปหมดนี่ถือว่าเป็นปัญหา อีกพวกหนึ่งก็คือพวกที่ตื่นบ่อยๆ เพราะถูกปลุกให้มากินนมในตอนกลางคืน ซึ่งโดยปกติเด็กอายุ 6 เดือนเป็นต้นไปมากถึง 80 % ไม่ต้องการดื่มนมตอนกลางคืน แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักคิดว่าช่วงที่เด็กพลิกตัว คือเวลาที่เขาตื่นขึ้นมาเพราะหิวนม พ่อแม่รีบเอานมใส่ปาก เด็กเลยถูกฝึกให้กินนมกลางคืน บางคนถูกฝึกให้กินจนถึง 5 ขวบก็มี แล้วเด็กกลุ่มนี้มักจะตื่นขึ้นมาฉี่บ่อยด้วย"

แล้วเด็กบางคนมีปัญหาเรื่องการนอนจนถึงกับเรียกว่าโรคนอนไม่หลับ นี่มีกี่เปอร์เซ็นต์กันแน่?

"โรคนอนไม่หลับในเด็กมีเหมือนกันแต่มีน้อย ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นโรค ซึ่งต้องแยกให้ได้ว่ามีปัญหาตอนเริ่มนอนหรือมีปัญหานอนไม่ได้นาน เด็กเล็กๆมักจะไม่มีปัญหานอนไม่พอ เพราะเด็กๆจะจัดการกับการนอนของเขาเอง ซึ่งต่างจากผู้ใหญ่ที่อดนอน แต่ถ้าเด็กโตจะมีปัญหาการเรียน ความจำ การควบคุมอารมณ์ได้"

เด็กนอนละเมอทำอย่างไรดี

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกชอบนอนละเมอโปรดฟังทางนี้ค่ะ คุณหมอให้คำอธิบายง่ายๆ ว่า การนอนละเมอถือเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยสำหรับเด็ก 3-6 ปี สาเหตุเกิดจากการตื่นตัว ซึ่งจะเกิดในช่วงสั้นสุดของวงรอบการนอน บางคนอาจละเมอเดิน แต่บางคนอาจร้องไห้ เดินงุ่นง่าน แต่ไม่รู้สึกตัวทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจ

"การฝันร้าย เชื่อว่าเกิดจากความวิตกกังวล ซึ่งพ่อแม่ไม่ต้องทำอะไรมาก ในกรณีฝันร้าย คุณพ่อคุณแม่ก็ปลอบและเป็นเพื่อนเขาให้เขาคลายความกลัว ในกรณีของนอนละเมอ สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ก็คือ จัดสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าลูกอาจจะเดินละเมอไปถึงให้ปลอดภัยที่สุด และพากลับมานอนโดยไม่ต้องปลุกให้เขาตื่น

เด็กบางคนอาจมีอาการกรีดร้องในตอนกลางคืนโดยไม่รู้สึกตัว ถ้าตื่นนอนตอนเช้าถามเขา เขาก็จะจำอะไรไม่ได้ ซึ่งสาเหตุก็เหมือนกับละเมอซึ่งจะถูกกระตุ้นจากการนอน การเปลี่ยนแปลงเวลานอน ความเจ็บป่วยหรือความเครียด"

ว่ากันว่า เด็กวัย 3-6 ขวบ นี่นะชอบนักชอบหนากับคำชม หรือรางวัลปลอบประโลม เพราะฉะนั้นถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้เขานอนหลับสนิททั้งคืน ในช่วงต้นๆ ของการฝึกการนอนอย่างเป็นระบบ ก็เพียงให้คำชมหรือแสดงความพึงพอใจในวันที่เขาสามารถนอนหลับสนิทไม่ตื่นเลยตลอดคืน

Facebook Comment