อยากได้ความอบอุ่นขอจับนมแม่หน่อยนะ


จับนมแม่
...ได้ความอบอุ่น แต่หากไปคว้าหมับของคนอื่น ไม่ดี...อันตราย ใครเป็นแม่เจ้าลูกชายวัยซนแล้วมีสาวๆ มาฟ้องว่า "พี่ดูน้องนัทสิ มาจับหน้าอกหนู" คุณแม่จึงทำได้แต่ขอโทษเขาไป ลับหลังจึงค่อยมาสอนกติกามารยาทให้ลูก แม่อาจชินแล้วที่ลูกจะมาจับนมแม่ แต่ถึงขั้นไปจับของสาวอื่นเข้า เขาอาจไม่เข้าใจ แล้วเหมาว่าลูกลามกได้นะ

จับเพราะอุ่นใจ
พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญงานจิตเวชเด็ก บอกว่าการที่เด็กชอบจับนมแม่นั้น อาจมาจากต้องการความสนใจจากแม่ที่ทิ้งเขาไว้นาน ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันช่วงหนึ่ง เช่น ไปโรงเรียนทั้งวันเจอกับปัญหาต่าง ๆ นอกบ้านมากมายทั้งจากคุณครู การเรียน การเล่น และเพื่อน ๆ



ระยะเวลาที่เขาห่างแม่ไปอยู่นอกบ้านวันหนึ่งนั้น เขาจะมีทั้งความเหนื่อย ความท้อ ความคิดถึง เมื่อได้กลับมาเจอแม่ก็อยากขอความรักความอบอุ่นจากอกแม่เช่นที่เคยได้ ก็จะมาจับสัมผัสความนุ่ม แน่น รับความรู้สึกอุ่นใจผ่านอวัยวะที่คุ้นเคยนี้ เพราะเคยได้กินได้นอนซบอยู่เสมอ

ทีนี้พอเห็นหน้าอกของสาวอื่น อยากรู้ว่าจะเหมือน(หรือมันไม่เห็นเหมือน)ของแม่ไหม เลยลองจับดู สาวไหนเจอมือหนุ่มน้อยอย่างนี้ไม่ต้องตกใจ เด็กๆเขาแค่อยากได้ไออุ่นค่ะ



วัยชอบสำรวจ
อันที่จริงเด็กๆในวัยนี้ เป็นวัยอยากรู้อยากเห็นและชอบสำรวจร่างกาย บางครั้งนอนๆอยู่หนุ่มน้อยอาจเอามือจับลูบคลำ"เจ้าหนู"ของตัวเองเล่นอย่างเพลิดเพลิน หรือแม่สาวน้อยชอบขอเปิดกระโปรงเพื่อน"ขอดูของเธอ"หน่อย บางคนไปไกลขอจับของหนุ่มน้อยก็มี


การกระทำเหล่านี้อย่าได้คิดเลยเถิดไปไกลว่าลูกเรานี่ "เซ็กซ์จัดเสียจริง" หรือเอ๊ะ..ไปแอบเห็นใครทำมา นักจิตวิทยาหลายท่านบอกตรงกันว่า เป็นธรรมชาติของเขา ที่เริ่มเรียนรู้จักร่างกายของตนเอง จึงอยากสำรวจ วิ่งมาขอดูของพ่อแม่พิสูจน์ความจริงกันไปเลยก็หลายครั้ง

เรื่อง"จับอกสาว"ของลูกจึงมิได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกทางเพศแต่อย่างใด บางครั้งเป็นเพียงเพราะเขาอยากรู้.. ทำไมอกของคุณน้า คุณอา ใหญ่(เล็ก)กว่าแม่เรา หรือเพียงเพราะอยากได้ไออุ่นจากอกแม่เท่านั้นเอง



ให้ลูกเรียนรู้..ควร..ไม่ควร
แม้พฤติกรรม"จับอกสาว"ของลูก จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สามารถพัฒนาให้เหมาะสมกับวัย และปรับให้หายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยให้หนุ่มน้อยของเราจับอกสาวอื่นไปเรื่อยๆ ถึงพี่ป้าน้าอาที่ถูกจับอกจะทำใจได้ แต่ยังนับว่าเป็นพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับอยู่ดี พ่อแม่จำต้องสอนให้ลูกรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะ ไม่ควรทำ


"เราจะต้องค่อยๆ ปรับพฤติกรรมนี้ออกไป และต้องเข้าใจก่อนว่าเด็กเขาทำไปโดยธรรมชาติของเขา และไม่ทราบว่านี่เป็นเรื่องน่าอาย ไม่ควรทำ ซึ่งเป็นกติกาทางสังคมที่เราต้องบอกต้องสอนและสร้างเสริมให้ลูก" คุณหมอพรรณพิมลให้ความเข้าใจให้ความอบอุ่นแบบอื่น


เด็กทำไปด้วยความไร้เดียงสา และไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรตามมา ผู้ใหญ่จึงต้องไม่ไปมีอารมณ์ โกรธ แต่ต้องช่วยให้หนุ่มน้อยของเราเข้าใจกติกาสังคมด้วยท่าทีที่นุ่มนวล เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่เราอยากจะสอนลูกนั่นเอง

เมื่อลูกต้องการความอุ่นใจ คุณแม่ต้องให้ความมั่นใจ ก่อนที่เขาจะพุ่งเข้ามาจับนมแม่ เรียกว่าไม่เปิดโอกาสให้ อาจจับมือลูกเสียก่อน หรือกอด โดยให้มือของหนุ่มน้อยโอบไปรอบตัวแม่ ไม่ปล่อยให้มาสัมผัสหน้าอกแม่ได้ แต่ต้องทำอย่างนุ่มนวล(และแนบเนียน)

นี่เป็นการสอนพฤติกรรมใหม่ที่ยังคงให้ความรักความอบอุ่น สนองตอบความต้องการส่วนหนึ่งของลูกได้ และปรับลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกไปได้ด้วย คุณหมอพรรณพิมลบอกว่าสำหรับคุณแม่ที่ห้ามลูกด้วยคำพูดนั้น ส่วนใหญ่ลูกไม่ค่อยเชื่อ การใช้คำพูดกับพฤติกรรมนี้ไม่ค่อยได้ผล ลูกคว้าหมับเข้าให้แล้วก่อนแม่จะทันพูด ทางที่ดีคือกันไม่ให้เกิดขึ้นเลย


ถ้าไปจับของคนอื่น
สำหรับกรณีที่ขยับไปจับของคนใกล้ชิด เช่น คุณน้าสาว พี่สาว หรือคุณพี่ใจดีข้างบ้าน หากตอบโต้พฤติกรรมนี้ด้วยการลงโทษทันทีทันควัน ลูกอาจหยุดพฤติกรรมไม่ทำอีก แต่เขาจะรู้สึกติดลบในใจว่า แค่จับนมหน่อยเดียว ทำไมต้องโดนตี มีดุแถมอีกต่างหาก ที่สำคัญคือลูกไม่เรียนรู้กติกาสังคมที่ถูกต้อง
หากเป็นอย่างนี้ คุณแม่คงต้องขอโทษ แล้วอธิบายที่มาที่ไปของพฤติกรรมของลูกให้เขาเข้าใจ พร้อมขอความร่วมมือในการแก้ไขพฤติกรรม แถมเป็นวิธีป้องกันตัวกลายๆ ด้วยว่า หากลูกโฉบเข้ามาจะจับ(ถ้าระวังตัวทันนะ) ก็จับ(มือ) เขาก่อน หรือกอดเขาก่อนแบบเดียวกับที่คุณแม่ใช้


แต่หากเขามาด้วยความอยากรู้อยากลอง อยากสนุก ไม่ใช่ต้องการความคุ้นเคย อบอุ่น เหมือนที่ทำกับแม่ เราก็เสนอสถานการณ์ใหม่ชดเชยสิ่งที่เขากำลังจะทำ เช่น เมื่อหยุดยั้งการจับของเขาได้แล้ว เราอาจจูงมือเขาไปนั่งอ่านหนังสือนิทานภาพด้วยกัน ไปช่วยกันเล่นระบายสีลงในสมุดวาดภาพ หรือหาอะไรสนุกๆ ทำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเขา

ท้ายสุด คุณหมอได้ฝากไว้ว่าให้ระวังการย้อนกลับมาของพฤติกรรมไม่เหมาะสมเมื่อลูกกำลังลำบากใจ ว้าเหว่ ต้องการที่พึ่งทางความรู้สึก การได้โอบกอดพูดคุยกับลูกสม่ำเสมอ จะช่วยให้สังเกตปัญหาในใจลูกได้เร็วที่สุด


ไม่เช่นนั้น พฤติกรรม..จับนม..ออกอาละวาดอีกแน่ๆ

บทความแนะนำ

ทำไมจึงปวดท้องเวลามีประจำเดือน
6 วิธีกระตุ้นสมองลูกแรกเกิด
กิจกรรมพัฒนาสมองลูกขวบปีแรก
รู้จักโรคฮิบ HIB โรคติดเชื้อในเด็ก จำเป็นต้องฉีดวัคซีนให้ลูกไหม

Facebook Comment