รู้จัก เข้าใจ เตรียมลูกพร้อมก้าวสู่ ASEAN Community

ในปี 2558 ประชาคมอาเซียน จะเริ่มเดินหน้าฟันเฟืองแห่งอนาคตอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เหลือเวลาเพียงปีกว่าๆ เท่านั้น สำหรับการเตรียมพร้อมตัวเอง เตรียมพร้อมประเทศ และเตรียมพร้อมเด็กๆ ของเราเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเชียน

ประชาคมอาเซียน, อาเซียน, สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ASEAN, Spirit of ASEAN, Buffer Schoo, Sister School, โรงเรียนนำร่อง, ASEAN Community, ลูกวัยอนุบาล

ลูกวัยอนุบาลของเรามีความรู้รอบเรื่องอาเซียนมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญพ่อแม่เตรียมพร้อมให้กับลูกบ้างหรือยัง

‘อาเซียน’ & ‘ประชาคมอาเซียน’ ความเหมือนที่แตกต่าง

อาจารย์ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไ้ด้ช่วยเล่าถึงจุดกำเนิดของชื่อเหล่านี้ว่า

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations) หรือ อาเซียน(ASEAN) เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มประเทศที่ต้องการต่อต้านภัยคุกคามจากกลุ่มคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน โดยมีสมาชิกแรกเริ่มคือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปิส์ และบรูไน ดังนั้นอาเซียนจึงเกิดจากการรวมตัวเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง

ประชาคมอาเซียน(ASEAN Community) เกิดจากการประชุมในกลุ่มสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นก็คือกลุ่มอาเซียนนั่นเอง เพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ที่จะเริ่มขึ้นในปี 2558 เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอาเซียนให้ก้าวไปข้างหน้าสู่ระดับโลก

เมื่อเข้าใจชื่อเรียกแล้ว ควรสอนลูกให้เรียกชื่อเหล่านี้ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ด้วย ต่อไปมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศ และลูกวัยอนุบาลของเราในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558


ประชาคมอาเซียน คืออะไร ตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร แล้วรูปแบบจะเป็นแบบไหน อ.ดุลยภาค มีคำตอบ

Q : ประชาคมอาเซียนก่อตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร


A : อาเซียนเป็นองค์กรที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ คือรัฐต่างๆ มารวมตัวกันแต่ไม่ได้มีมาตรการบีบบังคับให้สมาชิกต้องทำตาม เมื่อเอาไปเที่ยบกับองค์กรสหประชาชาติยุโรปแล้วเราจะดูด้อยกว่า และกระบวนการต่างๆ ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร เมื่อมีการประชุมของประเทศสมาชิกอาเซียนขึ้น ก็เกิดการสถาปนาประชาคมอาเซียน เพื่อเร่งรวมกลุ่มความร่วมมือใกล้ชิดแนบแน่นมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยจะเน้นเรื่องสามเสา คือ เสาที่ 1 เศรษฐกิจ เสาที่ 2 สังคมและวัฒนธรรม เสาที่ 3 การเมืองและความมั่นคง ทั้งนี้ก็เพื่ออำนาจการต่อรองในเวทีระดับโลก

Q : ทำไมถึงต้องเป็น ‘ประชาคม’

A: เมื่อเราใช้คำว่า Community หรือที่แปลว่า ประชาคม ต้องทำความเข้าใจคำศัพท์ตัวนี้ว่าทำไมองค์กรอาเซียนจึงเลือกใช้คำนี้ เพราะเมื่อก่อนพูดถึงอาเซียน คือ องค์กร(Organization) แต่วันนี้อาเซียนจะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ให้เป็น Community หรือ ชุมชน

ให้ลองนึกภาพหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านมีชาวบ้านหลากหลายเชื้อชาติ หลายภาษา หลายวัฒนธรรม มีศาสนสถาน เช่น วัด สุเหร่า โบสถ์คริสต์ มีการประกอบอาชีพที่แตกต่างกัน บ้างก็ทำไร่ไถนา บ้างก็เป็นนักบวช บ้างก็เป็นครูอาจารย์ บ้างก็เป็นนักธุรกิจ เมื่อเราดูโครงสร้างของหมู่บ้านแต่ละกลุ่ม แต่ละโซนก็มีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกัน ทำอย่างไรที่จะให้ความสัมพันธ์เหล่านั้นอยู่กันอย่างสมานฉันท์ จึงเป็นที่มาของการจำลองหมู่บ้านแห่งสัมพันธภาพ ทุกคนต้องเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม นี่คือแบบจำลองที่เอามาใส่ในประชาคมอาเซียน

Q: เมื่อเกิดประชาคมอาเซียน ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร และเด็กไทยต้องเจอกับอะไรบ้าง

A: ในอนาคตผมมองว่าสังคมจะเป็นสังคมนานาชาติมหานคร คือจะมีการเกิดของมหานครมากขึ้น เช่น กาญจนบุรีกับทวาย กาญจนบุรีอาจมีคนหลากชาติหลายภาษาเข้ามาคว่านซื้อที่ดินและเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น คนไทยอาจไปหาผลประโยชน์และไปตั้งถิ่นฐานในระดับสูงในท่าเรือน้ำลึกทวายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อไปอาจไม่ได้เจอแต่คนพม่า แต่จะเจอคนอินเดีย มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ที่เข้ามาร่วมลงทุน นี่คือชุมชนมหานคร ในขณะเดียวกันเส้นทางการขนส่งของอาเซียน ก็จะทำให้เกิดความลื่นไหลของผู้คนและวัฒนธรรมกระจายตัวไปยังเส้นทางการค้าต่างๆ ได้มากขึ้น

โจทย์ใหญ่ตกอยู่ที่การศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนต่างๆ ที่จะอบรมเด็ก และเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อพร้อมรับประชาคมอาเซียน เมื่อเขาลืมตาดูโลก พอจำความได้เขาจะเห็นสื่อโฆษณาหนังสือเกี่ยวกับอาเซียน ซึ่งจะไม่เหมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเขา เขาจะได้รับการฝึกให้เป็นประชาคมอาเซียนไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นแบรนด์ของเขาในอนาคตจะมี 2 อย่าง คือ ไทยกับอาเซียน ในอนาคตภาษาที่สามอาจเป็นภาษาพม่า ภาษาเขมร หรือภาษาอาเซียนเด็กอาจนิยมมากขึ้นมากกว่าภาษาฝรั่งเศสก็ได้

คุณพ่อคุณแม่คงจะพอจินตนาการภาพในอนาคตเมื่อเกิดประชาคมอาเซียนออกแล้วใช่ไหมครับ การโยกย้ายถ่ายเทผู้คนคงจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการพัฒนาของลูกวัยอนุบาลด้วย ดังนั้นต้องอย่าลืมที่จะเรียนรู้พัฒนาตนเองกันทั้งครอบครัว


โครงการ Spirit of ASEAN สร้างโรงเรียนนำร่อง

อ.ดุลยภาคได้ให้ข้อมูลภาคการศึกษาว่า... ในปัจจุบันในภาคส่วนของการศึกษาได้มีการเตรียมพร้อมการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนไว้ในระดับหนึ่งแล้ว นั่นก็คือ โครงการ Spirit of ASEAN จะส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศในอาเซียน 9 ประเทศ (เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย) โดยโรงเรียนนำร่องที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 54 แห่ง จะจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน และมีศูนย์อาเซียนศึกษา ที่เน้นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เทคโนโลยี และภาษาอาเซียน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

Buffer School คือ โรงเรียนที่อยู่ตามแนวชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย โรงเรียนแต่ละแห่งจะต้องเน้นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ และต้องสอนภาษาของประเทศที่มีชายแดนติดที่ตั้งของโรงเรียนด้วย

Sister School คือ โรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ตามแนวชายแดน และไม่ได้ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่มีความพร้อมในการจัดตั้งเป็นศูนย์อาเซียนศึกษา เน้นการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน แต่จะสอนภาษาอาเซียนอีก 1 ภาษา (เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย)

นอกจากนี้ภายในศูนย์อาเซียนศึกษาของโรงเรียนแต่ละแห่ง ยังจะใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ ภาษา สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ทรัพยากรธรรมชาติ เสริมความรู้ด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มประเทศอาเซียนอีกด้วย

โดยโครงการโรงเรียนนำร่องเหล่านี้ คาดว่าในอนาคตเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว จะค่อยๆ จะเริ่มใช้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งลูกของเราจะได้เรียนวิชาเหล่านี้ เพื่อที่เด็กจะได้มีความรู้ ความพร้อมในการอยู่ร่วมกันกับเพื่อนบ้านของเราอีก 9 ประเทศได้

เด็กไทยพร้อมรับประชาคมอาเซียนแค่ไหน


นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเด็กและครอบครัวแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญทำงานด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัวมายาวนานประชาคมอาเซียน, อาเซียน, สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ASEAN, Spirit of ASEAN, Buffer Schoo, Sister School, โรงเรียนนำร่อง, ASEAN Community, ลูกวัยอนุบาลจะมาให้คำตอบเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของการเตรียมความลูกวัยอนุบาลสู่ประชามคมอาเซียนครับ

“ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เด็กไทยยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไม่พร้อมตั้งแต่ในแง่ของโครงสร้างทางความคิด ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานต่างๆ ทั้งระบบ ซึ่งกว่าจะขยับตัวก็ช้ามากในการพัฒนาเด็กและการเตรียมความพร้อมก้าวเข้าสู่อาเซียน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของประเทศอาเซียน แต่ความพร้อมของประเทศในแง่มุมอื่นกลับจะมีการเน้นมานานกว่า เช่น ประชาคมเศรฐกิจ ประชาคมทางความมั่นคง แต่พอมิติทางสังคมและวัฒนธรรมมันเป็นจุดที่อ่อนแอ จากวันนี้อีกสองปีเท่านั้น หากเรามีการเตรียมความพร้อมที่ดี ไทยจะเป็นศูนย์กลางประตูสู่อาเซียนได้ แต่ ณ วันนี้เด็กยังไม่ได้รับการเตรียมความพร้อมที่ดีพอ เด็กไทยยังไม่ได้ก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์เท่าที่ควร ยังไม่มีความทันสมัยในกลุ่มของอาเซียน นั่นเพราะเรายังรู้จักกันไม่ดีพอ

ที่สำคัญคือไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ เรายังขาดการเตรียมความพร้อมในเรื่องทัศนคติของความเป็นมนุษย์ ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดทัศนคติที่บวกต่อประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาเหมือนเรา โดยมองในมุมบวกด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ดีงาม หากเรามองประเทศเพื่อนบ้านเป็นประเทศด้อยพัฒนา การศึกษาต่ำกว่าเรา ก็อาจเกิดความแตกแยกทางสังคม ไม่ยอมฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน การไม่ยอมรับวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย”

ก้าวอย่างมั่นคง สู่ประชาคมอาเซียน


ยังไม่สายเกินไป ที่คุณพ่อคุณแม่จะเตรียมความพร้อมให้กับลูก คุณหมอสุริยเดว มีวิธีง่ายๆ แค่ 3 ข้อ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ปลูกฝังให้กับลูกได้

1. หัวใจที่ยอมรับความแตกต่าง คุณพ่อคุณแม่ต้องฝึกให้ลูกมีวิธีที่คิดที่ดี มีมุมมองด้านบวกกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นภายในครอบครัวควรเปิดใจรับฟังซึ่งกันและกัน ให้เกียรติกัน ยอมรับความแตกต่าง รู้จักการเป็นผู้ฟัง รู้จักกล้าแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นรากฐานของการเปิดใจยอมรับในสิ่งที่หลากหลาย เมื่อเด็กต้องเจอความคิดและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เด็กจะปรับตัวให้อยู่ร่วมกันได้

2. สร้างเด็กสองภาษา คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมความพร้อมสำหรับภาษาที่สองให้กับลูกอย่างเร่งด่วน โดยอย่างน้อยอาจเป็นภาษาอังกฤษ เพราะภาษาอังกฤษจะเป็นหนึ่งในภาษาหลักในประชาคมอาเซียน หากเด็กมีทักษะภาษาอังกฤษก็สามารถสื่อสารได้กับผู้คนในประเทศสมาชิกอาเซียน เพราะหากเขาไม่มีทักษะด้านภาษาที่ดีพอ การสื่อสาร หรือที่สำคัญที่สุดด้านการศึกษาจะเกิดปัญหาขึ้นกับเด็กได้ครับ

3. รู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี เด็กต้องเรียนรู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รู้เท่าทันสื่อต่างๆ เพราะหากไม่รู้เท่าทัน เด็กอาจถูกล่อลวงได้ง่าย เพราะเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะทำให้มีสินค้า สื่อ และเทคโนโลยีต่างๆ หลั่งไหลเข้ามามากมาย หากเด็กไม่ได้รับการฝึกที่ดี เด็กอาจกลายเป็นพวกวัตถุนิยม บริโภคนิยมได้ครับ คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนเขาโดยการพูดคุยและใช้สื่อเป็นตัวกลางในการแนะนำไม่ว่าจะเป็นด้านลบหรือด้านบวก คอยให้เขาได้ลองฝึกการคิดวิเคราะห์ด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ อาจเลือกข่าวสารมานั่งพูดคุยกันก็ได้

การที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ระดับภูมิภาคเลย ดังนั้นระยะเวลาที่เหลืออีกปีกว่าๆ คุณพ่อคุณแม่จะรอช้าไม่ได้แล้วรีบเตรียมพร้อมลูกของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อก้าวสู่เวทีระดับภูมิภาคได้อย่างมั่นคงครับ


บทความแนะนำ

ต้องดู! คู่แฝดเจ้าเล่ห์แอบคุยกันไม่ยอมนอน เกิดอะไรขึ้นหลังได้ยินเสียงแม่
เที่ยวนานเนิบๆ ชมผลิตภัณฑ์ชุมชน “น่านเน้อเจ้า”
ท่านอนของแม่ตั้งครรภ์
มันเทศต้มนม อาหารเสริมลูกน้อยวัย 6 เดือน

Facebook Comment