เคล็ด(ไม่)ลับ สอบเข้าโรงเรียนสาธิต โดยครอบครัวอริยชาญศิลป์

โรงเรียนสาธิต เป็นอีกหนึ่งกลุ่มโรงเรียน ที่พ่อแม่ให้ความสนใจ ด้วยมารตฐานที่การันตีมาอย่างยาวนาน ของโรงเรียนสาธิต จึงมีผู้ปกครองหลายคนอยากให้ลูกได้เรียนที่นี่

todller_3_6_momypedia.com

ครอบครัวอริยชาญศิลป์ คือ 1 ในสมาชิกเว็บไซต์ของ momypedia.com ที่ได้มาแชร์ประสบการณ์การสอบเข้าโรงเรียนสาธิต ในห้องเว็บบอร์ด “เรื่องเรียนของลูก” ซึ่งลูกๆ ทั้ง 3 คนสามารถสอบเข้าโรงเรียนสาธิตได้ทั้งหมด เชื่อว่าผู้อ่านบางท่าน ที่มีเป้าหมายอยากให้ลูกได้เรียนโรงเรียนสาธิตเหมือนกัน คงมีอีกหลายคำถาม ที่อยากถาม เรามีสัมภาษณ์พิเศษ คุณเสกสรรค์ และคุณมุจลินทร์ อริยชาญศิลป์ เพื่อเป็นไอเดียให้กับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นที่อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนสาธิตค่ะ

คุณพ่อเสกสรรค์ เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว พร้อมแนะนำลูกๆ ทั้ง 3 คน “ตอนนี้ผมทำงานเป็นวิศวกร อยู่ที่ AIS ส่วนคุณแม่มุจลินทร์ ทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กทม. เรามีลูก 3 คน ลูกสาวคนโต ชื่อ เบลล์ อายุ 9 ขวบ กำลังขึ้นชั้น ป.4 ลูกชายคนกลาง ชื่อ เจได อายุ 7 ขวบ กำลังขึ้นชั้นป.2 ลูกชายคนเล็ก ชื่อ เคน อายุ 6 ปี ขึ้นชั้นป.1 ครับ”

ในความรู้สึกของพ่อแม่ทำไมถึงต้องเป็นโรงเรียนสาธิตคะ

ตอนลูกคนแรกจะเข้าเรียนเราทั้งคู่ไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง เพียงแต่อยากหาบททดสอบให้เขาทราบว่าการแข่งขันเป็นอย่างไร จึงมาลองสนามสอบที่นี่ โดยเตรียมทำแบบฝึกหัดประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนสอบ ผลปรากฏว่า ลูกสามารถสอบเข้าได้ และเมื่อมีโอกาสเข้ามาอยู่ในรั้วสาธิตจุฬาฯ รู้สึกชอบหลักการเรียนการสอนของที่นี่มาก “ความรู้คู่คุณธรรม” โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการสอนให้เด็กๆ มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ เพื่อนๆโรงเรียน การอ่านหนังสือ การแสดงออก ภาวะผู้นำ และอื่นๆ มากมาย ซึ่งระยะยาวจะดีต่อตัวเด็กๆเอง เช่นถ้าเราบังคับให้อ่านหนังสือ หรือ บังคับให้ไปโรงเรียน เมื่อไม่บังคับเด็กๆก็จะเลิกเอง แต่ถ้าเด็กๆชอบที่จะไปโรงเรียน ชอบที่จะอ่านหนังสือ ระยะยาวเขาจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ได้ครับ

ทำไมถึงคิดว่าลูกของเราเหมาะกับโรงเรียนสาธิตคะ

ผมคิดว่าเด็กๆทุกคน คงเหมาะกับโรงเรียนสาธิตนะครับ (หัวเราะ) เพราะที่นี่ เรียนไม่หนัก เป็นไปตามวัย เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นเยอะ การบ้านไม่มาก มีกิจกรรมเสริมมากมาย เรียนพิเศษที่ทางโรงเรียนจัดให้ มีวิชาที่น่าสนใจ เช่น หมากล้อม เอแม็ท ลีลาศ เพื่อให้เด็กๆทำเป็นกิจกรรมเสริม บางครั้งก็ฝึกจนเก่งเป็นความสามารถพิเศษติดตัวไปจนโต เด็กคนไหนไม่เหมาะก็แปลกแล้วครับ

ที่นี่เขาสอดแทรกวิชาการลงในกิจกรรม ทำให้เด็กๆ รู้สึกสนใจและเข้าใจกับเนื้อหานั้นๆ โดยส่วนตัวพวกเราค่อนข้างเห็นด้วยกับการเรียนรู้ตามวัย เน้นการใช้ชีวิตกับสถานการณ์จริงไม่อยู่ในตำรา สอนให้เด็กรู้จักคิดพิจารณา ไม่เข้าใจก็กล้าที่จะถาม และมีความสุขกับการเรียนรู้

เทคนิคในการติวลูกก่อนสอบ เป็นอย่างไรบ้างคะ

ลูกคนโตได้ติวก่อนสอบแค่ 2 อาทิตย์ โดยใช้หนังสือที่หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ซื้อแทบทุกเล่ม แล้วสอนให้เขาทำแบบฝึกหัด คนกลาง เตรียมตัวจริงจัง 1 ปี คือตั้งแต่อยู่อนุบาล 3 สอนทั้งที่บ้าน ทำแบบฝึกหัด แล้วก็ส่งติวกับสำนักติว คนเล็ก เตรียมล่วงหน้า 2 ปีเลยครับ คือทำแบบฝึกหัดไปพร้อมๆ กับคนกลาง แต่เลือกที่พื้นฐานก่อน เพื่อให้เค้าสนุก และมีกำลังใจในการทำแบบฝึกหัด พอขึ้นอนุบาล 3 เริ่มเข้มข้นเหมือนกับลูกคนกลาง อย่างที่บอกครับ พ่อแม่มีส่วนอย่างมากในการเดินทางครั้งนี้ เนื้อหาการเตรียมสอบนั้นไม่ยากอย่างที่หลายๆสถาบันสอนครับ แต่เราอยู่กับเรื่องใกล้ตัวเช่น สิ่งใดต่อไปนี้ “ตัน” (ลูกชายตอบลูกบอล จริงๆต้องตอบว่าดินสอ) หรือสิ่งใดละลายน้ำได้(ลูกชายตอบทราย เพราเห็นอยู่ในทะเล แต่จริงๆต้องตอบว่าน้ำตาล) เนื้อหาไม่ได้ยากอะไร ที่ยากจริงๆ คือเทคนิคการสอน เพราะเด็กๆจะเข้าใจแบบไหนและจะสามารถจดจำไปมากน้อยแค่ใดอันนี้ยากมากครับ

todller_3_6_momypedia.com

เทคนิคของพวกเรา : เริ่มจากทัศนคติที่ดี เนื้อหาที่เหมาะสม การป้อนและทบทวนที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน เราให้เด็กๆได้มีโอกาสเลือกหนังสือที่ชอบอยู่เป็นประจำ สอดแทรกเนื้อหาด้วยความสนุก และลองทำจริง เน้นเรื่องการฟังและการถาม(มีการเล่านิทาน ทุกคืน และลองถามเขา) ช่วงท้ายก่อนการสอบ เน้นการทบทวนเนื้อหาและการฟังอย่างเป็นระบบ

จำเป็นต้องเข้ารับการติวจากสถาบันต่างๆ หรือไม่ หรือการติวจากสถาบันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสอบเข้ามากกว่าหรือไม่

ขึ้นอยู่กับเวลาในการเตรียมตัว และเวลาของพ่อแม่ครับ ถ้าไม่มีเวลาการใช้สถาบันต่างๆก็พอช่วยได้นะครับ เนื่องจากเด็กๆหลายคน มักจะค่อนข้างดื้อ หรือ ไม่ยอมเชื่อฟังพ่อแม่ ดังนั้น คุณครูตามสถาบันต่างๆ ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ แต่ พ่อแม่ควรที่จะคอยติดตาม สอบถาม ทบทวน และสอนเองด้วย เพื่อจะได้เห็นข้อบกพร่องของลูกและทำความเข้าใจให้กับลูก ส่วนตัวพวกเราเชื่อว่า พ่อแม่มีส่วนมากกว่า 70% ส่วนสถาบันก็ไม่เกิน 30% ครับ

แนวข้อสอบเป็นอย่างไร แล้วสามารถหาแหล่งในการหาแนวข้อสอบ การเก็งข้อสอบ ได้จากที่ไหน

แนวข้อสอบหาได้ไม่ยากครับ โดยดูจากพ่อแม่ที่เข้ามาแชร์ข้อสอบของปีที่ผ่านๆมาครับ เราก็เข้ามาแชร์ที่ www.momypedia.com เหมือนกัน ได้มามากกว่า 20 ข้อจาก 40 ข้อเชียวนะครับในแต่ละปี มีคนเข้ามาดูมากกว่า 18,000 ครั้งเชียว

แนวการเรียนอนุบาลแบบต่างๆ เช่น เตรียมความพร้อม มีผลต่อการสอบเข้าเรียนต่อสาธิตหรือไม่ แล้วควรวางแผนการสอบให้ลูกอย่างไร ในกรณีที่ต้องการเข้าเรียนสาธิตจริงๆ

โรงเรียนอนุบาลของลูกๆเราเป็นแนววิชาการครับ(โรงเรียนราชินีกับ โรงเรียนกสินธร อาคาเดมี่ สาย3) ช่วยเรื่องพื้นฐานได้ดีทีเดียว เห็นเด็กหลายคนมาจากแนวบูรณาการเหมือนกันนะครับ ไม่ว่าแนวใดจำป็นจะต้องมาแข่งขันกันในอัตราประมาณ 3,000 คน รับ 100 คน ดังนั้นการวางแผนการเตรียมสอบสำคัญมาก จากประสบการณ์โดยตรง พวกเราต้องเตรียมคนเล็กค่อนข้างนานกว่าคนอื่นๆ (ล่วงหน้า 2 ปี) แบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะคนเล็กไม่ค่อยให้ความร่วมมือ (เลยเหนื่อยยาวครับ) 555

หากลูกสอบไม่ติด พ่อแม่ควรมีหลักคิด และท่าทีในการปฏิบัติทั้งต่อตัวเองและตัวลูกอย่างไร

เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ และน่าจะสำคัญที่สุดในเรื่องทั้งหมด

  • สำหรับเด็กๆ : พวกเราสอนลูกเสมอว่าการตั้งใจทำอย่างถึงที่สุด สำคัญกว่าผลลัพธ์ที่ได้มา เช่นเรื่องสอบเข้าสาธิต เราจะบอกกันว่าให้ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ และจะไม่เสียใจกับผลที่ได้มา ถึงแม้สอบไม่ติดไม่เสียใจเพราะพวกเราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว
  • สำหรับพ่อแม่ : ลองคิดดูนะครับ เมื่อเราได้เตรียมเด็กๆ ให้มีความรู้อย่างเต็มที่ในการเตรียมสอบแล้ว ไม่ว่าเขาจะสอบได้ที่นี่ หรือไม่ เมื่อไปเรียนที่ใดๆก็ตาม เขาจะมีความพร้อมในเนื้อหามากกว่าเด็กคนอื่นๆ เหมือนรถแข่งที่วิ่งนำคนอื่นไปไกลแล้ว เพียงแต่เราประคองเขาไว้แถวหน้า อนาคตเขาก็จะเดินนำได้อย่างสวยงาม

ดังนั้นการลงทุนลงแรงในตอนนี้ อย่างไรก็จะได้ผลลัพธ์อยู่ที่ตัวเด็กๆอยู่แล้วแน่นอนครับ

ทุกครั้งที่ลูกไปสอบคัดเลือก คุณพ่อคุณแม่ลุ้น หรือตั้งความหวังกับเขามากน้อยแค่ไหนคะ

ลุ้นมากอยู่แล้วครับ แม่เขาถึงขั้นร้องไห้เลยครับเมื่อรู้ผล อย่างที่บอกครับ หลังสอบเสร็จ พวกเราและเด็กๆ จะพักและถามว่าเต็มที่หรือยัง ลูกจะตอบว่าเต็มที่แล้ว พ่อแม่ก็ชื่นชม(จบแล้วครับ) บ่อยครั้งที่เขามักถามว่า ถ้าสอบไม่ติด พ่อแม่จะเสียใจไหม เราก็บอกเขาว่า ขอแค่เขาทำเต็มที่ พ่อแม่ก็ดีใจแล้ว จะติดหรือไม่ ไม่สำคัญครับ

การเลือกโรงเรียนให้ลูก คุณคิดว่ามีผลต่อลูกมากน้อยแค่ไหน

สำคัญมากครับ เพราะเรากำลังเลือกสิ่งแวดล้อม เลือกอนาคต เลือกสังคมให้กับเขา สำหรับพวกเรา ขอแค่เขามีความสุข และมีแนวทางในการดำรงชีวิตที่ดีพอแล้วครับ

คิดว่าลูกจะได้อะไรบ้างจากการเรียนโรงเรียนสาธิต

มากกว่าที่คาดไว้มากเลยครับ หลักการในการดำรงชีวิตร่วมกับสังคมที่ถูกต้อง เขาสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม สิ่งแวดล้อม รู้จักคิด ใช้เหตุผล รู้จักพัฒนาตนเอง แค่นี้ก็มากพอแล้วครับ

เคยมีกระทู้ในเว็บไซต์การศึกษาหลายแห่งพูดว่า จะเข้าสาธิตได้ ต้องเงินหนา คุณพ่อคุณแม่คิดอย่างไรกับเรื่องนี้คะ

กรณีของพวกเราไม่ได้มีค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม นอกจากค่าเล่าเรียน และค่าอุปกรณ์การศึกษาต่างๆ ปีละ20,200 บาทต่อคน (ปีการศึกษา 2556) คิดเป็นเทอมละประมาณหมื่นครับ (ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเหมือนกันครับ) ส่วนกรณีอื่นๆ ก็อาจมีบ้าง เนื่องจาก นโยบายของรร. มีการรับนักเรียนจาก 3 กลุ่ม

  • กลุ่มแรก คือ กลุ่มนักเรียนโครงสวัสดิการมหาวิทยาลัย (บุตรบุคลากร) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่อายุเข้าเกณฑ์ในปีนั้นๆ
  • กลุ่มสอง คือ กลุ่มนักเรียนโครงการสวัสดิการการศึกษาสงเคราะห์ ซึ่งก็ต้องเข้าช่วยเรื่องกิจกรรมต่างของรร.ตามเงื่อนไขท่ำหนด
  • กลุ่มสาม คือ กลุ่มบุคคลทั่วไป ก็คัด นักเรียน 100 คน จากการสอบคัดเลือก

ในกรณีที่น้องสอบไม่ติด แผนสำรองของคุณพ่อคุณแม่คืออะไร

“คนแรกเราเรียนที่โรงเรียนราชินีอยู่ก่อนแล้ว(อนุบาล3) ส่วนคนที่สอง น้องสอบได้ที่กรุงเทพคริสเตียน ก่อนมาสอบได้ที่สาธิต คนเล็กน้องสอบได้ที่โรงเรียนเซนต์ดอมินิก ก่อนจะสอบได้เช่นกันครับ (อย่างที่บอกครับ การวางแผนเตรียมการสำคัญมาก)

นอกจากนี้พวกเราได้ไปฟังปฐมนิเทศน์ของหลากหลายโรงเรียน และเชื่อว่าทุกโรงเรียนเป็นโรงเรียนที่ดีมาก เด็กทุกคนสามารถเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ การสอบเข้าโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่อยากให้เด็กๆ ได้มีโอกาส อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ที่จะได้แข่งขัน ได้รู้จักการเตรียมตัว ได้รู้จักแพ้ชนะ ดีใจ เสียใจ ซึ่งเป็นโอกาสที่พ่อแม่จะได้เป็นที่ปรึกษา สอนวิธีการจัดการกับเรื่องเหล่านั้น เมื่อโตขึ้นเด็กๆก็จะสามารถดูแลชีวิตของเค้าได้ในแนวทางที่ถูกต้องนั่นเองครับ”

บทความแนะนำ

เทคนิคตัดผมให้ลูก
Q & A ลูก 5 เดือนชอบร้องไห้ตอนนอนและตื่นนอน
10 ปัญหาช่องปากของลูก
อยากท้อง อย่าเพิ่งรีบลุกขึ้นจากเตียงหลังมีเซ็กส์จริงหรือ ??

Facebook Comment