ชวนหนูน้อยเปิดห้องเรียนในห้องครัว


 
คูณแม่รู้หรือป่าวค่ะ ห้องครัวที่คุณแม่เข้าไปทำอาหารอยู่เป็นประจำสามารถเปลี่ยนให้ห้องครัวแสนธรรมดาภายในบ้าน เป็นห้องเรียนที่แปลกใหม่ให้ลูกได้อีกด้วยค่ะ

พาลูกเข้าห้องครัว มีดีกว่าที่คิด

การที่แม่พาลูกเข้าห้องครัวนั้น ช่วยทำให้ลูกพัฒนาการเรียนรู้ได้หลายด้านเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาทางด้านร่างกาย ด้านสติปัญญา บุคลิกภาพทางอารมณ์ โดยคุณแม่สามารถให้ลูกทำกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้การทำกิจกรรมร่วมกันจะทำให้ลูกได้รับความอบอุ่นและจะทำให้ลูกเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองอีกด้วยค่ะ

5 กิจกรรมพัฒนาลูกในห้องเรียน (ครัว)

 คุณแม่ต้องรู้ก่อนนะคะว่า การสอนลูกโดยใช้ห้องครัวนั้นไม่ได้มุ่งให้ลูกจะให้ทำอาหารเป็น แต่เป็นการสอนให้ลูกได้เรียนรู้ด้วยสิ่งของรอบตัวค่ะ
  • คำศัพท์พาเพลิน เป็นกิจกรรมที่ง่ายแสนง่ายเลยค่ะ เพราะการทำอาหารจะต้องมีอุปกรณ์ในการทำ อุปกรณ์การทำอาหารนี้แหละค่ะแหล่งเรียนรู้ที่ดีเลย เพียงคุณแม่สอนให้ลูกเรียกชื่ออุปกรณ์ หรือคุณแม่อาจจะเพิ่มเติมภาษาอังกฤษเข้าไปด้วยยิ่งดีขึ้นมากเลยค่ะ
 
  • เมนูนี้หนูทำเอง  ก่อนให้คุณแม่จะให้ลูกน้อยเป็นกุ๊กตัวน้อยควรพาลูกไปล้างมือก่อนนะคะ เพื่อให้ลูกรู้จักสุขภาพอนามัยที่ดีและจะได้ติดเป็นนิสัย จากนั้นค่อยๆเริ่มฝึกให้ลูกทำความสะอาดผักรวมไปจนถึงอุปกรณ์ในห้องครัวค่ะ เมื่อถึงขั้นตอนทำอาหาร ระหว่างนี้คุณแม่ควรอธิบายถึงประโยชน์ของอาหารแต่ละมื้อ เพื่อกระตุ้นให้ลูกอยากรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้นค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนากล้ามเนื้อของลูกด้วยการฝึกให้ลูกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ด้วยการ ปลอกเปลือกไข่ หรือคลุกผักสลัดก็ได้ค่ะ
 
  • เกมเก็บของให้เข้าที่  หลังจากทำอาหารเสร็จขั้นตอนต่อไปก็ต้องเก็บของให้เป็นที่ ซึ่งการเก็บของนี้แหละค่ะสามารถทำเป็นเกมแสนสนุกให้ลูกได้ด้วยนะคะ การเก็บของจะทำให้ลูกสามารถแยกประเภทของใช้ได้ถูกต้อง และยังสามารถสร้างระเบียบวินัยให้กับลูกได้ด้วย
 
  • เตรียมตัวหม่ำข้าว กิจกรรมนี้สามารถทำให้ลูกได้รู้จักคิดในการวางตำแหน่งของสิ่งของ บนโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็น จาน ชาม ช้อน ควรวางไว้ตรงไหน โดยมีคุณแม่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
 
  • เก็บโต๊ะให้เรียบร้อย เมื่อกินข้าวเสร็จคุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักการทำความสะอาดบนโต๊ะอาหาร โดยสอนลูกว่าจาน ชาม ควรวางไว้ที่ไหน และเศษอาหารควรวางที่ไหน เพียงเท่านี้ก็สอนให้ลูกรู้จักวินัยแล้วค่ะ
 
คุณแม่อย่าลืมนะคะ ภายในห้องครัวนั้นแฝงไปด้วยอันตรายอย่างเช่น มีด หรือสิ่งของมีคม ดังนั้นคุณแม่ควรดูลูกอย่างใกล้ชิด อย่าประมาทเด็ดขาดเพราะ อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอค่ะ
 

บทความแนะนำ

เตรียมความพร้อมนำลูกสู่ศตวรรษที่ 21
5 อาการป่วยในเด็ก 1-3 ปี ที่ไม่ควรวางใจ
วัคซีนทางเลือก จำเป็นแค่ไหน
เมนูยามเดินทางของเด็กวัย 6- 12 เดือน

Facebook Comment