รับมือลูกถูกเพื่อนแกล้ง

ปัญหาของเด็กวัยอนุบาลที่พ่อแม่หลายคนกังวลใจ คือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง ลูกทะเลาะกับเพื่อน หรือถูกหัวโจกรังแก เพราะเด็กอนุบาล 3 ที่เป็นพี่ใหญ่สุดในวัยอนุบาล การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนจึงพัฒนาการตามวัยไปด้วย แต่ยิ่งคุย ยิ่งเล่นกันบ่อยเข้า เรื่องทะเลาะ รังแกก็ตามมา เห็นทีต้องร่วมมือกับคุณครู หาทางแก้ปัญหาปรับพฤติกรรมเด็กที่ชอบแกล้งเพื่อนแล้วล่ะ

สารพันวิธีรังแกของวัย อนุบาล 3 มีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังค่ะ
น้องนัท: หนุ่มน้อยที่ไม่ชอบดื่มนม แอบเทนมของตัวเองใส่แก้วเพื่อน แล้วรีบบอกว่า "ผมดื่มหมดแล้ว…"

น้องข้าวปั้น: เจ้าหนูที่ตัวโตกว่าใครเพื่อน เวลาไม่ถูกใจใครเป็นต้อง 'ผลัก'

น้องแพร: เอาของเล่นมาที่โรงเรียนทีไร ถูกเพื่อนทุกที

เห็นไหมคะว่าวิธีรังแกของหนูๆ ไม่ใช่แค่เรื่องต่อยตี แต่ยังมีรายละเอียดที่เราอาจนึกไม่ถึง แม้เรื่องรังแกของวัยนี้เป็นเรื่องไม่ซับซ้อนและทะเลาะกันไม่นาน โกรธกันวันนี้ พรุ่งนี้ก็คืนดีกันแล้ว แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดปมด้อยตามมาทั้งสองฝ่าย คนแกล้งอาจกลายเป็นผู้ใหญ่เกเร ฝ่ายที่ถูกแกล้งอาจกลายเป็นคนไม่สู้คน ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง รู้อย่างนี้แล้วมาหาทางรับมือเมื่อเหตุการณ์รังแกกันเกิดขึ้นในห้องเรียนเจ้าตัวเล็กกันค่ะ

kids_momypedia.com

สถานการณ์เฉพาะหน้า

1. บทบาทครูผู้พิทักษ์

  • ถ้าเห็นเด็กรังแกกัน ให้แยกสองฝ่ายออกจากกันในระยะเวลาสั้นๆ ก่อน เพื่อให้อารมณ์ของหนูเย็นลง
  • ให้คำมั่นสัญญาอย่างแข็งขันให้เด็กที่ถูกรังแกอุ่นใจ เช่น "ครูรักหนูนะ ครูจะปกป้องหนูเหมือนคุณพ่อคุณแม่ดูแลหนู ไม่ให้ใครมารังแกหนูอีก"
  • ปรับพฤติกรรมของเจ้าหนูจอมรังแก สอนให้เขารู้จัก 'ขอโทษ'
  • สอนหนูที่ถูกรังแกให้รู้จัก 'การให้อภัย' เพราะจะช่วยพัฒนาทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น แล้วยังสอนหนูที่เป็นฝ่ายรังแกให้รักเพื่อนมากขึ้น เพราะขนาดเราไปรังแกเขา เขาไม่ชอบใจ แต่เขายังให้อภัยเราได้ หนูจะเข้าใจและไม่อยากแกล้งเพื่อนอีก
  • อาจให้ทั้งสองฝ่ายช่วยเสนอแนะทางออก โน้มน้าวให้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เช่น น้องดิวแย่งตุ๊กตาของน้องหว้า น้องดิวอาจจะขอเล่นตุ๊กตาในช่วงเช้า แล้วคืนให้น้องหว้าในตอนบ่าย


2. สื่อสารกับทางบ้าน

      • สังเกตขอบเขตการถูกรังแกของเด็กว่ารุนแรงและบ่อยแค่ไหน ถ้ามีพฤติกรรมทำซ้ำหรือร้ายแรงจนน่าห่วง ขอให้คุณครูรีบสื่อสารกับพ่อแม่ของเด็กค่ะ
      • ท่าทีในการสื่อสารของคุณครูก็สำคัญค่ะ ใช้วิธีพูดคุยในทำนองบอกเล่าเรื่องราวและปรึกษา แต่อย่าแทรกอารมณ์ตำหนิหรือย้ำถึงปมด้อยของเด็กเชียวค่ะ เพราะจะทำให้พ่อแม่ร้อนใจ ดีไม่ดีหนนี้หนูๆ อาจจะต้องย้ายห้องหรือย้ายโรงเรียนกะทันหันตามใบสั่งของพ่อแม่ก็ได้


3. บทบาทพ่อแม่

      • มีท่าทีที่ดี เมื่อคุณครูบอกเล่าถึงพฤติกรรมของลูกเมื่ออยู่โรงเรียน เพราะนั่นแสดงว่าคุณครูดูแลเอาใจใส่ลูกคุณเป็นอย่างดี
      • ให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียน ด้วยการพูดคุย เล่ารายละเอียด เพื่อร่วมกันหาทางออก
      • ที่สำคัญคืออย่าติดป้ายเด็กคู่กรณีของลูกเราว่าเป็นเด็กมีปัญหา ขอให้เข้าใจว่านี่เป็นหนึ่งช่วงพัฒนาการของหนูที่จะเรียนรู้รายละเอียดการเข้าสังคมกับผู้อื่น แต่ควรหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน


4. เพื่อนที่ดีที่สุด คือตัวหนูเอง

      • อย่าอยู่ใกล้ๆ เพื่อนที่ชอบแกล้งตอนที่ไม่มีเพื่อนหรือคุณครูอยู่ด้วย เพราะจอมแกล้งเขาอาจจะหมั่นเขี้ยว อยากรังแกเพื่อนคนเดิมซ้ำอีก
      • อย่าตอบโต้ด้วยการใช้กำลังหรือคิดแก้แค้น เพราะจะยิ่งทำให้เรื่องไปกันใหญ่


แก้ไขระยะยาว
ทั้งพ่อแม่และคุณครูล้วนเป็นแรงสำคัญที่จะช่วยสร้างกำลังใจให้หนู สอนหนูให้มีความเชื่อมั่น และกล้าปกป้องตัวเองเมื่อถูกรังแก

      • ย้ำกับเด็กว่า 'ถึงเพื่อนคนนั้นจะชอบรังแกหนู แต่เพื่อนคนอื่นกับครูรักหนูมากนะ'
      • แต่งตั้งให้ลูกเป็นผู้ช่วยคุณครูดูแลเพื่อนๆ เขาจะได้ช่วยแก้นิสัยของเพื่อนที่เป็นจอมรังแก
      • แต่อย่าลืมว่าต้องไม่ใช่การยุหรือผลักดันให้หนูตอบโต้ หรือหันมาใช้พฤติกรรมไม่น่ารักเหมือนที่เขาถูกเพื่อนทำนะคะ


เรื่องสำคัญอย่างนี้ ต้องร่วมมือกันทั้งตัวเด็ก ที่บ้าน และที่โรงเรียน ด้วยวิธีที่ว่ามานี้ ปัญหาแบบไหนก็พร้อมรับมือแน่นอนค่ะ

บทความแนะนำ

เห็ด ประโยชน์และคุณค่ามากกว่าที่คิด
เตรียมสมองลูกรักให้พร้อม อนาคตที่ดีอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เค้กวุ้น...วันแม่ ส่งรักถึงแม่ จากใจลูก
10 วิธีดูแลลูกรักช่วงหน้าฝน

Facebook Comment