ระวังอุบัติเหตุ เกิดที่สนามบิน

สมัยนี้การเดินทางด้วยเครื่องบินก็ราคาถูกลงมาก สะดวก รวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเลือกการเดินทางด้วยเครื่องบิน เพราะประหยัดเวลากว่าการใช้รถยนต์เป็นไหนๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า ระหว่างการรอเดินทางด้วยเครื่องบินที่สนามบินนั้นก็อาจจะเกิดการบาดเจ็บกับลูกได้เช่นกัน ลองมาดูกันนะครับว่า มีการบาดเจ็บอะไรบ้างที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าตัวน้อยของคุณะระหว่างรอเดินทางที่สนามบินครับ


อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุที่สนามบิน, การปฐมพยาบาล, เครื่องบิน, แผลฉีกขาด, พลัดตกจากที่สูง, บาดเจ็บ, บันไดเลื่อน, เลือดกำเดาไหล, รถเข็นกระเป๋า, การเดินทาง,



บริเวณลานจอดรถ/ทางเดินเท้าหน้าอาคาร
ลูกวัยซนมักตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยว จึงไม่แปลกที่จะออกอาการดีอกดีใจ วิ่งเล่นไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นที่ลานจอดรถหรือแม้กระทั่งริมทางเดินที่อยู่หน้าอาคารผู้โดยสาร ซึ่งโดยปกติแล้วการจราจรที่สนามบินจะคับคั่ง หากวิ่งเล่นกันบนทางเดินแล้วเกิดพลาดพลั้งก็อาจจะโดนรถเฉี่ยวชนเอาได้ หรือการหยอกเล่นกัน หรือเดินโดยไม่ได้ระวังรถที่ขับถอยหลัง จนอาจโดนรถถอยทับอย่างที่เป็นข่าวกันบ่อยๆ หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นก็เป็นเหตุการณ์อันน่าเศร้าที่ไม่เกินการคาดเดาครับ

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ทั้งลูกน้อยวัยซน ทั้งกระเป๋าสัมภาระ ทั้งเอกสารการเดินทาง ฯลฯ เผลอเพียงครู่เดียวลูกน้อยก็อาจจะวิ่งไปอยู่บนถนนให้คุณพ่อคุณแม่ใจหายกันได้ ดังนั้น ก่อนออกเดินทางกับลูกน้อย ควรเผื่อเวลาไว้สักหน่อย เพราะต้องดูแลกันเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยครับ

ประตู โดยส่วนใหญ่ประตูที่สนามบินจะเป็นประตูอัติโนมัติครับ แต่อย่างไรก็ตามยังมีบางพื้นที่ที่สนามบินใช้ประตูบานเลื่อนหรือบานเปิดทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นประตูห้องน้ำ ประตูทางเข้าร้านอาหาร หรือสำนักงานในสนามบิน ซึ่งประตูแบบนี้ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

ซึ่งการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเป็นการโดนประตูหนีบ ไม่ว่าจะเป็นหนีบที่มือ เท้า นิ้วมือหรือที่คอ ตัวอย่างเช่น ลูกเอานิ้วแหย่เข้าไปในช่องหรือรู จนติดตามรูร่องช่องหลืบต่างๆ บางครั้งเด็กอาจจะเห็นประตูเป็นของเล่น พากันเปิดปิดกันเพื่อเล่นซ่อนหาบ้าง จ๊ะเอ๋บ้าง เล่นเพลินๆ ก็อาจจะพลาดโดนประตูฟาดเข้าที่ใบหน้าหรือศีรษะ เกิดเลือดกำเดาไหล ใบหน้าบวมช้ำ หรือหน้าผากปูดโนได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องเฝ้าระวังเจ้าตัวเล็กไม่ให้ไปเล่นกับประตูพวกนี้ พาไปเล่นในพื้นที่เล่นสำหรับเด็กน่าจะดีกว่าครับ

บันไดเลื่อน เป็นภาพที่ค่อนข้างชินตาสำหรับบ้านเรา ทั้งการเอามือไปปั่นสายพานราวจับบันได วิ่งขึ้นลงสวนทางบันไดเลื่อน หยอกล้อกันบนบันไดเลื่อน เอาเท้าไประบริเวณขอบทางบันไดเลื่อน หรือยึดพื้นที่บริเวณทางขึ้นลงบันไดเลื่อนเป็นที่เล่น

ทั้งหมดนี้เสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บทั้งสิ้นครับ ไม่ว่าการที่อวัยวะเข้าไปติดกับราวบันไดเลื่อนจนเกิดแผลฉีกขาด หรือถึงขั้นการสูญเสียอวัยวะ การพลัดตกหกล้มจากบันได ถูกชนกระแทกจากผู้ใช้บันไดเลื่อนขึ้นลง หรือกรณีที่รุนแรงที่สุดดังที่เป็นข่าวไปเมื่อไม่นานมานี้ คือการที่ศีรษะเข้าไปติดระหว่างซอกบันไดเลื่อนกับพื้นชั้นบน

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องระมัดระวัง ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นกันบริเวณบันไดเลื่อน แนะนำและแสดงให้ลูกน้อยดูถึงวิธีการใช้บันไดเลื่อนที่ถูกต้อง ระวังชิ้นส่วนของเสื้อผ้า รองเท้า ที่อาจเข้าไปเกี่ยวพันกับบันไดเลื่อน และท้ายสุดหากเป็นเด็กเล็กก็ไม่ควรปล่อยให้ขึ้นบันไดเลื่อนตามลำพัง

ระเบียงหรือมีราวกั้นกันตก ถึงแม้อาคารผู้โดยสารจะมีการออกแบบราวกั้นที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอย่างดีแล้ว แต่ก็ควรระวังลูกปีนขอบราวระเบียงกั้นกันตกเล่นด้วยนะครับ เพราะหากพลาดพลั้งตกจากราวกั้นระเบียงลงมา การบาดเจ็บอาจจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่การฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก หัวแตกเป็นแผลปูดโน กระดูกแขนขาหัก หรือแม้กระทั่งตกจากที่สูงจนเสียชีวิตได้

รถเข็นกระเป๋า ไม่ว่าลูกจะนำรถเข็นมาเข็นเล่นกัน ทั้งนั่งทั้งปีนขึ้นลงรถเข็น ก็ไม่ควรทำครับ เพราะหากเกิดพลาดขึ้นมาก็เจ็บตัวได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกลงมาจากรถเข็น หรือรถเข็นชน กระแทก เกิดการฟกช้ำดำเขียว ศีรษะกระแทกหรือกระดูกหักได้ ซึ่งเคยมีข่าวจากประเทศอเมริกาเกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิต จากการตกลงจากรถเข็นกระเป๋าในสนามบินแล้วโดนรถเฉี่ยวชน สร้างความเสียอกเสียใจแก่พ่อแม่ของเด็กไม่น้อย ซึ่งคงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เลยใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะป้องกันได้ก็คือ ไม่ควรให้ลูกๆ เล่นรถเข็นพวกนี้

หากเกิดการบาดเจ็บขึ้น ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มให้การปฐมพยาบาล ขอให้ตั้งสติก่อนครับ อย่าตกใจเกินไป และที่สำคัญอย่าเพิ่งไปกล่าวโทษเด็ก

เมื่อเกิดการฟกช้ำ บวม หลังจากการกระแทก ไม่ว่าจะเป็นที่ส่วนใดของร่างกาย ให้ประคบส่วนที่บาดเจ็บด้วยผ้าชุบน้ำเย็นบิดหมาด หรือถุงผ้าห่อน้ำแข็ง หรือเจลแช่เย็น ใน 24 ชั่วโมงแรกครับ ไม่ควรใช้การประคบร้อนหรือใช้น้ำมันนวดคลึง เพราะการที่บริเวณที่บาดเจ็บบวมขึ้นมานั้น เกิดจากเลือดออกใต้ผิวหนัง ความเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ส่งผลให้เลือดไหลมาในบริเวณที่บาดเจ็บนั้นลดลง

แต่ในทางกลับกันความร้อนจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวส่งผลให้เลือดมาคั่งบริเวณที่บาดเจ็บมากขึ้น ส่งผลให้อาการบวมเป็นมากกว่าเดิม

คุณพ่อคุณแม่อาจเชื่อว่าการนวดคลึงที่บริเวณบวมนั้น จะทำให้อาการบวมยุบลง แต่ความเป็นจริงแล้ว การนวดคลึงกลับทำให้เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บโดนทำร้ายมากขึ้น เกิดความเจ็บปวดมากกว่าเดิม ดังนั้น การนวดคลึงบริเวณที่บวม จึงไม่ใช่การปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีครับ

ถ้ามีแผลฉีกขาดเกิดขึ้น ขั้นตอนแรกคือล้างแผลด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด อาจเปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลผ่าน หากมีสิ่งสกปรกติดบริเวณแผลให้ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดถูบริเวณแผลเบาๆ จนสิ่งสกปรกหลุดออกทั้งหมด ขั้นตอนนี้อาจจะทำให้มีเลือดออกมากขึ้นเล็กน้อยครับ (ไม่ต้องตกใจ) และเมื่อแผลสะอาดดีแล้ว ให้กดแผลเพื่อห้ามเลือดโดยใช้ผ้าสะอาดหรือผ้ากอซ กดไปตรงที่บาดแผล อาจจะใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที เลือดก็จะหยุดไหลจากนั้นให้ทายาฆ่าเชื้อบริเวณรอบๆ บาดแผล (ไม่ใส่เข้าไปในแผลโดยตรงนะครับ) แล้วปิดแผลด้วยผ้ากอซ หรือพลาสเตอร์ปิดแผล ก็เสร็จเรียบร้อย

แต่หากเป็นบาดแผลใหญ่เลือดออกมาก การกดที่บาดแผลอาจจะไม่พอที่จะทำให้เลือดหยุด ต้องไปพบคุณหมอโดยเร่งด่วน ระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลก็ยังคงต้องใช้การกดแผลเพื่อลดการเสียเลือด แต่ห้ามใช้วิธีการขันชะเนาะโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีอันตรายมากอาจะทำให้อวัยวะนั้นๆ ขาดเลือดและทำให้สูญเสียอวัยวะได้ครับ

เลือดกำเดาไหล ควรให้ลูกนั่งในท่าโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยพร้อมก้มหน้าลง หายใจทางปาก แล้วค่อยๆ บีบปีกจมูกสองข้างเข้าหากัน ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ระหว่างนี้อาจใช้ผ้าเย็น ถุงผ้าห่อน้ำแข็ง หรือเจลประคบเย็นวางบริเวณต้นคอหรือประคบไว้บริเวณหน้าผากเพื่อลดปริมาณ เลือดที่ไหลเวียนมาบริเวณจมูกครับ

ไม่ควรให้ลูกนั่งเงยหน้าเพราะจะทำให้เลือดที่ไหลจากบริเวณจมูกไหลลงสู่คอ ผ่านทางโพรงจมูกด้านหลัง เข้าไปยังกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เจ้าตัวน้อยมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและอาจอาเจียนออกมาในภายหลัง ทำให้สับสนได้ว่าเลือดที่ออกมานั้นมากจากที่ใดกันแน่

หากให้การดูแลเบื้องต้นแล้วเลือดยังไม่หยุด ให้ทำซ้ำได้อีกหนึ่งครั้ง แต่ถ้าเลือดกำเดายังไหลไม่หยุดอีก ก็ควรพาเจ้าตัวน้อยไปพบคุณหมอเพื่อให้การดูแลต่อไปจะดีกว่าครับ

กรณีพลัดตกจากที่สูง ให้สำรวจก่อนครับ ว่าเด็กรู้สึกตัวหรือไม่โดยการเรียกชื่อและเขย่าตัวเบาๆ หากไม่รู้สึกตัวให้รีบแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที และหากจะเคลื่อนตัวผู้ป่วยก็ต้องทำอย่างถูกต้องและระมัดระวัง เนื่องจากการพลัดตกจากที่สูงอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่กระดูกต้นคอและการ เคลื่อนตัวผู้ป่วยที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อประสาทไขสันหลัง ซึ่งทำให้เสียชีวิตหรือพิการได้ครับ

อุบัติเหตุจากบันไดเลื่อน เช่น นิ้วมือนิ้วเท้าติดบริเวณบันไดเลื่อน ให้รีบกดปุ่มหยุดการทำงานของบันไดเลื่อนทันที (ซึ่งมักจะเป็นปุ่มสีแดงอยู่ตรงปลายทางบันไดเลื่อน) จากนั้นรีบตามเจ้าหน้าที่หรือหน่วยแพทย์ฉุกเฉินครับ ไม่ควรดึงหรือกระชากอวัยวะส่วนนั้นออกมา เพราะอาจจะทำให้เกิดการฉีกขาดของอวัยวะมากขึ้นจนถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ

การบาดเจ็บทั้งหลายที่กล่าวมา เป็นเหตุการณ์ที่เราสามารถเฝ้าระวังและป้องกันได้ ยิ่งคุณพ่อคุณแม่ระมัดระวังมากขึ้นโอกาสที่เจ้าตัวเล็กจะเจ็บตัวก็มีน้อยลง หรือไม่มีเลย ทีนี้ทุกคนในครอบครัวที่จะได้เดินทางร่วมกันอย่างมีความสุขและปลอดภัยแล้วครับ

บทความแนะนำ

10 กลยุทธ์สู้เมียน้อย เมื่อจับได้ว่าสามีมีกิ๊ก
สุดยอดคุณพ่อยอดฮีโร่ของลูก ช่วยลูกไว้ได้หวุดหวิด
DIY ชุดครัวสุดเจ๋งสำหรับลูกๆ สร้างด้วยลังกระดาษ
เผด็จศึก...ความเครียดของคุณแม่ท้อง

Facebook Comment