โรคมือ เท้า ปาก โรคที่ลูกอาจติดต่อจากโรงเรียนและถึงตาย

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่พ่อแม่จะต้องระวังให้มาก เพราะสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่บ้านและในโรงเรียน และอาการของโรคมือ เท้า ปากก็คล้ายกับโรคหวัดจนพ่อแม่ไม่ทันสังเกตถึงความรุนแรง จนบางครั้งกว่าจะรู้และรักษาให้หาย เด็กก็อาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นเราจึงควรรู้เรื่องโรคมือ เท้า ปาก กันไว้เพื่อหาทางป้องกัน ดูแล และรักษาให้ทันท่วงที


สาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก
โรคมือ เท้า ปาก (Hand-Foot-and-Mouth Disease: HFMD) เกิดจากเชื้อไวรัสหลายตัวในตระกูลเอนเตอโรไวรัส ซึ่งมีกว่า 70 สายพันธุ์ โดยมากเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จะรับเชื้อได้ง่าย ไวรัสตัวนี้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางสมองได้ค่อนข้างรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การแพร่กระจายของโรคมือ เท้า ปากส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการสัมผัสกันเป็นหลัก โดยเชื้อไวรัสอาจติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของเด็กที่ป่วย รวมไปถึงการไอจามรดกัน ซึ่งจะติดต่อกันง่ายมากขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย ดังนั้นเด็กที่คลุกคลีและเล่นกับเด็กที่ป่วยจึงมีโอกาสติดเชื้อได้สูง


โรคมือเท้าปาก, มือ เท้า ปาก, โรคติดต่อ, โรคระบาด, เชื้อไวรัส, เป็นไข้, ตัวร้อน, ลูกไม่สบาย, ไอ, จาม, สารคัดหลั่ง, น้ำมูก, ยาลดไข้, ยาแก้ไข้



อาการโรคมือ เท้า ปาก เป็นอย่างไร
อาการโรคมือ เท้า ปากระยะแรกจะเริ่มจากเป็นไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย อาจมีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ เสียงแหบ (คล้าย เป็นหวัด) อาเจียนหรือถ่ายเหลวร่วมด้วย ต่อมาเป็นผื่นและตุ่มน้ำใสที่บริเวณปาก ฝ่ามือ และฝ่าเท้า บางครั้งอาจจะมีผื่นขึ้นที่บริเวณก้นด้วย ลักษณะสำคัญเฉพาะโรคนี้คือ ตุ่มน้ำใสที่ขึ้นในปากจะมีขนาดเล็กและแตกเป็นแผลตื้นๆ โดยเฉพาะบริเวณลิ้นและกระพุ้งแก้ม ทำให้เด็กกินอาหารได้ลดลง และน้ำลายไหลมากผิดปกติ ส่วนตุ่มใสที่มือและเท้าจะไม่แตกเหมือนตุ่มในปาก

แม้ว่าอาการของเด็กที่เป็นโรคมือ เท้า ปากจะแยกจากโรคทั่วไปได้ยาก แต่ก็พอจะมีสิ่งที่สังเกตได้อยู่ ถ้าลูกมีไข้โดยไม่รู้สาเหตุว่าเกิดจากอะไรควรหยุดเรียนเพื่อรอดูอาการอย่างน้อย 5-7 วัน หากไข้ลดลงแล้วไม่มีตุ่มใสขึ้นก็ไปโรงเรียนได้ตามปกติ แต่หากเฝ้าดูอาการแล้วพบว่ามีตุ่มขึ้นก็อาจจะเป็นโรคมือ เท้า ปาก และเมื่อพบว่าลูกป่วยเป็นโรคนี้ควรให้ลูกหยุดเรียน เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคมือ เท้า ปาก ดังนั้นหลักในการสังเกตง่ายๆ จึงอยู่ที่ตุ่มใสที่ขึ้นร่วมกับอาการมีไข้



โรคมือเท้าปาก, มือ เท้า ปาก, โรคติดต่อ, โรคระบาด, เชื้อไวรัส, เป็นไข้, ตัวร้อน, ลูกไม่สบาย, ไอ, จาม, สารคัดหลั่ง, น้ำมูก, ยาลดไข้, ยาแก้ไข้ โรคมือเท้าปาก, มือ เท้า ปาก, โรคติดต่อ, โรคระบาด, เชื้อไวรัส, เป็นไข้, ตัวร้อน, ลูกไม่สบาย, ไอ, จาม, สารคัดหลั่ง, น้ำมูก, ยาลดไข้, ยาแก้ไข้


โรคมือเท้าปาก, มือ เท้า ปาก, โรคติดต่อ, โรคระบาด, เชื้อไวรัส, เป็นไข้, ตัวร้อน, ลูกไม่สบาย, ไอ, จาม, สารคัดหลั่ง, น้ำมูก, ยาลดไข้, ยาแก้ไข้ โรคมือเท้าปาก, มือ เท้า ปาก, โรคติดต่อ, โรคระบาด, เชื้อไวรัส, เป็นไข้, ตัวร้อน, ลูกไม่สบาย, ไอ, จาม, สารคัดหลั่ง, น้ำมูก, ยาลดไข้, ยาแก้ไข้

อาการโรคมือ เท้า ปาก รุนแรงขนาดไหนจึงควรพบแพทย์
จริงๆ แล้วเมื่อสังเกตอาการแล้วว่าใช้โรคมือ เท้า ปาก ก็ควรรีบพาพบแพทย์ได้เลยโดยไม่ต้องรอดูอาการ หรือรอให้เกิดความรุนแรงของโรค โดยให้สังเกตง่ายๆ ว่า เมื่อผ่านไป 2 วัน เด็กจะซึม อ่อนแรง ชักกระตุก มือสั่น เดินเซ หอบ อาเจียน หากพบอาการเหล่านี้จะต้องพบแพทย์โดยด่วน เพราะเป็นอาการของโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงมากคือ ภาวะสมองอักเสบ ซึ่งอาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้


โรคมือ เท้า ปาก รักษาอย่างไร
เนื่องจากโรคมือ เท้า ปาก ไม่มีวัคซีนและยาเฉพาะในการรักษา ก็จะเป็นการรักษาตามแต่อาการที่เป็นเท่านั้นเอง เช่น ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ให้กินอาหารอ่อนๆ และอาหารที่มีความเย็น เช่น น้ำผลไม้ ไอศกรีม เพื่อลดอาการเจ็บที่ปาก ลิ้น และทำให้เด็กกินได้มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็งและอาหารร้อนๆ

นอกจากนั้นเด็กอาจมีอาการท้องร่วง อ่อนเพลีย เนื่องจากสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ควรให้เด็กดื่มสารละลายเกลือแร่ร่วมด้วย แต่หากลูกเกิดตัวเขียว หายใจหอบเหนื่อย มือซีด อาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลด่วน โดยปกติโรคนี้สามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน เมื่อไข้ลด ตุ่มน้ำยุบ กินอาหารได้ตามปกติ ลูกก็สามารถไปโรงเรียนได้


โรคมือเท้าปาก, มือ เท้า ปาก, โรคติดต่อ, โรคระบาด, เชื้อไวรัส, เป็นไข้, ตัวร้อน, ลูกไม่สบาย, ไอ, จาม, สารคัดหลั่ง, น้ำมูก, ยาลดไข้, ยาแก้ไข้






โรคมือ เท้า ปาก ป้องกันและดูแลอย่างไร

ป้องกันโรคมือ เท้า ปากจากที่บ้าน

  • การดูแลสุขภาพ : การรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอโดยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ทำความสะอาดร่างกาย : อาบน้ำวันละ 2 ครั้งทุกวันเพื่อชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ล้างมือก่อนกินข้าว รวมทั้งก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำ หรือหลังจากมีการไอจาม (สัมผัสน้ำมูกน้ำลาย) และถ้าลูกเป็นโรคมือ เท้า ปากควรใช้ผ้าปิดจมูก-ปาก หรือสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันเวลาไอจามด้วย
  • ทำความสะอาดของเล่นหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว : ควรหมั่นทำความสะอาดของเล่น โต๊ะ เก้าอี้ ที่ลุกจะต้องเล่นหรือใช้เป็นประจำ โดยใช้สบู่ ผงซักฟอก หรือน้ำยาชะล้างทำความสะอาด แล้วทำให้แห้ง และควรทำให้บ้านมีความโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก

ป้องกันโรคมือ เท้า ปากที่โรงเรียน

  • แยกแก้วน้ำ/หลอดดูดน้ำ : เด็กแต่ละคนควรมีแก้วน้ำเป็นของตัวเอง และของเล่นที่เอาเข้าปากต้องแยกไม่ให้เด็กคนอื่นเวียนมาใช้ก่อนจะทำความสะอาด
  • มาตรการล้างมือ : ทุกคนที่ดูแลสัมผัสเด็กควรล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปื้อนน้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระ ด้วยการใช้สบู่ล้างมือซึ่งจะสามารถชำระสิ่งสกปรกได้ดีกว่าการใช้แอลกอฮอลล์เจล
  • มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ : ห้องน้ำต้องอยู่ห่างจากบริเวณโรงอาหารให้มากที่สุด หากเป็นโถส้วมชนิดคอห่านต้องสูงจากพื้นห้องไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว พื้นห้องน้ำต้องไม่ลื่น ทำความสะอาดง่าย มีแสงสว่างเพียงพอ และมีช่องหรือพัดลมระบายอากาศ เป็นต้น
  • ตรวจแถวดูสุขภาพ : การตรวจแถวเด็กก่อนเข้าเรียนทุกวันเพื่อสังเกตสุขภาพของเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากพบว่าเด็กมีไข้ หรือมีผื่น มีแผลในปาก ไม่ควรให้เข้าเรียน เพราะอาการของโรคในเด็กแต่ละคนมีมากน้อยแตกต่างกัน ระยะต้นบางคนมีอาการไข้แต่ไม่มีผื่น ถ้าละเลยอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายได้
  • หมั่นรักษาความสะอาด : ทั้งห้องเรียนและห้องน้ำควรมีการทำความสะอาดทุกวัน หรือทุกครั้งเมื่อมีการเปื้อนน้ำลาย น้ำมูก หรือสิ่งสกปรก รวมทั้งของเล่นและเครื่องใช้ต่างๆ ด้วย


โรคมือเท้าปาก, โรค มือ เท้า ปาก



ถ้ามีเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากที่โรงเรียน โรงเรียนควรทำอย่างไร

      • ไม่ให้เด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากเข้าเรียนจนกว่าจะหายดี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากพบเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากต้องรีบแยกออกจากเด็กคนอื่น
      • ใน 1 สัปดาห์ถ้ามีเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากมากกว่า 2 รายในชั้นเรียนเดียวกัน หรือมีเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากที่ได้รับการตรวจยืนยันว่าติดเชื้อเชื้ออีวี 71 ตั้งแต่ 1 รายขึ้นไป ให้พิจาณาปิดเฉพาะห้องหรือชั้นเรียนนั้น
      • ถ้ามีเด็กป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากหลายชั้นเรียน ให้พิจารณาปิดโรงเรียนเป็นเวลา 5 วัน
      • ระหว่างปิดโรงเรียนควรทำความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ ของเล่น และสิ่งของต่างๆ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดและวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสม
      • เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 5 วัน รวมทั้งได้มีการทำความสะอาดเป็นอย่างดี และมีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีนักเรียนมีอาการป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปากเพิ่มอีก จึงสามารถเปิดโรงเรียนได้

บทความแนะนำ

3 เทคนิคง่ายๆ ‘เลือกเครื่องสำอาง’ ให้ปลอดภัย
ลูกทำท่านี้ โบราณว่าแม่กำลังจะมีน้องจริงหรือ
ติดละครน้ำเน่ามีผลต่อลูกในครรภ์ไหม
เที่ยวนานเนิบๆ ชมผลิตภัณฑ์ชุมชน “น่านเน้อเจ้า”

Facebook Comment