10 มาตรการ ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ


เห็นข่าวเด็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถจนขาดอากาศหายใจตายทีไรรู้สึกปวดใจไม่น้อย เพราะความประมาทเลินเล่อของผู้ใหญ่แท้ๆ ทำให้เด็กน้อยต้องเสียชีวิต ทั้งๆ ที่ผ่านมาเรามีอุทาหรณ์ในเรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ยังมีเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ฉะนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเศร้าสลดอีก รักลูกอยากให้พ่อแม่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบรถที่มีเด็ก หรือรถรับส่งเด็กให้แน่ใจเสียก่อนค่ะ ซึ่งถ้าเราทำอย่างเคร่งครัดต่อจะไม่มีใครสูญเสียอีกเลย 

10 มาตรการ ป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ 

รถครอบครัว

1. อุ้มหรือพาเด็กลงจากรถด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าพ่อแม่จะลงไปซื้อของเล็กน้อย หรือเพียงแต่เดินไปเก็บของที่กระโปรงหลังรถ เพราะเด็กมักซุกซนและไม่รู้ระบบภายในรถ เด็กอาจจะกดเซ็นทรัลล็อก เบรกมือ หรือเหยียบคันเร่ง ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้

2. เวลาเดินทางไปกับลูก เมื่อถึงจุดหมายแล้ว ต้องเช็กให้แน่ใจว่าลูกลงมายืนบนพื้นแล้วเรียบร้อย อย่าวางใจว่าลูกลงจากรถมาเองแล้ว

3. หากมีความจำเป็นจริงที่ต้องปล่อยลูกไว้ในรถ ควรลดกระจกรถทั้ง 4 ด้านลง 1/4 เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น แต่ไม่ควรปล่อยลูกไว้นานเกิน 10 นาที

4. สอนลูกให้ให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองเมื่อติดในรถ เช่น ให้ลูกบีบแตรรถเรียกคนมาช่วย สอนให้ลูกปลดล็อกประตู (กรณีที่เสียบกุญแจหรือสตาร์ทรถทิ้งไว้)
 
รถโรงเรียน

1. พ่อแม่ที่ใช้บริการรถรับส่งของสถานรับเลี้ยงเด็กหรือรถโรงเรียน เมื่อถึงเวลารถมาส่งลูกควรรอรับเอง เพื่อจะได้ทราบว่าลูกลงรถอย่างปลอดภัยแล้ว

2. ในรถโรงเรียนควรมีครูพี่เลี้ยง หรือมีคนดูแลเด็กนั่งมาด้วยทุกครั้ง เพื่อดูแลความปลอดภัยของเด็กๆ

3. ครูพี่เลี้ยงหรือคนขับรถควรมีสมุดเช็กชื่อเด็กเพื่อคอยตรวจสอบว่าเด็กขึ้นและลงรถครบหรือยัง

4. ครูพี่เลี้ยงและคนขับรถส่งเด็กๆ ควรเดินตรวจภายในรถอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบว่ามีเด็กคนไหนหลับหรือหลบอยู่โดยที่ครูไม่ทันสังเกตหรือไม่ รวมถึงจะได้ตรวจสอบสิ่งของที่ลืมไว้บนรถด้วย

5. เมื่อเด็กลงจากรถแล้ว ก่อนจะเข้าโรงเรียน ครูพี่เลี้ยงควรเช็คชื่ออีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามีจำนวนเด็กขึ้นรถและลงรถเท่ากัน เป็นการตรวจสอบย้ำว่าไม่มีเด็กคนไหนถูกลืมทิ้งไว้บนรถ

6. พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่ต้องดูแลเด็ก หากต้องให้เด็กเดินทางไปกับรถโรงเรียนหรือรถขอบุคคลอื่น ควรโทรสอบถามครู หรือผู้ที่รับเด็กไปด้วยเป็นระยะว่าถึงที่หมายหรือยัง เด็กลงจากรถและเข้าโรงเรียนแล้วหรือยัง หรืออาจถ่ายรูปเด็กที่รับส่งทุกคนให้พ่อแม่ทราบทางไลน์กรุ๊ป ว่าลูกถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัยแล้ว

บทความแนะนำ

กินยาแก้แพ้ ลูกเป็นอันตรายหรือไม่
พฤติกรรมการกินผิดๆ ต้นตอเด็กอ้วนเกินพิกัด
แก้ปัญหาพี่น้องทะเลาะกัน
เมนูต้านหวัด อาหารเด็กวัย 8-12 เดือน

Facebook Comment