ลูกเป็นเด็กตัวเตี้ย

คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลใจเมื่อลูกอาจจะเป็น เด็กตัวเตี้ย หรือ เด็กตัวเล็ก เมื่อได้เทียบกับเพื่อนในกลุ่มวัยเดียวกัน เรามาหาสาเหตุโรคเตี้ย และไขปัญหาเรื่อง เด็กตัวเตี้ย หรือ เด็กตัวเล็ก กับ ศ.นพ.พัฒน์ มหาโชคเลิศวัฒนา หัวหน้าหน่วยต่อมไร้ท่อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กันค่ะ

 kids_momypedia

โลก (โรค) ของคนตัวเล็ก
โรคเตี้ย ถือเป็นความผิดปกติของร่างกายอย่างหนึ่ง ซึ่งมาตรฐานความสูงนี้สามารถเปรียบเทียบได้กับเกณฑ์ความสูงของประชากรในประเทศนั้นๆ ส่วนของประเทศไทยมีการสำรวจกลุ่มประชากรโดยเฉลี่ย เพื่อกำหนดเกณฑ์ในการวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงวัย
ตามเกณฑ์มาตรฐานนี้

ความสูงโดยเฉลี่ยคือเปอร์เซ็นไทล์ที่ 50 (P50) และระดับความสูงที่เตี้ยผิดปกติคือเปอร์เซ็นไทล์ที่ 3 (P3) เช่น ลูกชายอายุ 4 ขวบ ควรมีความสูงตามมาตรฐานคือประมาณ 102 เซนติเมตร แต่หากส่วนสูงของลูกอยู่ต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 3 (P3) คือประมาณ 95 เซนติเมตร ถือได้ว่าเจ้าหนูมีพัฒนาการความสูงที่ผิดปกติแล้ว

ตามปกติอัตราของความสูงของเด็กวัยนี้ จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กเล็กขวบปีแรกนั้นจะเพิ่มความสูงได้ถึง 25 เซนติเมตร และปีต่อมาจะสูงเพิ่มขึ้น 12 เซนติเมตร จากนั้นความสูงจะเริ่มชลอตัวลง ในวัยอนุบาลเพิ่มความสูงได้ประมาณปีละ 5-6 เซนติเมตร แล้วจึงเพิ่มความสูงอย่างรวดเร็วอีกในช่วงย่างเข้าวัยรุ่น เพราะฮอร์โมนเพศกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง จากนั้นความสูงจะเริ่มคงที่เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยผู้ใหญ่ค่ะ


ทำไมหนูเตี้ยกว่าเพื่อน
แม้อัตราของเด็กในวัยนี้ที่เป็นโรคเตี้ยนั้นจะมีไม่มากนัก เพียง 1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่อยากรู้ไหมคะว่าโรคเตี้ยนี้เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร

1. เตี้ยเพราะ "โรค"
กรณีนี้เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายมีโรคบางอย่างที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น โรคหัวใจ โรคสมอง การขาดสารอาหาร ความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนการเจริญเติบโตในร่างกาย หรือการได้รับยาบางอย่างที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเรื่องของความสูง เพราะเขาจะเติบโตได้ไม่เต็มที่ตามศักยภาพจริงของร่างกาย แต่ถ้าตรวจดูแล้ว พบว่าร่างกายไม่มีความผิดปกติ อาจเป็นเพราะสาเหตุด้านพันธุกรรมค่ะ

2. เตี้ยเพราะ "พันธุกรรม"
เพราะในร่างกายมียีนด้อยเกี่ยวกับความสูง ร่างกายของเขาแข็งแรงสมบูรณ์ดี แต่มีการเจริญเติบโตช้า มีการพัฒนาความสูงที่น้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งเด็กๆ จะได้รับถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมโดยตรงจากพ่อแม่ ถ้าพ่อแม่มีลักษณะเตี้ยก็จะทำให้มีการถ่ายทอดยีนนี้ไปยังลูก ทำให้ลูกเป็นเด็กเตี้ยด้วย
ยีน (Genotype) เป็นหน่วยของการถ่ายทอดและควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ไปสู่ลูก เช่น สีตา สีผม รวมทั้งเรื่องความสูง เชื่อว่าความสูงถูกกำหนดด้วยยีนหลายๆ ยีนที่ทำงานประสานกัน พ่อแม่คู่หนึ่งอาจมีลูกเตี้ยและสูงได้ทั้งๆ ที่เป็นพี่น้องกัน

ลักษณะเตี้ยหรือยีนด้อยจะปรากฏออกมา เมื่อมีการถ่ายทอดลักษณะสูงร่วมกับลักษณะเตี้ย หรือลักษณะเตี้ยร่วมกับลักษณะเตี้ย ซึ่งทำให้ลูกมีลักษณะเตี้ยหรือสูง (พันธุ์ทาง) คือเป็นลักษณะสูงไม่แท้ และมีแนวโน้มที่จะให้กำเนิดลูกที่มีลักษณะเตี้ย

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของลูก ทั้งด้านความสูงและน้ำหนักว่ามีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ถ้าพบว่าลูกมีการเจริญเติบโตที่ช้ากว่าเกณฑ์ หรือช้ากว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน ก็ต้องเร่งค้นหาสาเหตุและทำการแก้ไขค่ะ


รักษา...บำรุง : ช่วยหนูสูงสมส่วน
CASE 1 : เตี้ยเพราะโรค
สามารถแก้ได้ที่สาเหตุโดยตรงค่ะ เช่น ถ้าลูกเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ให้พิจารณาถึงการรักษาหรือการผ่าตัดเพื่อให้หัวใจของเขาทำงานเป็นปกติ มีออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ดีขึ้น หรือหากเป็นความบกพร่องเกี่ยวกับฮอร์โมนการเจริญเติบโต อาจต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์เพื่อเสริมฮอร์โมนที่ขาดให้ร่างกาย ซึ่งการรักษาโรคที่เป็นนี้จะทำให้การเจริญเติบโตของเขาสมบูรณ์ขึ้น รวมทั้งการเพิ่มความสูงก็จะเป็นปกติ แต่การใช้ยาหรือฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตนั้นจะมีผลช่วยเพิ่มความสูงได้เพียงเล็กน้อยตามศักยภาพจริงของร่างกายเท่านั้น จึงไม่ถือเป็นยาที่นำมาใช้เพื่อเพิ่มความสูงเท่านั้นค่ะ

CASE 2 : เตี้ยเพราะพันธุกรรม
ไม่สามารถรักษาโรคเตี้ยด้วยการเปลี่ยนถ่ายหรือแก้ไขยีนได้ แต่สามารถส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรงเพื่อให้การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างสมบูรณ์เต็มที่

      • อาหารการกิน ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และบริโภคตามความเหมาะสม ไม่ให้อ้วนหรือผอมจนเกินไป ที่ขาดไม่ได้สำหรับวัยคิดส์ก็คือ นม รวมทั้งอาหาร เช่น ปลา กุ้งแห้ง เพื่อเสริมแคลเซียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกให้กับร่างกาย
      • ควรหลีกเลี่ยง อาหารประเภทจังค์ฟู้ด (Junk Food) ซึ่งมีผลเสียต่อเรื่องความสูง เพราะมีส่วนประกอบของเกลือและน้ำตาลค่อนข้างสูง ซึ่งเกลือนั้นมีผลทำให้มวลกระดูกสูญเสียแคลเซียม ส่วนการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปก็มีผลทำให้อ้วนเกินวัย
      • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายได้รับการบริหารเสริมแรงให้กล้ามเนื้อ
      • นอนหลับให้เพียงพอ เป็นการพักผ่อนเติมพลังงานให้ร่างกายค่ะ
      • จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม เพราะการเจ็บป่วยแต่ละครั้ง ทำให้ร่างกายของเขามีการเจริญเติบโตที่ช้าลง ดังนั้นการจัดสภาพแวดล้อมให้ลูกอยู่ในที่ที่สะอาด ถูกสุขอนามัย เป็นการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้เขาได้อีกทางหนึ่งค่ะ เช่น การจัดห้องนอนของเขาให้โปร่งโล่ง อากาศถ่ายเท

ส่วนการรักษาโรคเตี้ยโดยการผ่าตัดนั้น คุณหมอพัฒน์บอกว่าสามารถทำได้โดยการผ่าตัดต่อกระดูก คือต้องทำให้กระดูกขาทั้ง 2 ข้างหักเท่าๆ กัน ใส่เหล็กเสริมกระดูกส่วนที่หายไป แล้วรอให้กระดูกประสานกัน การผ่าตัดครั้งหนึ่งจะช่วยให้มีความสูงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 5 เซนติเมตร แต่เป็นวิธีที่ไม่เป็นนิยมนัก ซึ่งไม่แนะนำสำหรับคนที่เพียงแค่ต้องการเพิ่มความสูงทั้งที่ตัวเองนั้นก็มีความสูงในระดับที่เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะเป็นวิธีที่เจ็บตัว และยังต้องใช้เวลาในการทำกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด อีกทั้งโรคเตี้ยนั้นไม่ใช่โรคที่มีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต และไม่ใช่โรคที่มีผลกระทบมากมายในการใช้ชีวิตประจำวันด้วยค่ะ

ดังนั้นการรักษาสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงสมบูรณ์ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมให้ลูกน้อยมีการเจริญเติบโตได้ถึงจุดสูงสุดค่ะ


Tips for Healthy Kids
Q : กลัวลูกจะตัวเตี้ย เพราะชอบกระโดดแรงๆ ค่ะ
A : คุณหมอพัฒน์บอกว่าเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดค่ะ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกระดูกที่แข็งแรงนั้นต้องมีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่าง นักกีฬาเทนนิสที่จะมีกระดูกและกล้ามเนื้อแขนขวาแข็งแรงกว่าแขนซ้าย เพราะเป็นแขนที่ใช้จับไม้เทนนิสอยู่ตลอด

แต่ถ้าเป็นกรณีที่มีการออกแรงหรือกระแทกอย่างรุนแรงยาวนานและต่อเนื่อง เช่น นักกีฬายิมนาสติกอาชีพที่ต้องฝึกซ้อมอย่างหนัก สัปดาห์ละ 25-30 ชั่วโมงขึ้นไป ร่วมกับการต้องจำกัดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักตัว จึงทำให้มีการเจริญเติบโตที่ช้าลงเมื่อเทียบกับคนปกติ ซึ่งหากเป็นการออกกำลังกายตามปกติที่ไม่หักโหมจนเกินไป เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ รวมทั้งการกระโดด ก็ถือเป็นวิธีที่มีประโยชน์ในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกค่ะ

บทความแนะนำ

ลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนใคร งานรักลูก แฟมิลี่ เฟสติวัล รับฟรีชุดจานชามหนูน้อย
อ่านความต้องการลูกทารกจากสีหน้า
ปลดปล่อยอิสระของเด็กเล็กด้วยการเต้น
5 ความเชื่อผิดๆเรื่องนมแม่

Facebook Comment